
smart #3 Sport Coupé SUV เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าจับตาในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าพรีเมียม ด้วยการผสมผสานรูปลักษณ์แบบสปอร์ตคูเป้เข้ากับความอเนกประสงค์ของรถเอสยูวี พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้ากำลัง 272 แรงม้า ระบบขับเคลื่อนล้อหลัง อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงใน 5.8 วินาที และระยะทางขับขี่สูงสุด 455 กิโลเมตรตามมาตรฐาน WLTP
ราคาจำหน่ายที่ระบุอยู่ที่ 1,549,000 บาท

มองเพียงภายนอก รถคันนี้อาจดึงดูดคนที่ชอบรถทรงสปอร์ตเป็นอันดับแรก แต่หากพิจารณาให้ลึกลงไป smart #3 ยังมีประเด็นน่าสนใจทั้งเรื่องสมรรถนะ ระบบชาร์จ เทคโนโลยีภายในห้องโดยสาร และอุปกรณ์ช่วยเหลือการขับขี่
คำถามสำคัญจึงอยู่ที่ว่า เมื่อจ่ายเงินระดับล้านห้า รถคันนี้ให้อะไรแก่ผู้ซื้อบ้าง และองค์ประกอบเหล่านั้นตอบโจทย์การใช้งานจริงได้มากน้อยเพียงใด

คูเป้เอสยูวี รูปลักษณ์ที่ต้องมีมากกว่าความหล่อ
จุดขายแรกของ smart #3 คือแนวทางการออกแบบ Sport Coupé SUV ซึ่งนำเส้นสายหลังคาลาดแบบรถคูเป้มาผสมกับสัดส่วนตัวถังของรถอเนกประสงค์ แนวทางนี้ตอบโจทย์ผู้ใช้รถที่ต้องการความแตกต่าง ไม่อยากได้เอสยูวีทรงเหลี่ยมแบบที่พบเห็นได้ทั่วไป แต่ยังต้องการพื้นที่ใช้สอยและความสะดวกในการใช้งานประจำวัน ตัวรถมีความยาว 4,400 มิลลิเมตร กว้าง 1,844 มิลลิเมตร สูง 1,556 มิลลิเมตร และมีระยะฐานล้อ 2,785 มิลลิเมตร รองรับผู้โดยสาร 5 ที่นั่ง สัดส่วนดังกล่าวทำให้รถมีบุคลิกออกไปทางสปอร์ตมากกว่ารถเอสยูวีที่เน้นความสูงโปร่งเป็นหลัก ขณะที่ระยะฐานล้อค่อนข้างยาวเมื่อเทียบกับความยาวตัวรถ ก็เป็นองค์ประกอบสำคัญในการจัดสรรพื้นที่ห้องโดยสาร
อย่างไรก็ตาม หลังคาที่ลาดลงย่อมมีโจทย์ให้ต้องพิจารณา โดยเฉพาะพื้นที่เหนือศีรษะของผู้โดยสารด้านหลังและความสะดวกในการเข้าออก ผู้ซื้อที่มีผู้โดยสารตัวสูงหรือใช้เบาะนั่งสำหรับเด็กเป็นประจำ ควรทดลองนั่งจริงก่อนตัดสินใจ
เพราะรถที่ออกแบบมาสวยในภาพโฆษณา กับรถที่สมาชิกทุกคนในครอบครัวนั่งสบาย อาจเป็นคนละเรื่องกัน

ด้านรูปลักษณ์ภายนอก smart #3 มาพร้อมไฟหน้า Matrix LED ไฟท้าย LED มือจับประตูแบบซ่อน ประตูกระจกไร้กรอบ และล้ออัลลอยขนาด 19 นิ้ว เสริมด้วยหลังคากระจกพาโนรามิกชนิดกันความร้อน
ประตูท้ายเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้าและมีเซ็นเซอร์ตรวจจับด้วยเท้า เพิ่มความสะดวกเมื่อต้องถือสัมภาระหลายชิ้น
รายละเอียดเหล่านี้ช่วยสร้างภาพลักษณ์พรีเมียม แต่ในมุมของคนใช้รถ สิ่งที่ต้องพิจารณาควบคู่กันคือทัศนวิสัยจากตำแหน่งคนขับ การมองเห็นบริเวณเสาหลัง และความสะดวกในการกะระยะขณะถอยจอด ซึ่งเป็นเรื่องที่การทดลองขับจะให้คำตอบได้ดีกว่าการดูเพียงรูปทรงภายนอก

272 แรงม้า ขับหลังเต็มตัว อัตราเร่ง 5.8 วินาที
smart #3 ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยวชนิด PMSM ให้กำลังสูงสุด 200 กิโลวัตต์ หรือประมาณ 272 แรงม้า พร้อมแรงบิดสูงสุด 343 นิวตันเมตร ส่งกำลังไปยังล้อหลัง หรือ RWD อัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงทำได้ใน 5.8 วินาที และมีความเร็วสูงสุด 180 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ตัวเลขเหล่านี้บอกให้เห็นว่ารถไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อการขับขี่แบบเนิบ ๆ ตามภาพจำของรถใช้งานในเมืองเท่านั้น แต่มีสมรรถนะเหลือเฟือสำหรับการเร่งแซงและการเดินทางบนทางหลวง จุดที่ควรจับตาคือระบบขับเคลื่อนล้อหลัง ซึ่งเป็นรูปแบบที่ผู้ชื่นชอบการขับขี่คุ้นเคยกันดีในรถยนต์หลายประเภท เพราะมีบุคลิกการส่งกำลังต่างจากรถขับเคลื่อนล้อหน้า

เมื่อประกอบกับแรงบิดของมอเตอร์ไฟฟ้าที่พร้อมตอบสนองอย่างรวดเร็ว จึงมีศักยภาพที่จะมอบการเร่งความเร็วที่ฉับไวและบุคลิกการขับขี่ที่น่าสนใจ แต่ขออย่าเพิ่งตัดสินว่ารถขับหลังจะขับสนุกกว่ารถขับหน้าเสมอไป เพราะการควบคุมรถต้องพิจารณาทั้งการเซ็ตช่วงล่าง การตอบสนองพวงมาลัย การกระจายน้ำหนัก และการทำงานของระบบควบคุมเสถียรภาพ
หากต้องการรู้ว่า smart #3 ขับดีจริงเพียงใด ต้องทดลองทั้งการออกตัว การเร่งแซง การเข้าโค้ง และการขับผ่านพื้นผิวถนนที่แตกต่างกัน ตัวเลข 5.8 วินาทีเป็นข้อมูลสมรรถนะที่น่าสนใจ แต่ความมั่นใจหลังพวงมาลัยต่างหากที่ทำให้รถคันหนึ่งน่าใช้ในระยะยาว รถรุ่นนี้มีโหมดการขับขี่ ECO, Comfort และ Sport ให้เลือก เพื่อปรับลักษณะการตอบสนองให้เหมาะกับการใช้งานและความต้องการของผู้ขับขี่

แบตเตอรี่ 66 kWh วิ่ง 455 กม. ชาร์จเร็ว 150 kW
smart #3 ติดตั้งแบตเตอรี่ความจุ 66 กิโลวัตต์ชั่วโมง ระบุระยะทางขับขี่สูงสุด 455 กิโลเมตรตามมาตรฐาน WLTP
เมื่อเทียบกับรถที่เน้นการใช้งานในชีวิตประจำวัน ตัวเลขดังกล่าวถือว่าน่าสนใจ เพราะเปิดโอกาสให้เจ้าของรถวางแผนเดินทางได้หลากหลาย ทั้งการใช้รถในเมืองและการออกเดินทางนอกเมืองอย่างไรก็ตาม ต้องแยกให้ออกระหว่างระยะทางตามมาตรฐานทดสอบกับระยะทางที่วิ่งได้จริง WLTP เป็นมาตรฐานที่ใช้ประเมินระยะทางภายใต้เงื่อนไขการทดสอบที่กำหนด ไม่ได้หมายความว่ารถจะวิ่งได้ 455 กิโลเมตรทุกครั้งที่ชาร์จเต็ม ระยะทางจริงยังขึ้นอยู่กับความเร็ว สภาพการจราจร อุณหภูมิ การใช้เครื่องปรับอากาศ น้ำหนักบรรทุก และลักษณะการขับขี่ ด้านการชาร์จ รองรับไฟฟ้ากระแสสลับ หรือ AC สูงสุด 22 กิโลวัตต์ และไฟฟ้ากระแสตรง หรือ DC สูงสุด 150 กิโลวัตต์ โดยระบุเวลาชาร์จจาก 10-80% ประมาณ 30 นาที นี่คือองค์ประกอบที่ช่วยให้การเดินทางระยะไกลมีความยืดหยุ่นมากขึ้น โดยเฉพาะผู้ที่วางแผนแวะสถานีชาร์จระหว่างทางได้ แต่ความเร็วในการชาร์จจริงยังขึ้นอยู่กับกำลังจ่ายของสถานีชาร์จ อุณหภูมิแบตเตอรี่ ระดับพลังงานที่เหลืออยู่ และเงื่อนไขการทำงานของระบบรถ ในทางปฏิบัติ ผู้ใช้รถไฟฟ้าควรพิจารณาความพร้อมของจุดชาร์จตามเส้นทางที่เดินทางเป็นประจำ รวมถึงความสะดวกในการชาร์จที่บ้านหรือที่ทำงานด้วย เพราะรถที่วิ่งไกลเพียงใดก็มีข้อจำกัด หากการเติมพลังงานไม่สอดคล้องกับรูปแบบชีวิตของเจ้าของรถ
ห้องโดยสารพรีเมียม จอใหญ่ ระบบเสียง Beats® และ HUD
อีกหนึ่งจุดขายของ smart #3 คืออุปกรณ์ภายในห้องโดยสาร ซึ่งวางแนวทางการใช้งานให้สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ดิจิทัล
หน้าจอสัมผัสกลางขนาด 12.8 นิ้วทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางควบคุมระบบต่าง ๆ เสริมด้วยมาตรวัดดิจิทัล Full-HD LCD ขนาด 9.2 นิ้ว และจอแสดงข้อมูลการขับขี่บนกระจกหน้า หรือ HUD ขนาด 10 นิ้ว
ระบบ HUD ช่วยให้ผู้ขับขี่มองเห็นข้อมูลสำคัญได้โดยไม่ต้องละสายตาลงไปดูมาตรวัดบ่อยครั้ง อย่างไรก็ตาม ประโยชน์ที่ได้รับจริงยังขึ้นอยู่กับตำแหน่งการนั่ง ความชัดเจนของการแสดงผล และความเหมาะสมกับผู้ขับขี่แต่ละคน
ระบบความบันเทิงติดตั้งลำโพง 13 ตำแหน่ง พร้อมรองรับ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย ระบบนำทาง การสั่งงานด้วยเสียง อินเทอร์เน็ต 4G, Wi-Fi, USB และ Bluetooth
นอกจากนี้ยังสามารถควบคุมรถผ่านแอปพลิเคชันบนโทรศัพท์มือถือได้ตามฟังก์ชันที่รองรับ ด้านความสะดวกสบาย มีเบาะหุ้มหนัง เบาะคู่หน้าปรับไฟฟ้า 6 ทิศทาง พร้อมระบบปรับหนุนหลัง 4 ทิศทาง และระบบเลื่อนเบาะคนขับเพื่อความสะดวกในการขึ้น-ลง เบาะคู่หน้ามีระบบทำความอุ่นปรับได้ 3 ระดับ พวงมาลัยปรับได้ 4 ทิศทางพร้อมระบบทำความอุ่น ขณะที่ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแยกอุณหภูมิซ้าย-ขวาและช่องปรับอากาศด้านหลัง ช่วยเพิ่มความสะดวกแก่ผู้โดยสาร
ระบบกรองอากาศ PM2.5 + N95 + Carbon และระบบแสดงผลคุณภาพอากาศภายในรถก็เป็นอีกส่วนที่เพิ่มความน่าสนใจให้ห้องโดยสาร สำหรับการใช้งานประจำวัน ยังมีแท่นชาร์จโทรศัพท์แบบไร้สาย ระบบไฟสร้างบรรยากาศภายในห้องโดยสาร กระจกมองหลังแบบไร้กรอบพร้อมระบบตัดแสงอัตโนมัติ และพนักพิงเบาะหลังพับแยก 60:40
ระบบเบรกมือไฟฟ้า Auto Hold และ S-Pedal ซึ่งรองรับการขับขี่ด้วยแป้นเหยียบเดียว ก็ช่วยเพิ่มความสะดวกในการควบคุมรถ โดยเฉพาะเมื่อขับขี่ในสภาพการจราจรที่ต้องชะลอและเร่งความเร็วบ่อยครั้ง อย่างไรก็ตาม เทคโนโลยีที่ดีไม่ควรมีไว้เพื่อเพิ่มรายการอุปกรณ์เท่านั้น แต่ต้องใช้งานง่าย ไม่รบกวนสมาธิ และทำงานได้อย่างสม่ำเสมอ นี่คือสิ่งที่ผู้ซื้อควรทดลองด้วยตัวเองก่อนตัดสินใจ
พื้นที่เก็บสัมภาระ จุดสมดุลระหว่างรถสปอร์ตกับรถอเนกประสงค์
แม้จะมาในรูปแบบ Sport Coupé SUV แต่ smart #3 ยังให้ความสำคัญกับพื้นที่ใช้สอย ตัวรถมีพื้นที่เก็บสัมภาระด้านหน้า 15 ลิตร และพื้นที่เก็บสัมภาระด้านท้าย 370-1,160 ลิตร โดยเบาะหลังพับแยกแบบ 60:40 เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในการจัดวางสิ่งของ ความจุสูงสุดด้านท้ายจะขึ้นอยู่กับรูปแบบการจัดวางเบาะและเงื่อนไขการวัด จึงควรพิจารณาพื้นที่เก็บสัมภาระในสภาพใช้งานปกติควบคู่กันไป ผู้ที่ใช้รถเดินทางกับครอบครัว อาจต้องคำนึงถึงทั้งกระเป๋าเดินทาง รถเข็นเด็ก และสิ่งของอื่น ๆ ที่ต้องขนเป็นประจำ ส่วนผู้ที่ชื่นชอบกิจกรรมกลางแจ้งก็อาจให้ความสำคัญกับการพับเบาะและความสะดวกในการขนสัมภาระชิ้นใหญ่ รถคูเป้เอสยูวีที่ดีจึงต้องทำให้เจ้าของรถได้ทั้งรูปลักษณ์ที่ต้องการและพื้นที่ใช้งานที่เพียงพอ โดยไม่ต้องแลกอย่างใดอย่างหนึ่งมากจนเกินไป ส่วนระยะห่างจากพื้นขณะไม่บรรทุกอยู่ที่ 160 มิลลิเมตร เป็นตัวเลขที่ควรนำไปพิจารณาร่วมกับสภาพถนนและลักษณะการใช้งาน โดยเฉพาะผู้ที่ต้องผ่านทางลาดชัน เนินชะลอความเร็ว หรือทางเข้าบ้านที่มีระดับต่างกัน
ระบบช่วยขับขี่และความปลอดภัย ให้มาครบหลายด้าน
ในเรื่องความปลอดภัย smart #3 ติดตั้งระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่หลายรายการ ตั้งแต่ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน (ACC) ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ (AEB) ไปจนถึงระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน (LKA) และระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลนในสถานการณ์ฉุกเฉิน (ELKA) ยังมีระบบเตือนเมื่อรถออกนอกเลน (LDW) ระบบช่วยดึงพวงมาลัยกลับเมื่อรถออกนอกเลน (LDP) ระบบเตือนจุดอับสายตา (BSD) และระบบช่วยเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน (LCA) ส่วนการถอยจอดมีระบบกล้องมองภาพรอบทิศทาง 360 องศา ระบบช่วยจอดรถอัตโนมัติ และเซ็นเซอร์กะระยะถอยจอด 12 จุด ระบบอื่น ๆ ได้แก่ ระบบเตือนรถวิ่งตัดผ่านทางด้านหลัง (RCTA) ระบบเตือนการชนก่อนเปิดประตู (DOW) ระบบจดจำป้ายจราจร (TSR) และระบบตรวจจับความเหนื่อยล้าของผู้ขับขี่ (DPM)
ด้านความปลอดภัยพื้นฐานประกอบด้วยระบบ ABS, EBD, BAS, CBC, ESC, TCS, HDC และ TPMS รวมถึงถุงลมนิรภัยคู่หน้า ถุงลมนิรภัยด้านข้าง ม่านถุงลมนิรภัย และถุงลมนิรภัยระหว่างเบาะคู่หน้า ยังมีระบบเข็มขัดนิรภัยพร้อมกลไกดึงกลับและผ่อนแรงอัตโนมัติ ระบบเตือนการคาดเข็มขัดนิรภัย ระบบป้องกันการโจรกรรม ระบบล็อกพวงมาลัยแบบอิเล็กทรอนิกส์ และระบบปลดล็อกประตูฉุกเฉินเมื่อเกิดอุบัติเหตุ สำหรับครอบครัวที่มีเด็ก รถยังมีจุดยึดเบาะนั่งนิรภัยสำหรับเด็ก ISOFIX พร้อมจุดยึด Top-tether หากพิจารณาจากรายการอุปกรณ์ จะเห็นว่ารถพยายามครอบคลุมทั้งการป้องกันอุบัติเหตุ การช่วยลดความเสี่ยงขณะขับขี่ และการเพิ่มความสะดวกในการควบคุมรถ
อย่างไรก็ตาม จำนวนระบบช่วยขับขี่ไม่ได้เป็นตัวแทนของคะแนนความปลอดภัยจากการชนโดยตรง ผู้ซื้อควรตรวจสอบผลทดสอบการชนจากหน่วยงานอิสระและรายละเอียดอุปกรณ์ของรถรุ่นที่จำหน่ายจริงเพิ่มเติม เหนือสิ่งอื่นใด ระบบช่วยขับขี่เป็นเพียงตัวช่วย ไม่ใช่สิ่งที่อนุญาตให้ผู้ขับขี่ละสายตาจากถนนหรือปล่อยให้รถควบคุมตัวเองโดยปราศจากการกำกับดูแล
ราคา 1,549,000 บาท คุ้มค่าหรือไม่ ต้องดูให้ครบทั้งคัน
smart #3 Sport Coupé SUV มีราคาจำหน่ายตามข้อมูลที่ได้รับอยู่ที่ 1,549,000 บาท วางตำแหน่งตัวเองในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าพรีเมียม โดยชูทั้งดีไซน์สปอร์ต สมรรถนะจากมอเตอร์ไฟฟ้า 272 แรงม้า ระบบขับเคลื่อนล้อหลัง และอุปกรณ์อำนวยความสะดวกหลายรายการ
จุดแข็งของรถอยู่ที่การผสมผสานบุคลิกที่แตกต่างเข้ากับสมรรถนะและเทคโนโลยี ผู้ซื้อไม่ได้มองเพียงรถไฟฟ้าที่ใช้เดินทางจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่ง แต่ยังได้รถที่มีดีไซน์เฉพาะตัวและมีอุปกรณ์รองรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน
แต่คำว่า “คุ้ม” ไม่มีสูตรสำเร็จเดียวกันสำหรับทุกคน หากผู้ซื้อให้ความสำคัญกับรูปลักษณ์สปอร์ต อัตราเร่ง และระบบขับเคลื่อนล้อหลัง smart #3 ย่อมมีองค์ประกอบที่น่าสนใจ
หากเน้นพื้นที่สำหรับครอบครัว ต้องทดลองนั่งเบาะหลังและตรวจสอบพื้นที่เก็บสัมภาระให้แน่ใจ โดยเฉพาะเมื่อใช้งานร่วมกับเบาะนั่งนิรภัยสำหรับเด็ก หากเน้นความคุ้มค่าในระยะยาว ก็ต้องพิจารณาราคาและโปรโมชันล่าสุด ค่าเบี้ยประกันภัย เงื่อนไขการรับประกันแบตเตอรี่และตัวรถ ความพร้อมของศูนย์บริการ และค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาให้ครบถ้วน การเปรียบเทียบกับรถคู่แข่งในระดับราคาใกล้เคียงกันจึงควรพิจารณาทั้งสมรรถนะ ระยะทางใช้งานจริง ความเร็วในการชาร์จ พื้นที่ห้องโดยสาร และบริการหลังการขาย ไม่ใช่เลือกผู้ชนะจากแรงม้าหรือขนาดหน้าจอเพียงรายการเดียว
บทสรุป: สปอร์ตด้วยรูปทรง แรงด้วยมอเตอร์ แต่ต้องพิสูจน์ด้วยการขับจริง
smart #3 Sport Coupé SUV เป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่มีจุดยืนชัดเจนในตลาด ด้วยการผสมผสานดีไซน์คูเป้เข้ากับความอเนกประสงค์ของเอสยูวี พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้า 272 แรงม้า แรงบิด 343 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงใน 5.8 วินาที และระยะทางขับขี่สูงสุด 455 กิโลเมตรตามมาตรฐาน WLTP
อุปกรณ์ภายในห้องโดยสาร ระบบเชื่อมต่อดิจิทัล ระบบเสียง Beats® และระบบช่วยเหลือการขับขี่หลายรายการ ก็ช่วยเสริมภาพลักษณ์ความเป็นรถยนต์ไฟฟ้าพรีเมียม ในราคา 1,549,000 บาท รถคันนี้จึงมีประเด็นให้พิจารณามากกว่าความสวยงามภายนอก ทั้งสมรรถนะ ความสะดวกสบาย และความเหมาะสมกับชีวิตของผู้ซื้อ สิ่งที่ยังต้องพิสูจน์ด้วยการทดลองขับคือคุณภาพการควบคุม ช่วงล่าง ความสบายในการเดินทางจริง การใช้พลังงาน และประสิทธิภาพการชาร์จภายใต้เงื่อนไขการใช้งานจริง เพราะท้ายที่สุด รถยนต์ที่ดีไม่ใช่รถที่มีตัวเลขสวยที่สุด หรือมีอุปกรณ์มากที่สุดเสมอไป แต่คือรถที่ทำให้เจ้าของรู้สึกมั่นใจ ใช้งานได้ตรงความต้องการ และไม่สร้างภาระเกินความจำเป็นในระยะยาว
smart #3 เป็นตัวเลือกที่น่าจับตาสำหรับคนที่ต้องการรถไฟฟ้าพรีเมียมซึ่งมีบุคลิกสปอร์ตชัดเจน พร้อมสมรรถนะและเทคโนโลยีที่ครบเครื่อง
โดย นรินทร โชติภิรมย์กุล
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
smart #5 PREMIUM เอสยูวีไฟฟ้า 363 แรงม้า แบตเตอรี่ 100 kWh ชาร์จเร็ว 400 kW ราคา 1.749 ล้านบาท
จากรถยนต์ขนาดกะทัดรัดสู่เอสยูวีพรีเมียมไซซ์กลาง smart #5 PREMIUM ขยับเกมครั้งสำคัญ ชูมอเตอร์ไฟฟ้า 363 แรงม้า
ลองขับ MAZDA CX-6e อีวี พิสูจน์ DNA ซิ่งนุ่ม คุมแม่น สไตล์มาสด้า
มาสด้า CX-6e ไม่ได้มีดีแค่หน้าตา ลองขับจริงจากกรุงเทพฯ มุ่งหน้ากาญจนบุรี เจอทั้งรถติด ทางด่วน และถนนหลากหลายรูปแบบ
ปอร์เช่ เอเอเอสฯ ชวนสัมผัสยนตรกรรมสปอร์ต พร้อมข้อเสนอดาวน์ 0%* ในงาน AAS Roadshow at Central Ladprao 22–28 ต.ค.นี้
ปอร์เช่ เอเอเอสฯ โดย บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด ตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ปอร์เช่อย่างเป็นทางการรายแรกของประเทศไทย
GWM รายงานยอดขายต่างประเทศเดือนกันยายนเติบโต 19.40%
GWM (Thailand) ยกระดับสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงาน ตอบโจทย์ผู้ใช้งานทุกกลุ่มทั่วโลก ภายใต้แนวคิด
ถอดรหัส smart #1 Premium รถไฟฟ้าขนาดกะทัดรัด ไม่ได้มีดีแค่ประหยัด แต่ต้องขับสนุกและปลอดภัย
ในวันที่ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าแข่งขันกันดุเดือด การมีแบตเตอรี่ก้อนใหญ่ วิ่งได้ไกล หรือแปะหน้าจอขนาดยักษ์ไว้กลางคอนโซล
อีซูซุปล่อยหมัดเด็ด! 2.2 Ddi MAXFORCE Biturbo 204 แรงม้า 500 นิวตันเมตร เขย่าตลาดปลายปี
อีซูซุเปิดเกมรุกตลาดยานยนต์ไตรมาสสุดท้าย ส่งขุมพลังดีเซลใหม่ ISUZU 2.2 Ddi MAXFORCE Biturbo ชูเทคโนโลยีเทอร์โบคู่

