
ประวัติศาสตร์การ ‘รีดนมโค’ ปรากฏในวัฒนธรรมอียิปต์โบราณมาตั้งแต่ราว 3 พันปีก่อนคริสตกาล เรื่อยมากระทั่งใน ค.ศ.1865 ก็มีผู้คิดค้นการฆ่าเชื้อโรคในน้ำนม (Sterilization) และยืดเวลาการเก็บได้นานขึ้นสำเร็จเป็นครั้งแรก นับแต่นั้น..ทุกมุมโลกที่เดิมก็เชื่อมร้อยกับวัฒนธรรมการดื่มและแปรรูปนมโคอยู่แล้วไม่มากก็น้อย ต่างก็มุ่งยกระดับอุตสาหกรรมโคนมเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจชาติ
สำหรับประเทศจีน ด้วยลักษณะทางภูมิศาสตร์ที่มากไปด้วยทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์ ซึ่งเป็นหนึ่งในจุดแข็งของการเลี้ยงโคนมคุณภาพ ก็ทำให้รัฐบาลจีนใช้นโยบายเชิงรุกพัฒนาการเลี้ยงโคนมอย่างจริงจัง และต่อยอดเป็นอุตสาหกรรมในระดับที่ใหญ่ขึ้น โดยมี ‘มณฑลซินเจียง’ 1 ใน 4 พื้นที่ซึ่งเป็นแนวเขตภูมิอากาศที่เหมาะปลูกพืชเลี้ยงสัตว์มากที่สุด (คิดเป็น 22% ของประเทศจีนทั้งหมด) มีโคนม 2.1 ล้านตัว และสามารถผลิตนมได้ถึงปีละ 1.5 ล้านตัน เป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญ
ไม่ใช่เพียงแค่ปริมาณและคุณภาพเท่านั้น หนึ่งในเหตุผลที่ทำให้ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) นำทัพพาเกษตรกรหัวขบวน 10 กลุ่มชุมชน และสื่อมวลชนหลายแขนง ไปดู ศึกษางานที่เขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์ คือ ความก้าวหน้าของการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้กับระบบอุตสาหกรรมโคนมแบบครบวงจร

ที่นี่คือ ‘บริษัท ซินเจียง เทียนรุน เดลี่ จำกัด’ (Xinjiang Tianrun Dairy Co., Ltd.) บริษัทจดทะเบียนที่ควบคุมโดยฐานการผลิตที่ 12 ของกองการผลิตและก่อสร้างซินเจียง เป็นสมาชิกของ China Daily Top 20 Enterprise Alliance (China Dairy D20) ศูนย์การระดมพลโคนมแห่งภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ของสำนักงานระดมพลเศรษฐกิจแห่งชาติ มีแหล่งผลิต 26 แห่ง กระจายอยู่ใน 2 ฝั่งเหนือ-ใต้ของเทือกเขาเทียนซาน แหล่งผลิตที่ใหญ่ที่สุด มีโคนมถึง 3 หมื่นตัว เป็นธุรกิจแบบครบวงจร ตั้งแต่การพัฒนาพันธุ์โคนมไปจนถึงขึ้นโต๊ะอาหาร รวบรวมเทคโนโลยีขั้นสูง ผสมผสานการปลูกพืชสำหรับการเลี้ยงสัตว์ การเลี้ยงโคนม ผลิตนม การวิจัยทางวิทยาศาสตร์ และการตลาดเข้าไว้ด้วยกัน
ภายในมี พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์โคนม ช่วยให้เข้าใจสายพานการผลิต มีกิจกรรมพาชมโรงเลี้ยงโคนม และสัมผัสลูกโคอย่างใกล้ชิด ตลอดจนสนุกไปกับ Workshop เทคโนโลยีการรีดโคนมแบบปลอดเชื้อที่ทันสมัย และยังได้รับชมการแปรรูปผลิตภัณฑ์ด้วย

สำหรับสายพันธุ์โคที่เหมาะผลิตน้ำนมมากที่สุดเวลานี้คือ ‘โฮลสไตน์ฟรีเซียน’ มีต้นกำเนิดจากประเทศเนเธอร์แลนด์ เป็นโครูปร่างใหญ่ ผลิตน้ำนมได้เยอะ โดยในจีนจะนำเข้าโคนมพันธุ์นี้มาจากออสเตรเลียเป็นหลัก สามารถผลิตนมได้เฉลี่ยตัวละ 35 กก.ต่อวัน ขณะที่สถิติวัวที่มีขนาดตัวใหญ่ที่สุดสามารถผลิตได้ถึงตัวละ 70 กก.ต่อวัน
ที่น่าสนใจคือ ในทุกๆ ปีจะมีการประกวดโคนม ชี้ผลแพ้ชนะจากรูปร่าง ผิวพรรณ และเต้านม ตลอดจนปริมาณและคุณภาพนมที่ได้ ซึ่งที่ฟาร์มแห่งนี้มีโครางวัลรองชนะเลิศ ทุบสถิติผลิตน้ำนมได้ 305 วันต่อปี (เว้นช่วงตั้งท้อง) รวมปริมาณนมถึง 17,410 กก. ประจำการอยู่ด้วย
อย่างไรก็ตาม คุณภาพของน้ำนมจะดีหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับสารอาหารที่ถูกดูดซับส่งผ่านไปในร่างกาย โดยผู้บรรยายประจำที่นี่ให้ข้อมูลว่า โคนั้นมีระบบย่อยที่ค่อนข้างซับซ้อน เมื่อกินอาหารผ่านปากเข้าไปจะย่อยเพียงเล็กน้อยแล้วส่งไปยังส่วนในสุดก่อน จึงค่อยย้อนกลับมาในปากเพื่อเคี้ยว ก่อนจะส่งผ่านสารอาหารไปเรื่อยๆ อีกครั้ง ผ่านสำไส้ไปจนถึงระบบขับถ่าย ดังนั้นการคัดเลือกอาหารที่กินจึงมีส่วนสำคัญต่อการดูแลสุขภาพ โคนมทุกตัวจะมีระบบแท็กไอดี และจีพีเอสติดข้อเท้า ตรวจจับความผิดปกติ ส่งข้อมูลไปยังส่วนกลาง เพื่อให้สามารถคัดเลือกโคป่วยแยกออกไปรักษาได้อย่างทันท่วงที นอกจากนี้ยังมีสัตวแพทย์ประจำฟาร์ม คอยควบคุมสวัสดิภาพสัตว์ ทำให้ที่ผ่านมายังไม่มีประวัติการระบาดของโรครุนแรงเลย แม้อากาศที่นี่จะค่อนข้างแห้งและแปรปรวนก็ตาม

นอกจากโคเพศเมียที่นำมารีดนม ที่นี่มีกระบวนการพัฒนาพ่อพันธุ์ในโคเพศผู้ ซึ่งต้องคัดเลือกและรักษาสายพันธุ์อย่างเข้มข้น เพราะส่งผลถ่ายทอดถึงลูกวัวรุ่นต่อไปทั้งในด้านความสามารถในการผลิตน้ำนมที่มีปริมาณเยอะและคุณภาพสูง นั่นทำให้ราคาของพ่อพันธุ์สูงมาก สนนราคาพ่อพันธุ์ที่แพงที่สุดเวลานี้ ตัวละ 1 ล้านหยวน หรือราว 4.6 ล้านบาท
ในส่วนของการต่อยอดจากน้ำนมสู่สินค้าแปรรูปอื่นๆ หนึ่งในไฮไลต์ที่น่าสนใจคือ ที่นี่สามารถผลิตชีสที่พัฒนาสูตรให้ช่วยแก้ปัญหาผู้ที่มีอาการแพ้นมได้ โดยชีส 1 ชิ้น เทียบเท่าปริมาณนมถึง 250 มิลลิกรัม แถมยังมีแพ็กเกจที่สวยทันสมัย เป็นตัวอย่างด้านการออกแบบเพื่อดึงดูดใจผู้บริโภคอีกด้วย
สิริรัตน์ ศรีสว่าง เกษตรกรจาก อส.ฟาร์มข้าวโพดหมัก จ.สระบุรี ให้สัมภาษณ์หลังเยี่ยมชมงานที่สอดรับกับอาชีพที่เธอกำลังทำอยู่เวลานี้ว่า การมาครั้งนี้สามารถเก็บข้อมูลเพื่อนำเทคโนโลยีจากที่นี่ไปปรับใช้กับฟาร์มวัวที่เลี้ยงไว้ราว 40 ตัวได้ เรียกว่าเป็นความก้าวล้ำทางเทคโนโลยี ไม่ว่าจะเป็นด้านอาหาร กิจกรรมการรีดนม การดูแลสุขภาพโค ซึ่งจะได้ทั้งความรวดเร็ว ปริมาณผลผลิตที่เยอะขึ้นจากเดิม
“..ในส่วนของแหล่งทุน ก็มองเห็นช่องทางว่า ธ.ก.ส.จะช่วยให้เราเติบโตในอุตสาหกรรมนี้ได้ ซึ่งก็เชื่อมั่นว่าสอดคล้องกับเป้าหมายที่ ธ.ก.ส.มุ่งมั่นส่งเสริมเกษตรกรไทยให้ไปถึงเป้าหมายแห่งความยั่งยืน..” สิริรัตน์กล่าวทิ้งท้าย.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
‘SISTORY CAFE’ จากความชอบในกาแฟและซาวโดว์ สู่พื้นที่เล็กๆ ที่อยากให้ผู้คนมาใช้เวลาร่วมกัน
จากความตั้งใจเล็กๆ ของคนทำงานที่อยากมีพื้นที่สำหรับจิบกาแฟ กินขนมปังดีๆ อยู่ท่ามกลางบรรยากาศธรรมชาติ และได้ใช้เวลากับผู้คน ค่อยๆ เติบโตมาเป็น Sistory cafe
‘สุชาร์ มานะยิ่ง’ถอดแนวคิดปั้นแบรนด์Fleen Beauty จากวิกฤตสู่การเติบโต-สร้างระบบแข็งแกร่งสู่120ล้าน
ท่ามกลางตลาดเครื่องสำอางมูลค่ากว่า 200,000 ล้านบาท (ข้อมูลจากศูนย์วิจัย Krungthai COMPASS) พร้อมกับกระแส ‘T-Beauty’ ที่ทำให้ความนิยมในกลุ่มแบรนด์ไทยเพิ่มขึ้นทุกวัน ‘Fleen Beauty’ (ฟลีน) เป็นหนึ่งในแบรนด์
‘ศรพล ตุลยะเสถียร’ พลิกโจทย์ กบข. เปลี่ยนเงินออมเพื่อวัยเกษียณ สู่ Financial Security ของสมาชิก
‘การเกษียณอายุราชการ’ อาจเป็นจุดสิ้นสุดของการทำงาน แต่ไม่ได้หมายความว่าภาระทางการเงินจะสิ้นสุดลงตามไปด้วย ตรงกันข้าม! ช่วงเวลาหลังพ้นจากการทำงานกลับเป็นช่วงที่
ปักหมุด‘อ่างทอง’เมืองรองสุดเจ๋ง เปิดตำแหน่งพระองค์ใหญ่ติดอันดับโลก-พระตำหนักในตำนาน
ท่ามกลางความงดงามของดอยสูง ทิวเขา และหมู่บ้านริมน้ำหรือหมู่บ้านชาวประมงที่อาศัยอยู่บนแพอ่างเก็บน้ำเหนือเขื่อนเหมือนทะเลสาบขนาดใหญ่ เต็มไปด้วยสัตว์น้ำหลากหลายชนิด
พลังงานสะอาดเป็นได้มากกว่าแค่แสงสว่าง GULF ชวนชี้พิกัดพื้นที่ขาดแคลนไฟฟ้า ติดตั้งโซลาร์เซลล์ไม่มีค่าใช้จ่าย
ท่ามกลางความงดงามของดอยสูง ทิวเขา และหมู่บ้านริมน้ำหรือหมู่บ้านชาวประมงที่อาศัยอยู่บนแพอ่างเก็บน้ำเหนือเขื่อนเหมือนทะเลสาบขนาดใหญ่ เต็มไปด้วยสัตว์น้ำหลากหลายชนิด
KSLถอดบทเรียนจากวิกฤตสู่การเติบโต ปักหมุดผู้นำอุตฯความหวานชู‘อ้อย’ อนาคตพลังงานหมุนเวียนไทย
อุตสาหกรรมน้ำตาลไทยเป็นสินค้าเกษตรและส่งออกสำคัญอันดับต้นๆ ของประเทศ ซึ่งไทยเองครองอันดับผู้ส่งออกน้ำตาลรายใหญ่ของโลก บริษัท น้ำตาลขอนแก่น จำกัด (มหาชน) หรือ KSL

