
ฝ่ายค้านออกมาพูดจาชัดเจนว่า ในการเปิดสมัยประชุมสมัยหน้าในเดือนพฤษภาคมนี้ พวกเขาจะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี และจะต้องเอานายกรัฐมนตรีให้พ้นตำแหน่งๆ แน่ๆ มีการนับจำนวนเสียงที่คาดว่าจะยกมือไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี
เวลานี้เขาบอกว่าเสียงยังไม่พอ แต่ก็จะพยายามหาเพิ่มให้ได้จำนวนที่ต้องการ และยังมีการตีปลาหน้าไซว่านายกรัฐมนตรีอย่ายุบสภาหนีการอภิปรายไปก่อนก็แล้วกัน ฟังดูแล้วก็ยังสับสนว่าพวกเขาต้องการอะไรกันแน่
ในแง่หนึ่งเราคิดว่าเขาคงอยากให้มีการเลือกตั้ง เพราะสามารถแก้ไขรัฐธรรมนูญให้มีการเลือกตั้งด้วยบัตร 2 ใบที่พวกเขาหมายมั่นปั้นมือว่าจะชนะการเลือกตั้งได้แบบถล่มทลาย แต่ในขณะเดียวกันก็มี ส.ส.จำนวนมากไม่อยากให้มีการยุบสภาเพื่อเลือกตั้งใหม่ เพราะไม่แน่ใจว่าตัวเองจะได้กลับเข้าสภาหรือเปล่า เพราะประชาชนอาจจะได้ข้อมูลใหม่ที่ทำให้เปลี่ยนใจโดยเฉพาะอย่างยิ่งข้อมูลเกี่ยวกับผลงานของรัฐบาลนี้โดยการนำของนายกรัฐมนตรีลุงตู่
คอการเมืองจำนวนมากที่ติดตามข่าวสารการเมือง มีความมั่นใจว่านายกรัฐมนตรีสามารถชี้แจงข้อกล่าวหาของฝ่ายค้านได้ เพราะหลายครั้งที่ผ่านมา การอภิปรายไม่ไว้วางใจของฝ่ายค้านเต็มไปด้วยวาทกรรมหลอกด่านายกรัฐมนตรี ใช้คำคุณศัพท์ที่ด้อยค่าความสามารถ รวมไปถึงความเป็นคนของนายกรัฐมนตรี แต่หาสาระแก่นสารที่เป็นความจริงเชิงประจักษ์มาเล่นงานนายกรัฐมนตรีไม่ได้ เนื้อหาของการอภิปรายก็คือการนำเอาข่าวจากสื่อสารมวลชนบ้าง จากข่าวสังคมออนไลน์บ้าง จากการมโนสันนิษฐานบ้าง หาความจริงเชิงประจักษ์ไม่ได้ โดยเฉพาะเรื่องการทุจริตโกงกินบ้านเมือง เพราะนายกรัฐมนตรีคนนี้เน้นการพัฒนาและการแก้ไขปัญหาของประเทศโดยไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อนใดๆ
นอกจากนายกรัฐมนตรีจะทำงานพัฒนาประเทศ แก้ไขปัญหาของบ้านเมืองเพื่อประชาชนแล้ว ยังมีการจัดการกับข้าราชการและพนักงานรัฐวิสาหกิจที่ไม่ซื่อสัตย์สุจริตด้วย ดังนั้นข่าวเรื่องทุจริตจึงไม่ใช่ข่าวว่านายกรัฐมนตรีคนนี้ไม่ซื่อสัตย์อย่างไร แต่เป็นข่าวของการจัดการกับเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ทุจริต
นอกจากนั้น การอภิปรายแต่ละเรื่องของฝ่ายค้านนั้นเป็นเรื่องที่ค้านสายตาของประชาชนที่ติดตามข่าวสารบ้านเมืองด้วยใจเป็นธรรม ทั้งเรื่อง “ผลงาน” และเรื่องการจัดการกับปัญหาบางอย่างของประเทศ สำหรับเรื่องการกล่าวหาว่านายกรัฐมนตรีอยู่มาหลายปี ทั้งในช่วงของการเป็นนายกรัฐมนตรีที่มาจาก คสช. และช่วงที่มาจากการเลือกตั้ง นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีหลายกระทรวงก็สามารถชี้แจงได้ว่าผลงานของรัฐบาล ทั้งเรื่องการแก้ปัญหาและการพัฒนามีอะไรบ้าง ส่วนปัญหาบางอย่างที่ยังไม่ได้รับการแก้ไขนั้น เพราะเป็นปัญหาที่หนักหน่วงสะสมมานาน และต้องใช้เวลาในการแก้ไขที่ยาวนาน แต่ก็มีการแก้ไขไปแล้วในระดับหนึ่ง หลายอย่างที่ฝ่ายค้านหยิบยกมาด่าวารัฐบาลไม่แก้ปัญหานั้นเป็นการขว้างงูไม่พ้นพอ เพราะเมื่อลงลึกลงไปที่สาเหตุแห่งปัญหาก็จะพบว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นนั้นเกิดจากนายใหญ่ของฝ่ายค้านนั่นแหละที่สร้างเอาไว้ เช่น เรื่องหนี้สินที่เกิดจากการทุจริตบ้าง เกิดจากการมีนโยบายที่เป็นผลประโยชน์ทับซ้อนบ้าง เรื่องเหล่านี้มีความชัดเจนในคำพิพากษาของศาลที่มีการลงโทษนักการเมืองและข้าราชการที่เกี่ยวข้องหลายๆ คน
เรื่องของการจัดการโควิดที่ประเทศไทยเราได้รับการยกย่องจากนานาประเทศ ฝ่ายค้านก็ยังกล่าวหาว่าจัดการได้ไม่ดี เป็นความล้มเหลวบ้าง บางรายถึงขนาดจะฟ้องนายกรัฐมนตรีว่าเป็นฆาตกร มีการด้อยค่าการจัดหาซื้อวัคซีนของรัฐบาล แต่หากเราดูตัวเลขเปรียบเทียบกับอีกหลายประเทศ เราก็จะพบว่าประเทศไทยมีการจัดการที่ดี ทั้งนี้เพราะนายกรัฐมนตรีได้แสดงภาวะผู้นำในการจัดการ แทนที่จะคุยกันหารือกันในคณะรัฐมนตรีที่มีความรู้ด้านสาธารณสุขไม่เพียงพอ ท่านก็รู้จักที่จะใช้บริการจากคณะแพทย์ผู้ความเชี่ยวชาญด้านไวรัสวิทยา ด้านระบาดวิทยา ตั้งเป็นคณะทำงานในการรับมือกับโควิด เป็น ศบค. (ศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019) สามารถกำหนดมาตรการต่างๆ ในการหาทางยับยั้งการแพร่ระบาดของโควิด จนเราสามารถรับมือกับโควิดได้ ทำให้เราเข้าสู่ช่วงเวลาของการฟื้นฟูเศรษฐกิจได้
ในด้านการฟื้นฟูเศรษฐกิจ ท่านก็ใช้บริการจากผู้เชี่ยวชาญทางด้านเศรษฐกิจ ทั้งนักธุรกิจเอกชนที่ประสบความสำเร็จในระดับสูง และเจ้าหน้าที่ของรัฐที่มีความเชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจ โดยตั้งเป็นคณะทำงานที่เรียกว่า ศบศ. (ศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจฯ) เป็นการนำเอารูปแบบของการทำงานแบบ ศบค. คือ การรับคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญทางด้านเศรษฐกิจ ที่ก่อให้เกิดยุทธศาสตร์ในการฟื้นฟูเศรษฐกิจด้วยโครงการต่างๆ ทั้งโครงการเยียวยา โครงการส่งเสริม ที่ทำให้ธุรกิจต่างๆ ฟื้นตัวได้ เป็นการทำธุรกิจแบบ Downside up คือฟื้นตัวจากการที่ถดถอยไปในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งการฟื้นฟูเศรษฐกิจด้วยการท่องเที่ยว โดยเริ่มที่ Phuket Sandbox ซึ่งประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี จนสามารถใช้ Phuket Sandbox Model เป็นต้นแบบในการเปิด Sandbox ในพื้นที่อื่นๆ เพิ่มเติม และตัดสินใจเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวด้วยการบริหารจัดการเรื่องการฉีดวัคซีนให้แก่ประชาชนในจำนวนที่มากพอที่จะสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ แล้วกำหนดพื้นที่สีฟ้ารองรับนักท่องเที่ยว
การบริหารจัดการดังกล่าวนี้ถือว่าเป็นการจัดการที่ดีเยี่ยม ในการสร้างดุลยภาพระหว่างการดูแลความปลอดภัยของประชาชนทางด้านสาธารณสุข และการฟื้นฟูเศรษฐกิจด้วยการท่องเที่ยว การบริหารจัดการควบคุมการแพร่ระบาดของโวรัสโควิด-19 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ประเทศไทยมีภาพลักษณ์เป็นประเทศที่ปลอดภัย นักท่องเที่ยวบางคนก็มาเที่ยวเพื่อนันทนาการ บางคนก็มาท่องเที่ยวเพื่อความปลอดภัยจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิดที่สถานการณ์ของประเทศเขาแย่กว่าประเทศไทย อีกทั้งคนที่ทำงานนอกสำนักงาน แต่ไม่ต้องการทำงานที่บ้าน ต้องการหาที่ทำงานที่สนุกสนาน ไม่น่าเบื่อเหมือนอยู่กับบ้าน กรุงเทพฯ ของเรา ด้วยการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เทคโนโลยีดิจิทัล ความแข็งแกร่งของวัฒนธรรรมที่เป็น Soft Power ของไทย กรุงเทพฯ ได้รับเลือกเป็นเมืองที่เหมาะกับ Workation เป็นอันดับ 1 ของโลก และภูเก็ตกับเชียงใหม่ติดอันดับ 10 ทั้งหมดนี้ไม่อาจปฏิเสธได้ว่าเป็นผลงานของรัฐบาลลุงตู่ ถ้าหากฝ่ายค้านหูไม่หนวก ตาไม่บอด ก็จะต้องยอมรับว่ารัฐบาลลุงตู่มีผลงาน และจัดการปัญหาของประเทศในสภาวะการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ได้เป็นอย่างดี.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
คิดจะฟ้องไทย...ไงกลายเป็นหมาหัวเน่า
สันดานโจร สันดานคนโกหก กล่าวหาไทยด้วยข้อความเป็นเท็จ พูดจาด้วยท่าทีที่รุนแรง หวังที่จะฟ้องประชาคมโลกให้ช่วยรุมประณามไทย ดรามาว่าข้อพิพาทระหว่างเขากับเราในเวลานี้ ไทยเราเป็นคนเริ่มต้น ไทยเราเป็นผู้ใหญ่รังแกเด็กอย่างไร้มนุษยธรรม ดรามาทำตัวเป็นผู้ถูกกระทำที่น่าสงสาร ใช้คนแก่
ความรู้-คู่-คุณธรรม
คงต้องยอมรับอย่างมิอาจปฏิเสธได้...ว่าด้วยความ ก้าวหน้า-ก้าวไกล ของเทคโนโลยี โดยเฉพาะด้านการสื่อสารมันเลยทำให้บรรดา กูรู-กูรู้ ไม่ว่าในบ้านเราหรือในระดับโลกก็ตามที
'แคนดิเดต ผบ.' หวิดงานเข้า
จู่ๆ ก็เกือบงานเข้า บิ๊กไมค์-พล.ต.อ.นิรันดร เหลื่อมศรี รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) หนึ่งในแคนดิเดตชิงเก้าอี้ "ผู้นำสีกากี" ต่อจาก ผบ.ต่าย-พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์
แสนคนด่า...แต่ว่าล้านคนรัก
เมื่อนักการเมืองคนหนึ่งทำตัวชั่วร้ายแบบมีหลักฐานเชิงประจักษ์ชัดเจนจนกลายเป็นคดีความและผ่านการไต่สวนของศาล จนถูกตัดสินว่ามีความผิดจริงต้องติดคุกติดตาราง แต่เขาก็ใช้อำนาจทางการเมืองและทางการเงินเอาชนะกระบวนการยุติธรรมของไทย ทำให้กฎหมายไม่ศักดิ์สิทธิ์ ทำให้คำตัดสินของศาลไร้ความหมาย ประชาชนผู้รักความยุติธรรม
ป้อมปราการที่มิมีผู้ใดจะตีแตก!!!
อย่างที่เคยพูดๆ เอาไว้ตั้งแต่ยังไม่ทันรู้ผล เลือกตั้ง ครั้งสุดท้ายของบ้านเรานั่นแหละว่า...ไม่ว่าใคร? พรรคใด? ได้เสียงข้างมาก ได้เป็นผู้จัดตั้งรัฐบาล แต่ย่อมหนีไม่พ้นต้อง ซวยฉิบหาย-ซวยตายห่า
โละ 'บัญชีผี' กอ.รมน.
เอ๊ะ!!! ไม่รู้มีอะไรในกอไผ่มากกว่าหน่อไม้หรือไม่ เพราะสัปดาห์ที่ผ่านมา "4 แคนดิเดต" ชิงเก้าอี้ "ผบ.ตร." หรือ "ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ" คนที่ 16 ต่อคิวจาก ผบ.ต่าย-พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์

