
หน้าตาของสก.หลังการเลือกตั้งจะเป็นลักษณะของการผสมสี 50 เขตกทม. โดยสก.50 คนในสภากทม.จะประกอบไปด้วย สีฟ้า สีส้ม สีเขียว ..จะมีสีแดง เข้ามาแจมบ้าง ที่เป็นพวกสก.สีแดง ที่มาจากพื้นที่กทม.รอบนอกฝั่งตะวันออก จะทำให้สภากทม.มีการผสมกันของสี่สีคือ ส้ม ฟ้า เขียว แดง
สนามเลือกตั้งท้องถิ่น เมืองหลวง กรุงเทพมหานคร เริ่มคึกคักมากขึ้นเรื่อย ๆก่อนถึงวันเปิดรับสมัครผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร(สก.) ที่จะเริ่มรับสมัคร 28 พ.ค.และเลือกตั้งวันที่28 มิ.ย.
"ผศ.ดร.เชษฐา ทรัพย์เย็น นักวิชาการและนักวิเคราะห์การเมือง จากวิทยาลัยพัฒนามหานคร มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช" กล่าววิเคราะห์การเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.และสก.ที่จะมีขึ้น โดยในส่วนของการชิงเก้าอี้ ผู้ว่าฯกทม.นั้น จากการพิจารณาติดตามกระแสมาตลอดช่วงหกเดือนที่ผ่านมา เช่น จากการทำโพลและดูจากผลโพลต่างๆ รวมถึงจากการที่ได้ติดตามในโซเชียลมีเดียตามแพลตฟอร์มต่างๆที่เวลามีข่าวของนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯกทม. แล้วเข้าไปดูคอมเมนต์ในข่าว ที่เรียกกันว่า social listening รวมถึงการที่ผมต้องทำงานในการนำองค์ความรู้ไปลงชุมชนเป็นระยะตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา ซึ่งเวลาลงพื้นที่ผมจะสอบถามชุมชนต่างๆในกรุงเทพฯ
..จากข้อมูลเชิงประจักษ์ที่ได้รับสามทางข้างต้น ปรากฏว่าคะแนนนิยมของผู้ว่าฯชัชชาติ ที่ใกล้หมดวาระไม่ตกลงเลย ซึ่งมันผิดปกติเพราะว่าอย่างกรณี ผู้ว่าฯกทม.คนก่อน ๆ หรือนายกรัฐมนตรีแต่ละคนในช่วงที่ผ่านมารอบ 20 ปี ผู้บริหารเหล่านี้ หากทำงานมาแล้วประมาณหนึ่งสมัย ส่วนใหญ่คะแนนจะตกในช่วงปลาย ๆของการอยู่ในตำแหน่ง แต่ปรากฏว่าคะแนนของนายชัชชาติแตกต่างออกไปคือคะแนนนิยมไม่ได้ตกลงไป พูดง่ายๆว่า คนด่าน้อยกว่าคนชื่นชมเยอะ เลยทำให้เห็นสัดส่วนเปอร์เซ็นต์คนที่ให้ความนิยมกับคนที่ต่อว่านายชัชชาติ เทียบกันแล้ว มันทิ้งขาดหลายช่วงตัว
ทำให้ ณ วินาทีนี้ แม้ตอนนี้พรรคประชาชนจะเปิดตัว นายชัยวัฒน์ หรือดร.โจ ลงสมัครผู้ว่าฯกทม.ในนามพรรคประชาชน รวมถึงการที่พรรคประชาธิปัตย์ประกาศจะส่งคนลงสมัครผู้ว่าฯกทม. แม้ยังไม่เปิดตัวออกมา เพราะน่าจะกำลังดีลกันให้จบก่อน รวมถึงกลุ่มผู้สมัครอิสระที่เปิดตัวมาที่เป็นการประกอบสีสัน แต่พบว่า คะแนนของคุณชัชชาติก็ยังนำอยู่พอสมควรและคาดว่า จากตอนนี้ คาดว่า นายชัชชาติ น่าจะนำแบบม้วนเดียจบ จนถึงวันเลือกตั้งคือวันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน
เมื่อถามถึงว่าประเมินแล้วคิดว่านายชัชชาติ จะได้คะแนนมากขึ้นหรือลดลงจากตอนปี 2565 ที่ได้ไปร่วม 1,386,215 คะแนน โดย “ผศ.ดร.เชษฐา” วิเคราะห์ว่า จากการที่ติดตามคอมเมนต์ทางโซเชียลมีเดียต่อนายชัชชาติและธรรมชาติของนักการเมืองที่เป็นผู้นำทางการเมือง ที่เวลาทำงานอะไรไปก็ต้องมีคนชอบและคนไม่ชอบ เพราะฉะนั้นผลคะแนนเลือกตั้งที่จะออกมา ก็อาจมีสิทธิ์ออกได้ทั้งสองหน้า ซึ่งในอดีต เคยมีนักการเมืองที่อยู่ในตำแหน่งครบวาระแล้วลงต่อสมัยที่สอง ซึ่งปรากฏว่าตอนลงสมัยที่สอง คนลงคะแนนให้แบบถล่มทลาย ก็มีอย่างตอนยุครัฐบาลไทยรักไทย ตอนเลือกตั้งปี 2548 แต่ช่วงนั้นก็อาจจะมีประเด็นอื่นๆ รวมอยู่ด้วยเช่นการเลือกตั้งโปร่งใสหรือไม่ แต่สำหรับกรณีของนายชัชชาติ เมื่อดูจากผลงานที่ทำในสมัยแรก และคอมเมนต์ที่ต่อต้านนายชัชชาติ รวมถึงคอมเมนต์ที่ชื่นชม ซึ่งปี 2565 ดร.ชัชชาติ ได้ 1.38 ล้านคะแนน แต่ว่านักการเมือง มันก็ต้องช้ำบ้างอยู่มาสี่ปี แม้ยังมีคนชื่นชมอยู่ในช่วงท้ายๆ ผมก็คิดว่าคะแนนของผู้ว่าฯชัชชาติ อาจจะไม่เท่าครั้งที่แล้ว
ประเด็นที่ 2 ที่คิดว่าคะแนนจะไม่เท่าครั้งที่แล้วเพราะว่าธรรมชาติของการแข่งขันในการเลือกตั้ง ถ้าการแข่งขันมันสูสี ต่างฝ่ายต่างจะมีแฟนคลับที่จะมาช่วยหาเสียงให้แบบออร์แกนิก หัวคะแนนธรรมชาติ เพื่อดึงคนให้ออกมาลงคะแนนเยอะๆ ในวันเลือกตั้ง แต่ถ้าการแข่งขันมันเกิดไม่สูสีเช่นตัวผู้สมัครเบอร์ 1 กับเบอร์ 2 3 4 มันห่างกันเกินไป คือตัวผู้สมัครทิ้งห่างกันเยอะ คนก็คิดว่า เออ ยังไงก็ชนะ เพราะฉะนั้นบางทีอาจจะไม่ต้องมีเราไปช่วยก็ได้ ก็ทำให้มีโอกาสว่าการออกมาใช้สิทธิ์ใช้เสียงในการเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.รอบนี้ ก็มีโอกาสที่จะไม่เข้าเป้าตามที่กกต.ต้องการ โดยหากไม่เข้าเป้าก็อาจจะมีผลทำให้ดึงคะแนนที่ดร.ชัชชาติเคยได้รับ 1.38 ล้านเสียงจนทำให้ผลเลือกตั้งออกมาอาจได้ไม่ถึง 1.38 เสียงได้ ก็จะมีปัจจัยเหล่านี้ที่เกี่ยวข้อง แนวโน้มอาจจะทำให้ดร.ชัชชาติได้คะแนนเสียงไม่เท่ากับตอนเลือกตั้งปี 2565 ด้วยปัจจัยเหล่านี้
ถามต่อไปว่า พรรคประชาชน เปิดตัวนายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร มาได้สองวันแล้ว ประเมินแล้วมีโอกาสที่จะได้คะแนนมากกว่า นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ที่ลงตอนปี 2565 ที่ได้253,938 คะแนนหรือไม่ “ผศ.ดร.เชษฐา” ประเมินไว้ว่า แม้นายชัยวัฒน์เปิดตัวมาได้ 1-2 วัน แต่ก็มีข่าวหลุดออกมาก่อนร่วมหนึ่งสัปดาห์ จนกระจายไปทั่วโซเชียลมีเดีย ซึ่งจากการมอนิเตอร์ ก่อนถึงวันเปิดตัวจริง พบว่า ไม่ปัง คือ 7 วันก่อนวันแถลงข่าวอย่างเป็นทางการ ที่มีชื่อปรากฏตามแพลตฟอร์มต่างๆ แบบพรายกระซิบ พบว่า มันไม่ค่อยปัง และเมื่อ นายชัยวัฒน์ เปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อ 5 พ.ค. ผมก็เข้าไปกระแสต่างๆ ในโซเชียลมีเดีย พบว่ากระแสคอมเมนต์ต่างๆ ก็เหมือนเดิม ไม่มีอะไรตื่นเต้นเอาอย่างงี้แล้วกัน ดังนั้น หากพูดถึงกระแสหลังการเปิดตัว ยังไม่ปัง และเมื่อมีการประกาศสี่นโยบายการบริหารงานกทม.ที่จะทำ เช่น เรียนง่าย เดินทางง่าย ก็ปรากฏว่าพอไปดูดีเทลหลายอย่าง มันอาจจะไม่ค่อยฉีกกับที่ผู้ว่าฯกทม.คนปัจจุบันทำมากนัก เลยไม่ได้มีในเชิงความแตกต่างในเชิงของการปั่นอารมณ์ได้ว่ามันแตกต่างกันสิ้นเชิงเลยทำให้ ทำให้ความปัง เลยยังไม่ได้พุ่งแรงสุดในเชิงนโยบาย และจากการติดตามการให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนของ นายชัยวัฒน์ โดยมีรายการหนึ่งสัมภาษณ์ไปร่วมหนึ่งชั่วโมงซึ่งเท่าที่ดูจากการพูดแล้ว มองว่า คงต้องฝึกการพูดการเมืองในที่สาธารณะให้มากกว่านี้ เพราะการพูดยังไม่ชัดถ้อยชัดคำ
ต้องยอมรับว่าการเลือกตั้งกรุงเทพมหานคร มันเป็นการเลือกตั้งที่มีความสำคัญ น้องๆ การเลือกตั้งใหญ่ การใช้วาทศิลป์หรือวาทกรรมทางการเมืองมันก็สำคัญ ในการที่จะมีเสน่ห์ดึงดูดคนให้มาชื่นชอบ ซึ่งผมคิดว่า บุคลิกส่วนตัวของนายชัยวัฒน์หรือดร.โจ อาจจะยังไม่โดดเด่นเพียงพอในการจะดึงให้เกิดเสน่ห์ได้
ดร.เชษฐา กล่าวต่อไปว่า เพราะฉะนั้นถ้าพูดถึงว่าเทียบกับนายวิโรจน์ ที่เคยได้คะแนนประมาณ สองแสนห้าหมื่นคะแนน ที่ต้องไม่ลืมว่าตอนที่ลงปี 2565 ตอนนั้น เกิดก่อนการเลือกตั้งใหญ่ปี 2566 ซึ่งช่วงก่อนหน้านั้น แม้พรรคสีส้ม(อนาคตใหม่)จะได้สส.กทม.มาตอนปี 2562 จำนวนหนึ่ง แต่ก็ยังไม่คุมทุกพื้นที่กทม. แต่พอปี 2566 ผลการเลือกตั้งใหญ่ ปรากฏว่า พรรคส้มสมัยเป็นพรรคก้าวไกล ได้สส.กทม.ไป 32 คนจาก 33 เขต ที่ทำให้กระแสของก้าวไกลเลยพุ่งขึ้น จนมาเลือกตั้งปี 2569 ที่เป็นพรรคประชาชน พรรคส้มก็กวาดสส.เขตกทม.ไปทั้งหมด 33 เขต จากฐานเสียงที่พรรคส้มกวาดสส.เขตกทม.ไปหมด แล้วการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กำลังจะเกิดขึ้น ถ้าเทียบกันระหว่างนายชัยวัฒน์ ที่ลงกับพรรคส้มในยุคปัจจุบัน กับนายวิโรจน์ตอนปี 2565 ซึ่งห่างกัน 4 ปี คาดได้ว่า ดร.ชัยวัฒน์ จะได้คะแนนเสียงมากกว่านายวิโรจน์ เพราะฐานมันเยอะกว่าตอนปี 2565

ผศ.ดร.เชษฐา ยังกล่าวถึง"พรรคประชาธิปัตย์"ที่จะเปิดตัวผู้สมัครผู้ว่าฯกทม.ของพรรคในสัปดาห์หน้านี้ว่า สำหรับประชาธิปัตย์ มีทั้งบวกและลบในตัวเอง ด้านบวกคือเมื่อนายอภิสิทธิ์กลับมาเป็นหัวหน้าพรรคในช่วงเลือกตั้งใหญ่ ก็ทำให้พรรคได้คะแนนปาร์ตี้ลิสต์เพิ่มขึ้นเยอะจริงหลายเท่าตัวเลยในพื้นที่กรุงเทพฯ แล้วคะแนนผู้สมัครสส.เขต กทม.แม้จะไม่ชนะเลือกตั้งเลย แต่หากไปดูผลเลือกตั้ง จะพบว่า จะมีอยู่ประมาณ 7-8 เขตเลือกตั้งที่พรรคประชาธิปัตย์คะแนนมาเป็นอันดับ 2 ในเขตนั้น คือแพ้แค่พรรคส้ม ทำให้อนุมานได้ว่าคะแนนประชาธิปัตย์ฟื้นขึ้นในสมัยยุคของคุณอภิสิทธิ์ที่กลับมาเป็นหัวหน้าพรรค ซึ่งในมุมบวกก็มีโอกาสที่จะทำให้ผู้สมัครส.ก.ของพรรคประชาธิปัตย์ที่ประกาศรายชื่อมา ที่จริงๆ หลายคนเป็นส.ก.ตอนเลือกตั้งที่ผ่านมา มีประมาณ 8-9 คนที่คนเหล่านี้มีฐานเสียงอยู่แล้วในพื้นที่ ทำให้การเลือกตั้งส.ก. รอบนี้ ประชาธิปัตย์อาจได้ส.ก.ระดับตัวเลขสองหลัก
ส่วนมุมลบคือ หากส.ก.ประชาธิปัตย์ยังสู้ได้ แต่ว่าการที่ ณ ตอนนี้ ประชาธิปัตย์เองกลับยังไม่เปิดตัวผู้สมัครผู้ว่าฯกทม.ของพรรค แบบนี้ ลำบาก เพราะโดยธรรมชาติ หากคุณจะเปิดตัวคนที่จะส่งลงมาสู้กับผู้ว่าฯกทม.คนเก่า จะต้องเปิดตัวก่อนหน้านี้ เช่น 3 เดือนก่อนหน้านี้ หรือว่าเอาให้เต็มที่ หลังสงกรานต์ต้องเปิดชื่อแล้ว เพื่อให้ผู้สมัครผู้ว่าฯกทม.พรรคสีฟ้าเดินสงกรานต์ไปลงพื้นที่ตามชุมชนต่างๆในช่วงสงกรานต์ แต่หลังสงกรานต์ ก็ยังไม่เปิดตัว แบบนี้แสดงว่ามีปัญหาการคัดตัว หรือดีลไม่จบ และพอหลังสงกรานต์ก็ควรจะเปิดแล้วแม้จะไม่ใช่เวลาดีสุด แต่ประชาธิปัตย์ก็ยังไม่เปิดชื่ออกมา ซึ่งตามหลักเมื่อผู้ว่าฯ กทม.จะหมดวาระ 21 พ.ค. อย่างน้อย ต้องเปิดก่อนวันที่ 1 พฤษภาคมในเชิงจิตวิทยา เพื่อแสดงถึงความพร้อม แต่ปรากฏว่า 30 เมษายน ประชาธิปัตย์ ก็ยังไม่เปิดชื่อ ตอนนี้ก็เปิดแต่รายชื่อผู้สมัครส.ก.
"เพียงเท่านี้ในทางการเมือง หรือคนที่ติดตามการเมือง ก็ต้องมองว่า พรรคประชาธิปัตย์ไม่พร้อมในการที่จะส่งคนชิงผู้ว่าฯกทม. ต่อให้มีการมาเปิดตัวสัปดาห์หน้าหรือสัปดาห์ต่อไป มันก็ไม่ทันแล้ว เพราะคุณสร้างกระแสไม่ทัน ทำพื้นที่ไม่ทัน เอาคนของตัวเองที่จะลงผู้ว่าฯไปแนะนำคนในพื้นที่มันทำไม่ได้ มันทำไม่เพียงพอ เพราะฉะนั้น ต่อให้เปิดตัวมาไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม ถึงวินาทีนี้ เปิดมายังไง ก็ไม่ปัง อันนี้สำหรับผู้สมัครผู้ว่าฯกทม. แต่ถ้าเป็นส.ก. ดูแล้ว ประชาธิปัตย์ ยังน่าจะได้ส.ก.หลายเขตอยู่"
ศึกชิงเก้าอี้ สก.50 ที่นั่ง ขั้วไหนมีโอกาสเข้าวิน?
สำหรับการเลือกตั้ง"สก.50เขต” ผศ.ดร.เชษฐา วิเคราะห์แนวโน้มผลการเลือกตั้งที่จะออกมาว่า ถึงตอนนี้พบว่ามีกลุ่มอิสระต่างๆ ที่จะส่งคนลงสมัครชิงเก้าอี้สก.หลังพรรคเพื่อไทยไม่ยอมส่งคนลงในนามพรรคอย่างเป็นทางการ ทำให้เท่าที่เห็นตอนนี้มีกลุ่มอิสระที่พยายามอิงกระแส ดร.ชัชชาติร่วมสามกลุ่ม แต่คนในพรรคอย่าง ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทยดูแลพื้นที่กทม.ขอให้ผู้สมัครสก.ลงในนามเพื่อไทยแม้พรรคจะไม่ได้ส่งลงอย่างเป็นทางการ กลุ่มนี้คือ กลุ่มที่หนึ่ง ที่เขาควรจะต้องอิงผู้ว่าฯ ชัชชาติเพราะเขาเคยร่วมมือกันทำงาน เพราะชั่วโมงนี้ อิงกระแสผู้ว่าฯ ชัชชาติย่อมได้เปรียบ กลุ่มที่ 2 คือกลุ่ม ดร.จอห์น (สุรจิตต์ พงษ์สิงห์วิทยา ส.ก.เขตลาดกระบัง อดีตประธานสภา กทม.) ที่เรียกว่า กลุ่ม Better Bangkok ที่อันนี้พังไปแล้วเพราะไปเอารูปภาพผู้ว่าฯ ชัชชาติ มาขึ้นกับตัวเขาและทีมของเขา จนผู้ว่าฯชัชชาติต้องโพสต์facebook ว่า ไม่ใช่คนละทีมกัน โดยต่อมา ดร.จอห์น ก็ออกมายอมรับว่า สรุปแล้วไม่ใช่ทีมผู้ว่าฯ ชัชชาติ และบอกว่าตัวเองคิดน้อยไปหน่อยที่เอาภาพผู้ว่าฯกทม.มาขึ้นด้วย ในทางการเมืองก็ถือว่าจบแล้ว และกลุ่มที่สาม ที่กำลังเด่นขึ้นมาในพื้นที่สื่อคือกลุ่มคนทำงาน ที่ใช้ชื่อเรียกว่า สก.พันธุ์ใหม่ โดยใช้เฉดสีเขียว ซึ่งหลังนายชัชชาติ ประกาศว่า ไม่ได้เกี่ยวข้องกับกลุ่มbetter bangkok ปรากฏว่าในfacebook ของดร.ชัชชาติ ไม่ได้อ้างอิงถึงกลุ่มคนทำงาน-สก.พันธุ์ใหม่ คือไม่ได้บอกว่าไม่ได้เกี่ยวข้องกับกลุ่มนี้ แค่บอกว่าไม่เกี่ยวข้องกับกลุ่มbetter bangkok
..แสดงว่ากลุ่มสก.พันธุ์ใหม่ มีโอกาสที่เชื่อมโยงที่จะเกี่ยวข้องกับผู้ว่าฯ ชัชชาติ หากสมมุติว่านายชัชชาติ สมัครรับเลือกตั้งอีกครั้งหนึ่งแล้วเขาประกาศตัวว่ามีกลุ่มเพื่อนของเขามาลงสมัครในนามกลุ่มสก.พันธุ์ใหม่ กลุ่มคนทำงานก็จะมีคะแนนเพิ่มขึ้นมาพอสมควร
"เพราะฉะนั้นหน้าตาของสก.หลังการเลือกตั้งจะเป็นลักษณะของการผสมสี โดยสก.50 คนในสภากรุงเทพมหานคร จะประกอบไปด้วย สีฟ้า สีส้ม สีเขียว ในกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับผู้ว่าฯชัชชาติที่เรียกว่ากลุ่มอิสระ สก.พันธุ์ใหม่คนทำงาน โดยจะมีสีแดง เข้ามาแจมบ้าง ที่เป็นพวกสก.สีแดง ที่มาจากพื้นที่กทม.รอบนอกฝั่งตะวันออก จะทำให้สภากทม.มีการผสมกันของสี่สีคือ ส้ม ฟ้า เขียว แดง"
"ผศ.ดร.เชษฐา" กล่าวถึงการที่พรรคเพื่อไทย ไม่ยอมส่งคนลงสมัครสก.อย่างเป็นทางการเหมือนตอนเลือกตั้งปี 2565 ว่า น่าจะเกิดจากสองประเด็นหลักคือ หนึ่ง ตอนเลือกตั้งใหญ่ปี 2566 เพื่อไทย ได้สส.ทั้งประเทศ 141 คน โดยได้สส.กทม.มาหนึ่งคน แต่มาปี 2569 เพื่อไทยได้สส.ทั้งประเทศ 74 คน ขาดไปครึ่งหนึ่งและไม่ได้สส.กทม.แม้แต่คนเดียว
.. เพื่อไทยจึงรู้แล้วว่า กระแสพรรคในกรุงเทพฯ ไปลำบากและที่สำคัญ การเลือกตั้งกทม.จะเกิดขึ้นเดือนหน้ามิถุนายน ที่เพิ่งผ่านการเลือกตั้งใหญ่เมื่อเดือนกุมภาพันธุ์มาไม่นานห่างกันแค่สามเดือนกว่า เพื่อไทยจึงไม่สามารถปั้นกระแสในกทม.ได้ทันเขาจึงคิดว่าหากส่งคนสมัครสก.ในนามเพื่อไทยอย่างเป็นทางการช้ำแน่ และการแพ้ในสนามใหญ่อย่างกทม.จะทำให้เพื่อไทย ยิ่งเสียภาพลักษณ์ในการฟื้นพรรคเพราะต้องการสร้างคะแนนจากการมีคนของพรรคไปเป็นรัฐมนตรีในห้ากระทรวงก่อนเพราะตอนนี้ต้องการให้มีภาพบวกกับพรรคด้านเดียวไปเลย จึงต้องตัดกทม.ทิ้ง เพื่อจะได้ไม่ให้สื่อมาเล่นข่าวความล้มเหลวของเพื่อไทยในกทม.ที่ลงยังไงก็แพ้ มาทำให้เพื่อไทยต้องบอบช้ำจนสูญเสียฐานเสียงอีกรอบ ส่วนข้อที่สอง ก็คืออย่างที่คนบอกกันคือเมื่อรู้ว่าส่งไปก็ไม่ชนะก็ไม่อยากเสียเงิน ไม่อยากจ่ายก็เลยไม่ส่งคนลงสมัครสก.
โดยวรพล กิตติรัตวรางกูร
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ผอ.สำนักข่าวกรอง รับทราบคดีหนุ่มจีนซุกอาวุธ ขอรายงานนายกฯก่อน
ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) ดอนเมือง นายฐนัตถ์ สุวรรณานนท์ ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ กล่าวถึงกรณีเจ้าหน้าที่ สภ.นาจอมเทียน จังหวัดชลบุ
🔴 LIVE ‘ถาวร’ เปิดลับ.. 2 ทศวรรษ.. สู้ระบอบทักษิณ.. | อิสรภาพแห่งความคิด กับ..สำราญ รอดเพชร
อิสรภาพแห่งความคิด กับ..สำราญ รอดเพชร : วันเสาร์ที่ 9 พฤษภาคม 2569
🔴 LIVE อย่าประมาท ‘แม้ว’ อีก 3 วันได้รับอิสรภาพ | ห้องข่าวไทยโพสต์
ห้องข่าวไทยโพสต์ : วันศุกร์ที่ 08 พฤษภาคม 2569
ปชป. เปิดตัว 'ผู้สมัครผู้ว่าฯกทม.' โชว์วิสัยทัศน์ 16 พ.ค. สู้ได้ทั้ง 'ชัชชาติ-ดร.โจ'
'สกลธี' เผยเปิดตัวผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. พร้อมโชว์วิสัยทัศน์ 16 พ.ค. เชื่อสู้ได้ทั้ง 'ชัชชาติ - ดร.โจ' มั่นใจได้ สก. มากกว่าเดิม
🔴 LIVE ครบมุมข่าว กับ..นิธินาฏ ราชนิยม | อภิมหากาพย์ ‘ทรัมป์’ ไม่จบ ไทยดึงเกมสยบเขมร!?
ครบมุมข่าว กับ..นิธินาฏ ราชนิยม : วันศุกร์ที่ 08 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
บทบาท .. “นายกรัฐมนตรี” ในภาวะเสี่ยง .. ของสังคมที่ถดถอย!
เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา.. เช้านี้ (๕ พ.ค.๖๙) หลังจากบิณฑบาต ได้กลับมานั่งรอหมอนำบุรุษพยาบาลมาเจาะเลือดเพื่อตรวจค่าต่างๆ ที่ต้อง เฝ้าระวังความเสี่ยงในภาวะชีวิตเริ่มถดถอย... อันเนื่องจากความชราพยาธิกัดกิน ที่แสดงความเป็นจริงว่า.. ที่สุดแห่งชีวิต รูปนี้ย่อยสลายสูญสิ้น อันเป็นไปตามกฎธรรมชาติ..

