
ต้องฟ้องรัฐบาลซะหน่อย...
วานนี้ (๕ มิถุนายน) มีโอกาสไปใช้ "ไทยช่วยไทยพลัส" ซื้อก๋วยเตี๋ยวแถวๆ ออฟฟิศไทยโพสต์
หลังจากอิ่มหนำสำราญแล้ว เรียกเก็บเงิน
คำแรกแม่ค้าถามว่า "มีไทยรักไทยมั้ย"
???
ก่อนจะรู้ว่าพูดผิด ต้องพูดใหม่ "มีไทยช่วยไทยมั้ย"
มันไม่ชินหูทั้งคนพูดคนฟัง
จากนั้น แม่ค้าก็บ่นพึม เรียกคนละครึ่งง่ายกว่าเยอะ
นี่คือปัญหาเดียวที่ใช้บริการไทยช่วยไทยพลัส
กินก๋วยเตี๋ยวชามละ ๕๕ บาท จ่ายแค่ ๒๒ บาท
ค่าเงินในกระเป๋าแข็งโป๊ก!
นักการเมืองบางกลุ่มคัดค้านเรื่องนี้ แต่นี่คือสิ่งที่ผู้มีรายได้น้อยต้องการอย่างยิ่ง
๑๐ บาท ๒๐ บาท ในการใช้ชีวิตประจำวัน คือลมหายใจ
ครับ...ยังคงอยู่ที่พรรคส้ม และบรรดา "ด้อมส้ม" น้อยใหญ่ ทั้งในและต่างประเทศ
คงทราบกันแล้วว่า ทัวร์ส้มจอดรถรุมถล่ม "ปิยบุตร แสงกนกกุล" อย่างหนักหน่วง
จากที่เปิดหัวสัปดาห์ก่อนโจมตี "ระบอบสีน้ำเงิน" หวังผลจะเก็บเกี่ยวความนิยมในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เพราะคนกรุงกำลังจะได้เลือกผู้ว่าฯ คนใหม่
ได้ใจมวลชนส้มครับ เพราะกล้าที่จะเปิดศึกกับ "สีน้ำเงิน"
แต่เวลาผ่านไปไม่กี่วัน "เสียศูนย์"
การเปิดตัว "สุรพล นิติไกรพจน์" กลายเป็นการฌาปนกิจ
สภาพ "ปิยบุตร แสงกนกกุล" - "สุรพล นิติไกรพจน์" ไม่ต่างกันนัก
ถูกพวกเดียวกันขย้ำเลือดซิบๆ
แต่กรณีของ "ปิยบุตร" ดูจะสาหัสกว่า ถูกมองว่าอุ้ม "สุรพล นิติไกรพจน์"
พันธมิตรอย่าง "เก่งกิจ กิติเรียงลาภ" นักวิชาการสายมาร์กซิสม์ ดูจะไม่พออกพอใจ "ปิยบุตร" อย่างมากที่ยกทฤษฎีของเหมา เจ๋อตง มาอธิบายการขับเคลื่อนของพรรคส้ม
มีการตอบโต้กันในโซเชียลดุเดือดครับ โดยมีนักวิชาการหนีคดี ม.๑๑๒ ไปเคลื่อนไหวในต่างประเทศเป็นเป็นกองเชียร์
เชียร์กันหนักมาก!
โพสต์ของ "ดร.เก่งกิจ" นั้น "ปิยบุตร" อ่านจบแล้วประกาศทันที "ผมไม่ทน"
"...การเมืองไทย/สังคมไทย ไม่ควรเป็นสนามเด็กเล่นลองใช้ทฤษฎีนี้ทีนึง คอนเซปนั้นทีนึง วนไปมา หลายๆ ทีที่พูดมาก็ไม่ถูกคอนเซปต์ ผิดบริบท และหาหลักการ/อุดมการจริงๆ ไม่เจอ
มันมีคนเจ็บและคนตายจริง..."
ก็...นะ มันควรไม่พอใจอยู่หรอก โดยเฉพาะท่อนที่บอกว่า มีคนเจ็บจริงตายจริง
เพราะมันคือการบอกว่า "ปิยบุตร" พาคนไปตาย!
ว่าแล้วก็โพสต์ข้อความสวนทันที
"...ปกติ น้ำอดน้ำทนผมสูงพอสมควร
โดนด่าทุกวัน จากทุกฝ่าย ตั้งแต่ตั้งพรรค จนยุบพรรค จนเป็นคนนอก ก็โดนด่าตลอด และตระหนักดีว่า การมาเป็นนักการเมือง ก็ต้องพร้อมให้คนด่า และไปเช็คสถิติย้อนหลังได้เลยว่า คนมาด่าผมได้ตลอด ไม่เคยบล็อค ไม่เคยโต้ ไม่เคยฟ้องคดี เพราะ ผมยึดหลักไม่ฟ้องใคร ไม่ด่าใครในฐานะบุคคล ไม่โต้ใครโดยไม่จำเป็น
แต่โพสแบบนี้
ผมรับไม่ได้
ทำราวกับว่า สิ่งที่ผมทำมาทั้งหมด นำไปสู่คนเจ็บ คนตาย คนติดคุก
เขาอาจจะบอกว่าไม่ได้หมายถึงผม (แต่บริบทมันก็เข้าหมด และเขารู้อยู่แก่ใจแน่)
เขาอาจจะบอกว่า แคปมาได้ไง ไม่มีมารยาท (แต่ตั้งค่าพับลิกไว้)
ผมก็ขอโต้แบบนี้
คือด่าได้ ฟินได้ ก็น่าจะยอมให้ผมได้โต้ได้บ้าง
ถ้าไม่พอใจ จะนัดดีเบทกันสักยกก็ได้นะครับ..."
เอาเป็นว่าอ่านเพลินๆ ครับ ไม่ต้องไปตัดสินอะไร
ที่จริง "ปิยบุตร" หันมานำเสนอทฤษฎีของเหมา มาพักหนึ่งแล้ว และดูจะชื่นชอบเป็นพิเศษด้วย
ฉะนั้นถ้าอยากเข้าไปในสมองของ "ปิยบุตร" ก็ต้องทำความรู้จัก "ประธานเหมา" ให้มากขึ้น
โดยเฉพาะเรื่องการ "ปฏิวัติ"
ช่วงที่ "เหมา" อยู่ในมณฑลหูหนาน เขาก็เชื่อมั่นในการต่อสู้ด้วยอาวุธมาโดยตลอด
แนวคิดนี้ได้แพร่กระจายไปยังมวลชนด้วยแนวคิดสงครามประชาชน
คือ...ใช้ยุทธวิธีสงครามกองโจรเพื่อล่อลวงศัตรูให้เข้าไปในชนบท
ในรายงานหูหนานปี ๒๔๗๐ "เหมา" ประกาศว่า...
"...การปฏิวัติไม่ใช่การเลี้ยงอาหารค่ำ ไม่ใช่บทความ ไม่ใช่ภาพวาด หรือไม่ใช่การปักผ้า
มันไม่สามารถประณีตบรรจง นุ่มนวล อ่อนโยน สุภาพ อ่อนน้อม และใจกว้างได้
การปฏิวัติคือการก่อจลาจล
คือการกระทำรุนแรงที่ชนชั้นหนึ่งโค่นล้มอีกชนชั้นหนึ่ง"
นี่คือยุทธศาสตร์ทางทหารที่มีเป้าหมายคือ “ล้อมเมืองจากชนบท”
ว่าไปก็คล้ายๆ ที่พรรคส้มพยายามยึดพื้นที่การเมืองในภูมิภาคให้ได้
แต่ล้มเหลว!
การเลือกตั้ง อบจ. อบต. ผลออกมาไม่ได้ตามเป้า
และแม้การเลือกตั้ง สส. พรรคส้มจะยึดพื้นที่กรุงเทพฯได้ แต่ก็ไม่ได้อำนาจไปไว้ในมือ
ต่างกับ "เหมา" พาสงครามประชาชนประสบความสำเร็จ พรรคคอมมิวนิสต์เข้ายึดครองแผ่นดินใหญ่ของจีนได้ในปี ๒๔๙๒
ในประเด็นเรื่องประชาธิปไตย "เหมา" เสนอแนวคิดของตนเอง ซึ่งเขาเรียกว่า “ประชาธิปไตยใหม่”
เป็นจุดเปลี่ยนอีกจุดหนึ่งจากแนวคิดมาร์กซ์แบบดั้งเดิมที่ว่าการปฏิวัติประชาธิปไตยของชนชั้นนายทุนจะนำไปสู่การเกิดขึ้นของชนชั้นกรรมาชีพ
แต่ในมุมมองของ "เหมา" การปฏิวัติประชาธิปไตยของชนชั้นนายทุนและการปฏิวัติสังคมนิยมสามารถรวมเข้าด้วยกันได้
แทนที่จะแยกออกจากกัน
ประชาธิปไตยใหม่จะเกิดขึ้นได้จากการรวมตัวกันของชนชั้นปฏิวัติสี่ชนชั้น
กรรมาชีพ
ชาวนา
นายทุนขนาดเล็ก
และนายทุนแห่งชาติ
ซึ่งก็เป็นไปตามที่ "ปิยบุตร" เอามานำเสนอ แต่ถูกส้มด่าเละ
มาถึงบทสรุป "ปิยบุตร" เดินมาถูกทางแล้ว ด้วยการนำเสนอให้พรรคส้มเปลี่ยนแนวทาง เปิดรับความร่วมมือจากหลายฝ่าย ผสมผสานให้เข้ากัน
แต่...เชื้ออุดมการณ์ เปลี่ยนแปลงแบบถอนรากถอนโคนของคนสีส้มนั้นยังแรงอยู่
"เหมา" เห็นว่า ชนบทเป็นแหล่งรวมคนส่วนใหญ่ของประเทศ โดยเฉพาะบรรดาชนชั้นชาวนา
นอกจากนี้ในฐานะที่เป็นคนส่วนใหญ่นั้น ชาวนาจีนหาได้เป็นกลุ่มคนที่มีความเจริญทางวัฒนธรรมไม่ ดังนั้น ชาวนาจีนจึงเป็นจุดเชื่อมโยงสายสัมพันธ์กับพรรคคอมมิวนิสต์จีนได้ง่าย
"เหมา" ใช้เวลานานหลายปีทีเดียวในการบริหารจัดการกับชนบทจนกลายเป็นพลังในการปฏิวัติ
ฉะนั้นการเปลี่ยนความเชื่อหลังจากที่ทำให้เชื่อสิ่งหนึ่งไปแล้วนั้นมิได้ทำกันง่ายๆ
วันนี้่ส้มจึงต้องรบกับส้ม.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ผลงานพรรคส้ม
ชื่อของ "สุรพล นิติไกรพจน์" ดูเหมือนจะเป็นที่รังเกียจของมวลชนสีส้มเยอะพอควร ทั้งๆ ที่เป็นนักกฎหมายที่เก่งกาจลำดับต้นๆ ของประเทศ
รอผู้นำปราบโกง
หลายวันมานี้มีการพูดถึงการคอร์รัปชันกันมาก ที่ด่าก็ด่ากันไป ที่แก้ตัวก็ลิ้นพัน ประเทศไทย ณ วันนี้ ก็ยังไม่มีการพูดถึงการแก้ปัญหาคอร์รัปชันที่จริงจังและจับต้องได้
อะไรๆ ก็ 'ไอโอ'
วันนี้คุยกันเรื่อง “ไอโอ” ครับ ที่จริงไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไร แต่มันเป็นเรื่องน่ารำคาญ พรรคการเมืองที่พูดเรื่องไอโอมากที่สุดคือพรรคส้ม
เริ่มต้นด้วยความระแวง
เดือนหน้าวันที่ ๗-๘ กรกฎาคม ที่ประชุมรัฐสภาเขาจะพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญกันแล้วครับ ร่างรัฐธรรมนูญที่เสนอโดยพรรคการเมืองก็เป็นเข่งอยู่
เกลียดตัวกินไข่เหี้ย
เหลือจะเชื่อครับ... เรื่องเงิน ๖๐/๔๐ ในโครงการไทยช่วยไทยพลัส ถูกขยายความจนงงกันไปหมด
สภาสีเทา
เมื่อไหร่จะโตกันเสียที... เปล่าครับ มิได้หมายถึง นักเรียนชั้นอนุบาล ๓/๔ แต่เป็น สส.ในสภา โดยเฉพาะ สส.ฝั่งพรรคร่วมรัฐบาล กับพรรคกล้าธรรม

