นายกสมาคมรถโบราณ

ปิดฉากไปอีกงานของปีนี้ สำหรับการประกวดรถโบราณ ครั้งที่ 48 ที่มีการจัดแสดงรถโบราณอายุตั้งแต่ 30 ถึง 100 ปี ให้ประชาชนได้ชมกว่า 110 คัน ที่จัดแสดงเมื่อวันที่ 15-19 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา

พร้อมได้ นายกสมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย” คนใหม่ อย่าง ดร.เอ๋-อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี” สส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ ในฐานะเลขาธิการสมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย ที่รับไม้ต่อจาก นายขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ นายกสมาคมรถโบราณ ซึ่งดำรงตำแหน่งนายกสมาคมมายาวนานกว่า 25 ปี

การส่งไม้ต่อครั้งนี้ด้วยความเหมาะสมของนายอรรถวิชช์ที่ได้ทำงานกับสมาคม ในฐานะเลขาธิการสมาคมมานานกว่า 20 ปี ซึ่งที่ผ่านมาสมาคมจัดงานรถโบราณระดับสากลและได้ถูกบรรจุในปฏิทินยานยนต์โลกมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งงานประกวดรถโบราณ และงานเพชรบุรี หัวหิน วินเทจคาร์ พาเหรด

ซึ่งการรับไม้ต่อนี้ นายอรรถวิชช์จะช่วยมาสานงาน สร้างการรับรู้ให้ประชาชนเห็นถึงความสำคัญของการอนุรักษ์ยานยนต์โบราณในฐานะศิลปะร่วมสมัยของชาติ รวมถึงการผลักดันช่างฝีมือเข้าตลาดแรงงานสากล

โดยนายกสมาคมป้ายแดงระบุว่า ในตลาดสากลกำลังขาดแคลนช่างฝีมือด้านการบูรณะรถโบราณ เรื่องนี้จึงเป็นโอกาสทองของช่างไทย สมาคมพร้อมสนับสนุนงานอนุรักษ์ยานยนต์ให้คงสภาพดีดังเดิม เพราะรถโบราณเหล่านี้เปรียบเสมือนกระจกเงาที่สะท้อนให้เห็นถึงความเจริญรุ่งเรืองของไทยในอดีต”

ด้วยนายกสมาคมคนใหม่เชื่อว่าฝีมือช่างไทยไม่แพ้ชาติใดในโลก ซึ่งการเปิดนำเข้ารถโบราณครั้งนี้จะเป็นโอกาสสำคัญที่ช่วยสร้างงานให้ช่างไทยและอู่ขนาดเล็กได้อย่างมาก เช่น หากนำเข้ารถจากต่างประเทศมาซ่อม และส่งออกไปภายใน 2 ปี ก็จะสามารถนำมาเป็นเครดิตภาษีได้ในคันถัดไป วนแบบนี้ไปได้ ก็จะรับงานใหม่ได้เรื่อยๆ เช่นกัน

ทั้งนี้ จากการจัดงานประกวดรถโบราณสืบเนื่องมาจากมาตรการอนุญาตให้นำเข้ารถโบราณที่มีอายุตั้งแต่ 30 ปี เข้ามาในประเทศไทยได้ ซึ่งมาตรการนี้ได้ดำเนินการผลักดันจนสำเร็จในสมัยพรรครวมไทยสร้างชาติได้ร่วมรัฐบาล

ส่วนในยุคนี้ที่มี “เอ๋-อรรถวิชช์” นั่งนายกสมาคมรถโบราณคนใหม่ เจ้าตัวพร้อมส่งเสริมและพัฒนาทักษะช่างฝีมือไทย สร้างงาน สร้างมูลค่าเพิ่มในวงการยานยนต์ไทยต่อไป.

บรรจง

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ป๊อก คาสโตร

กลายเป็นประเด็นแซวกันสนั่นเมื่อ "อ.ป๊อก" ปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า ลุกขึ้นมาร่ายยาวบทความเนื่องในวาระรำลึก 100 ปีชาตกาลของ “ฟิเดล คาสโตร” อดีตผู้นำคิวบาผู้ล่วงลับ โดยยกย่องสปิริตและแท็กติกการสู้คดีของคาสโตรเมื่อปี 1953 จากเหตุการณ์นำกองกำลังบุกค่ายทหารมอนกาดาเพื่อหวังโค่นระบอบเผด็จการบาติสตา แม้จะล้มเหลวจนตัวเองถูกจับติดคุก แต่คาสโตรกลับใช้เวทีศาลพูดปราศรัยทางการเมืองนานกว่าสองชั่วโมง จนเกิดคำกล่าวลือลั่นว่า “ประวัติศาสตร์จะตัดสินให้ผมพ้นผิด” ซึ่ง อ.ป๊อก ของกลุ่มส้มศึกษามาตั้งแต่สมัยเรียนนิติศาสตร์ แถมยังยอมรับอย่างภาคภูมิใจว่าเอาแนวทางนี้มาปรับใช้กับการเขียนคำให้การและการแถลงปิดคดีสู้ศึกการเมืองในไทยแบบเป๊ะๆ

'ไม่ต้องไหว้น้องโฮม'

ช่วงนี้เป็นช่วงปิดสมัยประชุมสภาผู้แทนราษฎรอยู่ โดยจะมีการเปิดอีกครั้งในวันที่ 25 ส.ค.ที่จะถึงนี้ โดยในช่วงก่อนที่จะมีการเปิดประชุมสภา ถือว่าเป็นช่วงที่เหล่า สส.ได้ลงพื้นที่อย่างเต็มที่ รวมถึงได้พบปะกับชาวบ้าน หรือทำภารกิจต่างๆ ร่วมกัน

ปักหมุดสาขา 28

พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ครบรอบ 4 ปีแล้วเมื่อต้นเดือนสิงหาคม 2569 พร้อมเดินหน้าก้าวสู่ปีที่ 5 ต่อไปภายใต้การนำของ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรค และนายชัชวาลล์ คงอุดม เลขาธิการพรรค

ใครเอามาติดผม

ทีนี้รู้ยัง ‘เสี่ยหนู’ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ดึง รองเล็ก-ปกรณ์ นิลประพันธ์ อดีตเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ที่เหลืออายุราชการอีกหลายปี มานั่งเป็นรองนายกรัฐมนตรี ดูแลเรื่องกฎหมายให้รัฐบาลทำไม

'จงกราบเถิด'

หากจะกล่าวถึงประเด็นร้อน คงหนีไม่พ้นวิวาทะที่สืบเนื่องมาจากมาตรการคุมเข้มอาวุธปืนของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.1) ที่หลุดวาทะเด็ดอย่าง “ยิงโจรในบ้านก็ผิด” ออกมา ข้อความสั้นๆ นี้ไม่เพียงแต่สร้างความสับสนให้สังคม

สิงห์รมควันทำพิษ

ช่วงนี้ข่าวอาชญากรรมกลายเป็นกระแสในประเทศทุกวัน ล่าสุดเมืองนนท์ข่าวอาชญากรรมดังๆ มีมาให้เห็นต่อเนื่อง โดยเฉพาะ ฉลอง เรี่ยวแรง อดีต สส.นนทบุรี ที่ไม่มีคนนนท์คนไหนไม่รู้จักชื่อของผู้มากบารมีประจำพื้นที่ ล่าสุดก่อวีรกรรมระดับตำนานที่กลายเป็นข่าวครึกโครมหลังตกเป็นผู้ต้องหายิงนายก อบจ.นนทบุรี ซึ่งเจ้าตัวถูกตำรวจล็อกมาสอบเค้นและเตรียมเปิดแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนอย่างเป็นทางการ