
ที่ผ่านมา กลุ่มผู้บริโภคหลายคนคงเริ่มเห็นหน้าตาของฉลากเบอร์ 5 โฉมใหม่ตามเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ กันบ้างแล้ว โดย การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) นั้นได้เดินหน้าการปรับโฉมจากฉลากเบอร์ 5 แบบเดิมมาเป็นแบบใหม่ และกำหนดใช้ในช่วงต้นปี 2567 ที่ผ่านมา จนปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์ที่มีการติดฉลากเบอร์ 5 โฉมใหม่รวมกว่า 26 ผลิตภัณฑ์ ตั้งแต่เครื่องใช้เล็กๆ อย่างหลอดไฟ ไปจนถึงหม้อแปลงไฟฟ้าระบบจำหน่าย จักรยานยนต์ไฟฟ้า แบตเตอรี่ และแผงโซลาร์เซลล์ด้วย
“อาทิตย์เอกเขนก” นอกจากจะพาไปรู้จักฉลากเบอร์ 5 โฉมใหม่แล้ว ยังพาไปส่องดูโครงการต่อเนื่องที่ กฟผ.เริ่มดำเนินงานต่อยอดจากการออกฉลากใหม่ ที่แม้จะดูว่าไม่ได้เกี่ยวข้องกันเท่าไหร่ แต่ในเงื่อนไขนั้นมีความลงตัวอยู่ โดยเริ่มจากการพัฒนาฉลากเบอร์ 5 โฉมใหม่นั้นเป็นการยกระดับการประหยัดพลังงานให้เข้มข้นมากขึ้น และเป็นตัวช่วยในการเลือกอุปกรณ์ไฟฟ้า รวมทั้งรักษ์โลกมากกว่าเดิม
โดยการเพิ่มเกณฑ์ประสิทธิภาพของอุปกรณ์ไฟฟ้าให้มีความละเอียดมากขึ้นจากเดิม 1-3 ดาว เป็น 1-5 ดาว ทำให้ประชาชนสามารถเลือกใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพสูง ยิ่งดาวมาก ยิ่งประหยัดไฟมาก รวมถึงฉลากรูปแบบใหม่ยังส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการเลือกใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าที่รักษาสิ่งแวดล้อมมากขึ้น โดยการเพิ่มสัญลักษณ์ที่แสดงปริมาณการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ตลอดช่วงการใช้งาน สัญลักษณ์ที่แสดงถึงกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และ QR Code เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงข้อมูลได้มากกว่าที่ระบุไว้

และเพื่อให้การดำเนินโครงการ “ฉลากประหยัดไฟฟ้าเบอร์ 5” บรรลุผลในการลดการใช้พลังงานโดยรวมของชาติ และลดผลกระทบทางด้านสิ่งแวดล้อม จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องได้รับความร่วมมือร่วมใจอย่างจริงจังจากทุกๆ ฝ่าย ดังนั้น กฟผ.จึงใช้แนวทางในการดำเนินโครงการ จึงมุ่งที่จะใช้วิธีจูงใจโดยการสร้างการรับรู้ความถูกต้องในการใช้พลังงานไฟฟ้า โดยแบ่งกลุ่มเป้าหมายคือ กลุ่มภาคที่อยู่อาศัย ภาคธุรกิจ และภาคอุตสาหกรรม
ด้วยการใช้กลยุทธ์ที่เรียกว่า “3 อ.” คือ อุปกรณ์ประหยัดไฟฟ้า อาคารประหยัดไฟฟ้า และอุปนิสัยประหยัดไฟฟ้า โดยแบ่งเป็น อ. อุปกรณ์ประหยัดไฟฟ้า:ภาคที่อยู่อาศัย โดยกลุ่มประชาชนในภาคที่อยู่อาศัยเป็นกลุ่มที่มีการใช้พลังงานไฟฟ้าประมาณ 25% ของปริมาณการใช้พลังงานไฟฟ้าทั้งประเทศ การดำเนินการในภาคที่อยู่อาศัยนี้จึงมุ่งเป้าหมายไปที่การส่งเสริมให้ทุกครัวเรือนเปลี่ยนมาใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพสูง ทำให้อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ไม่มีประสิทธิภาพ เช่น หลอดอ้วน หมดไปจากตลาดเมืองไทยอีกด้วย
อ. อาคาร/โรงงานประหยัดไฟฟ้า:ภาคธุรกิจ/ภาคอุตสาหกรรม ซึ่งสัดส่วนการใช้พลังงานในภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม คิดเป็น 75% ของการใช้พลังงานทั้งประเทศ และเพื่อให้มีการใช้ไฟฟ้าอย่างมีประสิทธิภาพในภาคธุรกิจและภาคอุตสาหกรรม จะต้องมีการบริหารการใช้ไฟฟ้า การปรับปรุงระบบป้องกันความร้อนเข้าสู่อาคาร การใช้ระบบปรับอากาศประสิทธิภาพสูง และการปรับปรุงระบบแสงสว่างการจัดการอบรมให้ความรู้ด้านการใช้พลังงานอย่างถูกต้อง ลดต้นทุนการผลิตสินค้าให้สามารถแข่งขันได้ในตลาดโลก
และ อ. สุดท้ายคือ อุปนิสัยประหยัดไฟฟ้า:สร้างการเรียนรู้สู่เยาวชนและประชาชนทั่วไป ซึ่งต้องยอมรับว่าทัศนคติหรือการรับรู้เรื่องการประหยัดพลังงานมีความจำเป็นต้องตอกย้ำและสร้างองค์ความรู้อย่างต่อเนื่อง ด้วยเหตุนี้เอง กฟผ.จึงได้แตกแขนงการทำงานผ่านโครงการฉลากเบอร์ 5 โฉมใหม่ อย่างที่กล่าวไปข้างต้น ดำเนินโครงการปลูกฝังอุปนิสัยการใช้พลังงานไฟฟ้าอย่างประหยัดและมีประสิทธิภาพแก่เยาวชนและประชาชน โดยประสานงานกับกระทรวงศึกษาธิการ สำนักการศึกษากรุงเทพมหานคร จัดตั้ง “ห้องเรียนสีเขียว” (GREEN LEARNING ROOM) แม้จะดำเนินการต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2541 แต่การเข้ามาของฉลากเบอร์ 5 ใหม่นี้ก็เป็นตัวแปรสำคัญ

ซึ่งจะเสริมสร้างทัศนคติและค่านิยมในการใช้ไฟฟ้าอย่างมีประสิทธิภาพแก่เยาวชนของชาติตั้งแต่ระดับอนุบาลจนถึงระดับมัธยม โดยผ่านระบบการศึกษาของประเทศ เพื่อปลูกฝังอุปนิสัยการใช้ไฟฟ้าอย่างมีประสิทธิภาพให้ยั่งยืน และปัจจุบันโครงการห้องเรียนสีเขียวได้มีความร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เพื่อขยายเครือข่ายความร่วมมือในการส่งต่อองค์ความรู้ ความเข้าใจด้านการอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อม แก่นักเรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษาของโรงเรียน มุ่งสู่สังคมแห่งการเรียนรู้สีเขียว (Green Learning Society) ซึ่งปัจจุบันมีโรงเรียนในโครงการกว่า 1,300 แห่งทั่วประเทศ
ตัวอย่างที่ผ่านมา กฟผ.ได้ส่งมอบห้องเรียนสีเขียว และปรับปรุงประสิทธิภาพพลังงานภายในอาคารเรียน โรงเรียนมัธยมวชิราลงกรณวราราม จังหวัดนครราชสีมา โดยสามารถปรับให้เป็นห้องเรียน Net Zero หรือปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ เนื่องจากติดตั้งระบบไฟฟ้า Solar Cell และระบบกักเก็บพลังงาน Battery Storage โดยมีจอแสดงผลการจ่ายพลังงานไฟฟ้าเข้าสู่ห้องเรียน ที่แสดงวงจรการใช้ไฟฟ้าภายในห้องและคำนวณราคาพลังงานไฟฟ้าที่สามารถประหยัดได้

รวมถึงใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าประสิทธิภาพสูงเบอร์ 5 อาทิ เครื่องปรับอากาศ และหลอดไฟ LED ส่งผลให้ผลิตไฟฟ้าทดแทนการใช้ไฟฟ้าของอาคารได้ประมาณ 21,500 หน่วยต่อปี และลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 11.2 ตันต่อปี ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพพลังงานภายในอาคารเรียน สามารถลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานให้แก่โรงเรียนได้อีกด้วย.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
‘GLO’เดินเครื่องศึกษาโมเดลสลากญี่ปุ่น ลุ้นปั้นเกมใหม่‘ลอตโต้-หวยขูด’เพิ่มทางเลือก/ชูL6-N3แก้ใต้ดิน
ท่ามกลางพฤติกรรมของผู้บริโภคที่มีแนวโน้มแสวงหา ความตื่นเต้น ความท้าทาย และโอกาสในการเปลี่ยนแปลงชีวิตในระยะเวลาอันสั้น ‘สลากกินแบ่ง’ จึงกลายเป็นหนึ่งในเครื่องมือที่สะท้อนความต้องการดังกล่าวได้อย่างชัดเจน
กฟผ. จับมือ IEEE PES Thailand จัดงาน 'IEEE PES Day 2026' เร่งขับเคลื่อนพลังงานสะอาด เสริมเสถียรภาพระบบไฟฟ้าสู่อนาคตยั่งยืน
กฟผ. ร่วมกับสมาคมไฟฟ้าและพลังงานไอทริปเปิลอี (ประเทศไทย) จัดงาน "IEEE PES Day 2026" เปิดเวทีความร่วมมือด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม เสริมเสถียรภาพโครงข่ายไฟฟ้า รองรับการเปลี่ยนผ่านพลังงานสะอาด และพัฒนาคนรุ่นใหม่ด้านพลังงานของประเทศ
‘ดับร้อนสงคราม ด้วยหิมะซัปโปโร’ เส้นทางท่องเที่ยวแห่งความฝัน สดชื่นและกลิ่นอายคลาสสิก
ในวันที่โลกดูจะร้อนรุ่มขึ้นทุกขณะ ไม่ใช่แค่จากอุณหภูมิที่พุ่งสูงขึ้นตามฤดูกาล แต่ยังรวมถึงความร้อนระอุจากหน้าข่าวสารที่มีแต่กลิ่นอายของความขัดแย้งและนัยของสงครามที่แฝงตัวอยู่รอบด้าน
‘อรรถวิท รักจำรูญ’ พลิกโฉมขบส. รีแบรนด์องค์กรใหม่ ‘BSK’ เดินทางทั่วไทย เชื่อมไปทั่วโลก
หลังจากส่งสัญญาณมาระยะหนึ่งถึงแผน “พลิกโฉมองค์กรครั้งใหญ่” ของบริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) ที่ล่าสุดถึงเวลาที่ภาพดังกล่าวเริ่มชัดเจนขึ้น เมื่อวันที่ 9 เมษายนที่ผ่านมา บขส.ได้ฤกษ์เปิดตัวการรีแบรนด์องค์กรอย่างเป็นทางการ ภายใต้ชื่อใหม่ “BSK” ที่สะท้อนแนวคิดการปรับตัวสู่ยุคดิจิทัล
เผยเบื้องหลังความสำเร็จ2ผู้ประกอบธุรกิจอาหาร ยึดในความเชื่อมั่นกล้าทุ่มเทและพร้อมปรับตัว
อาทิตย์เอกเขนกสัปดาห์นี้อยากชวนสัมผัสเบื้องหลังความสำเร็จของสองผู้ประกอบการหญิงเจ้าของรางวัล “สุดยอดร้านอาหารส่งเสริมการท่องเที่ยวประจำภาคใต้” ยุ้ย-เพียงเพ็ญ ธรรมประดิษฐ์
จักสาน‘บ้านเซิด’ภูมิปัญญาท้องถิ่น สู่โมเดลเศรษฐกิจชุมชนยุคใหม่
กองทุนพัฒนาไฟฟ้าเป็นกลไกสำคัญที่จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติการประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ.2550 มาตรา 97 (3) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาและฟื้นฟูชุมชนในพื้นที่รอบโรงไฟฟ้า

