เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา... สัปดาห์ที่ผ่านมา ปรากฏเรื่องราวฉาวโฉ่ กรณีนักทำนายทายทักที่อ้างมีสื่อวิเศษ สามารถติดต่อโลกจิตวิญญาณในมิติภพภูมิต่างๆ.. เพื่อนำข่าวสารมาบอกกล่าวให้กับคนในโลกมนุษย์ได้ โดยสามารถเข้าไปเปิดดู บัญชีวิบากกรรมของแต่ละคน ที่กระทำไว้ในอดีตชาติ เพื่อนำไปสู่ การแก้กรรม .. ตามลัทธิความเชื่อโลกอัตตสัญญา ที่ถือว่า วิญญาณเที่ยงแท้.. อันเป็น มิจฉาทิฏฐิ เข้าขั้น จิตหลงผิด (Delusional Disorder) อย่างรุนแรง
จริงๆ แล้ว.. ข่าวพฤติกรรมของบุคคลดังกล่าว มีสืบเนื่องมา ๒๐-๓๐ ปี ได้รับทราบมานับตั้งแต่ไปรับภาระอำนวยการสร้าง วัดป่าพุทธพจน์หริภุญไชย ที่ จ.ลำพูน ก็ได้ยินชื่อเสียงความสามารถพิเศษทางด้านติดต่อ โลกจิตวิญญาณ ที่นำมาสู่การพยากรณ์บอกกล่าวเล่าเรื่องว่า.. ใครเป็นใคร.. ทำกรรมอะไรที่ไหน.. กับใครบ้าง และจะต้องแก้กรรมอย่างไร!? เป็นต้น
คนดังกล่าวเคยแวะมาแนะนำตัวเองสมัยแรกๆ ที่สร้างวัดป่าฯ น่าจะประมาณปี ๒๕๔๕-๒๕๔๖ แต่ไม่ได้พูดคุยอะไรด้วย เพราะมีกิจอยู่.. ต่อมาได้รับหนังสือเล่มหนึ่งที่เขียนบันทึกเรื่องราวแนวเปิดชะตาชีวิตตามกรรมลิขิตมา โดยเขียนระบุว่า ใครเป็นใครจากอดีตชาติถึงปัจจุบัน.. ทำกรรมอะไรที่ไหนกับใครไว้บ้าง.. ฯลฯ
แต่ก็ไม่ได้ให้ความสนใจใดๆ เพราะไม่มีอะไรเป็นสาระธรรมอันควรแก่การศึกษา.. ต่อมาเรื่องราวของบุคคลดังกล่าวก็ดูเงียบๆ ไป จะมีกระเซ็นเข้ามาบ้าง เมื่อมีคนเดินทางแวะมาทำบุญและบอกเล่าว่าไปหาคนคนนี้ที่ อ.ป่าซาง เพื่อให้ช่วยตรวจสอบเรื่องวิบากกรรมของตนตาม วิถีความเชื่อของคน ที่แปลว่า ไอ้ตัวยุ่ง ซึ่งก็ได้แต่รับฟังด้วยความสงสารในความมืดมนของคนเหล่านั้น ที่อุตส่าห์เดินทางไกลมาเพื่อหวังว่าจะได้พบกับ ตนบุญผู้วิเศษ.. ที่เป็นแนวนิยมในสังคมท้องถิ่นภาคเหนือ
ผ่านมาหลายสิบปี จนสังคมเข้าสู่ยุคดิจิทัล ที่มีการใช้สื่อไอทีผ่านโทร.มือถือกันทั่วหัวระแหง จึงเริ่มปรากฏข่าวสาร นายคนนี้ ที่เผยแพร่เรื่องราวจากคนที่มาใช้บริการแก้กรรมมาปรากฏให้ได้รับรู้ โดยเฉพาะจากรายการสื่อช่องดังทางโซเชียลที่จัดโดย อดีตดารานักแสดงที่เป็นอินฟลูเอนเซอร์ (Influencer) รายหนึ่ง ที่สามารถจุดกระแสสังคมให้สนใจเข้าไปติดตามข่าวสารได้จำนวนมาก จากรายการช่วยแก้กรรมอดีตดาราคนหนึ่งที่ประสบโรคภัย ซึ่งต่อมาก็ได้ถึงแก่ความตาย.. แม้ว่าจะมีการนำเข้าสู่กระบวนการแก้กรรมตามความเชื่อ ที่ได้รับอิทธิพลจากคนดังกล่าวที่อ้างตนว่าเป็น ผู้มีภาวะวิเศษเหนือคน
ด้วยอิทธิพลยุคไอทีจากสื่อช่องของอดีตดาราดังกล่าว ที่ได้สัมภาษณ์ผู้วิเศษคนนี้ด้วยตนเอง จึงทำให้กระแสสังคมไหลไปตามความเชื่อใน ลัทธิแก้กรรมของตนบุญภาคเหนือ จำนวนมากจากทั่วประเทศ.. จึงมีการฉกฉวยกระแสที่หมู่ชนกำลังคลั่งไคล้ ลัทธิตนบุญผู้วิเศษ ดังกล่าว ช่วยโปรโมตครูบาทั้งหลายในท้องถิ่นที่เป็นเครือข่ายกับตนว่า วิเศษอย่างนั้น เลิศอย่างนี้.. จนเกิดความหลงเชื่อไหลไปตามการปลุกเร้า.. เล่นเอารับปัจจัยบริจาคกันไม่หวาดไม่ไหว.. จุดกระแสดังชั่วเพียงข้ามคืน
นับว่าไม่ธรรมดากับ อิทธิพลความคลั่งไคล้ตนบุญผู้วิเศษ ที่กลับมาอีกครั้ง จากที่หายไปยาวนาน โดยการกลับคืนมาครั้งนี้ ที่ไม่ได้จำกัดว่าจะต้อง เป็นเพศนักบวช.. หากมีคุณวิเศษ ที่สามารถสื่อสารกับโลกจิตวิญญาณในทุกภพภูมิได้ แม้จะเป็นเพียงฐานะชาวบ้านธรรมดาคนหนึ่ง และเมื่อกล้าที่จะบอกกล่าวเล่าเรื่องราวลี้ลับในทุกซอกมุมที่คนทั่วไปเข้าไม่ถึง รู้ไม่ได้ เกินความคิดนึก ก็สามารถสำเร็จเป็น ตนบุญผู้วิเศษ ทำหน้าที่ ทูตสวรรค์ .. ทูตนรก ให้ชาวโลกที่ลุ่มหลงต่อไป อันเป็นภารกิจของ ตนบุญ ตามความเชื่อในท้องถิ่นของคนกลุ่มหนึ่ง
..ปรากฏการณ์ความคลั่งไคล้จึงเกิดขึ้นอย่างสุดโต่ง เมื่อได้รับอิทธิพลจากสื่อออนไลน์ในสังคมดิจิทัล ที่ดำเนินการโดยบุคคลมีชื่อเสียงเข้าสนับสนุน.. โดยเฉพาะ จากพวกดาราอินฟลูฯ ทั้งหลาย.. จนทำให้สังคมต้องเอะใจ.. กลับมาสนใจในพฤติกรรมของบุคคลดังกล่าว.. จากเหตุกระแสความเคลื่อนไหวที่มีอิทธิพลต่อความเชื่ออย่างลุ่มหลงรุนแรง
แม้จะพยายามแสดงธรรมบอกกล่าว เพื่อให้ฉุกใจคิด เกิดจิตตระหนักรู้ ว่าอะไรควรเชื่อ.. อะไรไม่ควรเชื่อ.. โดยอ้างอิงหลักธรรมในวิถีพุทธ แต่ก็ยากที่จะยับยั้ง สังคมที่ขาดสติ ให้หยุดกระแสลุ่มหลง ลัทธิตนบุญผู้วิเศษ ในขณะนั้นได้ไม่
จึงได้เห็นกระแสของคนจำนวนไม่น้อย.. ที่ไหลตามไปด้วยการชี้นำของ ผู้อ้างตนว่ามีญาณวิเศษดังกล่าว ที่มีทั้งนักการเมือง ข้าราชการ พ่อค้านักธุรกิจใหญ่ บุคคลมีชื่อเสียง โดยเฉพาะดารานักแสดงที่ชอบแนวมูเตลู (Mutelu)
จนในที่สุดแห่งความจริงได้ปรากฏด้วยอำนาจกรรมที่เป็นใหญ่ในโลก เหนืออำนาจทั้งปวง ที่ทำงานมาโดยตลอดอย่างไม่ได้เลือนหาย เพื่อแสดงความจริงว่า “สัจธรรมมีเพียงหนึ่งเดียว..” เมื่อได้เกิดเรื่องราวลามกจกเปรตตามภาพข่าวเผยแพร่ไปทั่ว เปิดเผยธาตุแท้ของผู้ตั้งตนเป็นตนบุญผู้วิเศษแห่งล้านนาคนดังกล่าว ที่มีลักษณะ วิปริตทางจิตเข้าขั้นรุนแรง เกิดภาวะหลอนทางอารมณ์ ผิดเพี้ยนทางเพศ.. ที่ซ่อนเร้นอยู่ใน จิตวิญญาณตนบุญ มายาวนาน จากหนุ่มจนแก่เฒ่า
แต่ไม่ว่า ตาเฒ่าคนดังกล่าว จะมีภาวะทางจิตผิดเพี้ยนขนาดไหน.. จะมีพฤติกรรมวิปริตอย่างไร.. ก็ไม่ใช่เรื่องน่าวิตกเท่ากับ สิ่งที่สะท้อนสภาวะความเป็นจริงของสังคมในโลกสังคมดิจิทัล ที่แสดงถึงสภาพจิตใจของคนในสังคม ที่ขาดความเชื่อมั่นในตนเองสูงมากจนเป็นวิกฤตทางจิตวิญญาณ.. มีภาวะความอ่อนแอทางจิตใจปรากฏ.. ก่อเกิด “โรคหลงเชื่ออย่างไม่รู้ตัว”.. แพร่หลายไปทั่ว
“โรคหลงเชื่ออย่างไม่รู้ตัว” อันเกิดจาก จิตหลงผิด (Delusional Disorder).. ที่แสดงความอ่อนแอของจิตใจ ในการขาด ความสำนึกขั้นพื้นฐาน ซึ่งเป็นภาวะทางจิตเวชรูปแบบใหม่ อันเกิดจากการเสพติดเทคโนโลยีข้อมูลข่าวสาร.. และการมีสัมพันธ์กับเอไอ (ปัญญาประดิษฐ์) อย่างหนัก จนนำไปสู่การแยกแยะโลกความเป็นจริงออกจากโลกออนไลน์ไม่ได้ จนเกิดภาวะหลอนจากใจ ที่ไม่สามารถแยกความจริงกับจินตนาการออกจากกันได้ จากการมีสภาพจิตสับสน ให้หลงเชื่อและผูกพันในเรื่องราวเท็จที่สมจริง.. อย่างขาดความตระหนักรู้ตามวิสัยปกติของคนเราที่มีความอยากรู้.. อยากเห็น..
การสั่งสมความอยาก.. ในสิ่งที่รู้ได้ยาก.. เข้าถึงไม่ได้ด้วยตนเอง.. จึงเกิดมีมากขึ้น อย่างยากยับยั้ง และเป็นปัจจัยสำคัญใน อาการหลงเชื่อโดยไม่รู้ตัว ที่อันตรายยิ่ง.. อันเนื่องจากการเข้าไปเสพคบพึ่งพิง อิทธิพลภายนอก โดยคาดคิดเอาเองว่า.. น่าจะสามารถช่วยตนได้อย่างไม่รู้จักวิเคราะห์หาเหตุผล อันเนื่องจากการ เสพอารมณ์ที่ขาดสติปัญญา..
การเสพอารมณ์อย่างขาดสติ.. ที่สัมพันธ์กับการเสพข้อมูลมากเกินไป.. จนขาดการพิจารณาประมวลผล ด้วยการไร้ภาวะความรู้ชัดในอารมณ์.. จึงนำไปสู่การสร้างความเชื่ออย่างลุ่มหลง ในสิ่งที่ส่งผลต่อการสนองตอบอารมณ์มากกว่าการมีเหตุผล เมื่อผสมผสานกับความเครียดที่สะสมจากเรื่องราวต่างๆ ไว้มาก อันเนื่องจากการเสพติดสื่ออันพร่ำเพรื่อในยุคดิจิทัล จึงมีผลต่อความอ่อนแอของประสิทธิภาพในการพิจารณา.. หรือการคิดวิเคราะห์ จนก่อให้เกิดภาวะสิ้นคิดอย่างรุนแรง.. ที่แม้ในนักบวชบางรายยังสำคัญว่า ตนเองบรรลุคุณวิเศษได้ จากภาวะหลงผิด.. หลงธรรม ดังกล่าวที่อันตรายยิ่ง ที่มักแสดงเรื่องราวเกินจริง.. ด้วยการสร้าง “มโน” ตัวตนที่แตกต่างจากชีวิตจริง..
เมื่อกระแสสังคม..ในโลกดิจิทัล มุ่งไปในทิศทาง “ความต้องการอยากให้เป็นจริง.. มากกว่าความจริงที่พิสูจน์ได้”.. ภาวะความสมยอมจึงเกิดขึ้นระหว่าง “..ความหลอกลวง.. กับภาวะความเต็มใจให้หลอก..” ที่เป็นไปตามพื้นฐานความเชื่อเดิมของตนจาก ภาวะจิตหลงผิด... “อะไรๆ จึงเกิดขึ้นได้อย่างที่ไม่ต้องถามว่าทำไม....” ในกระแสสังคมไร้ความตระหนักรู้เช่นนี้!!.
เจริญพร
dhamma_araya@hotmail.com
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'ดร.เอนก' แพร่บทความ 'บ้านเมืองเราในรอบ 94 ปี : ยิ่งเปลี่ยนก็ยิ่งเหมือนเดิม'
ศ.ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ ภาคีราชบัณฑิต และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เผยแพร่บทความเรื่อง "บ้านเมืองเราในรอบ 94 ปี : ยิ่งเปลี่ยนก็ยิ่งเหมือนเดิม" มีเนื้อหาดังนี้
พระอุโบสถเวฬุวันมหาวิหาร อินเดีย อธิการกุศลในสมเด็จเจ้าฟ้าฯ
เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา.. ๒๕ มิถุนายน ๒๕๖๙ ตรงกับการจัดพิธีบำเพ็ญกุศล ปัณรสมวาร (๑๕ วัน) แห่งการสิ้นพระชนม์ เพื่ออุทิศถวายเป็นพระกุศลแด่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ส่วนราชการทุกจังหวัดทั่วประเทศพร้อมเพรียงกันจัดพิธีบำเพ็ญกุศลดังกล่าว.. ดังที่อาตมาได้รับนิมนต์จาก นางรณิดา เหลืองฐิติสกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร เพื่อเป็นองค์แสดงพระธรรมเทศนาในวาระดังกล่าว...
“สมเด็จเจ้าฟ้าแห่งประเทศพระพุทธศาสนา” ที่ชาวพุทธน้อมสำนึกฯ
เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา.. ต้องยอมรับความจริง อย่างเข้าใจจริง.. ในความเป็นจริง.. ที่มีอยู่จริง ในปัจจุบันขณะนั้น... จึงจะถูกต้องตรงตามหลักธรรมที่ว่า..
ความบังเอิญ .. ที่ไม่บังเอิญ “ณ ภูทอก .. หลวงปู่จวนฯ”
เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา เช้าวันพระในวันจันทร์ที่ ๘ มิถุนายน ๒๕๖๙ เป็น “วันอัฏฐมีบูชา”.. ได้เดินทางไปปฏิบัติศาสนกิจโครงการร้อยใจไทย สืบสานราชธรรมฯ ถวายเป็นพระราชกุศล แด่ “สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง”.
'ดร.เอนก' แพร่บทความ 'ใครเป็นพวกหัวรุนแรงถอนรากถอนโคน : เมืองไทยในรอบกว่าสิบปี'
ศ.ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ ภาคีราชบัณฑิต อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เผยแพร่บทความ
ภาวะผกผันระหว่างบ้านเมือง-ศาสนา ในกระแสสติอ่อนล้า .. ของสังคม!!
เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา.. ติดตามข่าวสารรอบด้านที่เชื่อมสัมพันธ์กันทั้งทาง บ้านเมืองและฝ่ายศาสนา.. ได้เห็นปรากฏอาการ “โลกล้ำ-ธรรมล้น” อันเป็นไปตามสมัยวัตถุนิยม ที่แสดงถึง ภาวะอ่อนล้าของสติ สัมปชัญญะ โดยมวลรวมของภาคสังคม.. อันน่าศึกษายิ่ง

