ยอมเสียสละได้ไหม?

เมษา.ปี 2572..

ได้ยินว่า “ใบอนุญาตทีวีดิจิทัลภาคพื้นดิน” จะหมดอายุลง ซึ่งนับวัน-นับเดือนจากนี้ก็เหลือแค่ 2 ปีปลายๆ แต่ดูเหมือนหน่วยงานกำกับดูแล

คือ..สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)

จะยังไม่มี “กรอบนโยบาย” ที่ชัดเจน แม้ทาง “สมาคมโทรทัศน์ระบบดิจิตอล” ได้ยื่นหนังสือติดตามทวงถามความชัดเจนจาก กสทช.อย่างต่อเนื่องมา ก็ตามที!

นั่นหมายความว่า..หาก กสทช.ไม่สามารถเคาะ “แผนแม่บท” และ “หลักเกณฑ์การประมูล” หรือเยียวยาได้ล่วงหน้า ช่องทีวีก็จะไม่สามารถวางแผนธุรกิจหรือกู้เงินลงทุนได้

ซึ่งจะทำให้มีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดวิกฤต “ทีวีจอดับ” และส่งผลกระทบต่อผู้บริโภค!

ยิ่งขณะนี้ ได้เกิดปัญหาความขัดแย้งเกี่ยวกับสถานะคุณสมบัติของ “ประธาน กสทช.” นำองค์กรเข้าสู่ภาวะ “สุญญากาศทางกฎหมาย”..

ก็ยิ่งจะส่งผลให้การอนุมัติและขับเคลื่อนแผนงานต่างๆ ล่าช้าออกไปโดยไม่รู้ทิศทางอนาคตจะลงเอยอย่างไร?

เพราะการที่ “กรรมการ” อย่างน้อย 3 ท่านปฏิเสธที่จะเข้าร่วมประชุมด้วยเกรงว่ามติใดๆ ที่ลงนามโดยประธานที่ถูกชี้ว่าขาดคุณสมบัติ จะเสี่ยงต่อการถูกฟ้องร้องเป็นโมฆะ

จึงทำให้โรดแมปทีวีดิจิทัล รวมถึงแนวทางการ “ประมูลใบอนุญาต” และมาตรการเยียวยาก่อนหมดอายุสัมปทานในปี 2572 ไม่สามารถเดินหน้าพิจารณาต่อได้!

แม้ผู้ประกอบการ-ภาคส่วนต่างๆ จะเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีเข้ามาช่วยเร่งปลดล็อกปัญหา เพื่อไม่ให้โครงสร้างเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศเสียหายไปมากกว่านี้

อย่างคุณสุภิญญา กลางณรงค์ อดีตกรรมการ กสทช. ก็ได้ให้สัมภาษณ์กับ “เนชั่นออนไลน์” ว่า..

“บุคคลที่จะสามารถปลดล็อกวิกฤตนี้ได้มีอยู่ 2 ฝ่ายหลัก คือ ประธาน กสทช. และนายกรัฐมนตรี

โดยเรียกร้องให้ประธาน กสทช. แสดง “ความเสียสละ” ด้วยการยุติการปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราว เช่นเดียวกับที่ตนเคยทำในอดีต

เพื่อเปิดทางให้กระบวนการทางกฎหมายและความชัดเจนเดินหน้าต่อไปได้ โดยไม่ส่งผลกระทบต่อภาพรวมของประเทศ

การหยุดปฏิบัติหน้าที่ ไม่ใช่การยอมลาออก หรือยอมรับในผลการลงมติของกรรมการสรรหา นพ.สรณ ยังมีช่องทางอื่นเพื่อให้ได้มาซึ่งความชอบธรรมในตำแหน่ง อย่างการฟ้องศาลปกครอง..

การยื้อกันไปมาระหว่างกรรมการ กสทช. และปล่อยให้สถานการณ์ค้างคา เปรียบเสมือนการปล่อยให้อุตสาหกรรมล่มสลายไปต่อหน้า

ซึ่งสร้างความเสียหายและผลกระทบที่ยากจะเยียวยาต่อผู้เกี่ยวข้องนับหมื่นชีวิต..ตอนนี้สปอตไลต์ทั้งหมดต้องพุ่งไปที่ทำเนียบรัฐบาลและนายกรัฐมนตรีแล้ว

เนื่องจาก กสทช.ดูแลโครงสร้างพื้นฐานทั้ง 5G, AI และวิกฤตทีวีดิจิทัลที่กำลังจะหมดอายุใบอนุญาตในอีกไม่ถึง 2 ปี ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่มาก

นายกฯ จึงควรเร่งดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย ให้ประธาน กสทช.พ้นจากตำแหน่งโดยเร็ว ตามมติของกรรมการสรรหา

และควรออกมาแสดงจุดยืนและมีคำตอบที่ชัดเจน เพื่อไม่ให้สังคมต้องเคว้งคว้าง และเดินหน้าต่อไปได้

ฐานเสียงของรัฐบาลส่วนใหญ่อยู่ในต่างจังหวัดและเป็นประชาชนรากหญ้าที่ยังคงพึ่งพาโทรทัศน์ภาคพื้นดิน (Free TV)

หากปล่อยให้ระบบนี้ล่มสลาย ประชาชนผู้มีรายได้น้อยที่ไม่สามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตราคาแพง จะขาดช่องทางรับรู้ข่าวสาร เปรียบเสมือนการตัดบริการพื้นฐานสำคัญที่รัฐควรดูแล

หากปล่อยให้เวลาล่วงเลยไปจนถึงกำหนดหมดอายุใบอนุญาตโดยไม่มีความชัดเจน จะทำให้ผู้ประกอบการไม่สามารถไปต่อได้ และเสี่ยงต่อการที่ทีวีดิจิทัลทุกช่องต้องจอดำ

ซึ่งจะส่งผลให้พนักงาน และคนในวงการสื่อต้องตกงานจำนวนมาก รวมถึงกระทบต่ออธิปไตยทางการสื่อสารของประเทศด้วย”

แต่..คุณอนุทิน ชาญวีรกูล ก็ได้แสดงท่าทีชัดเจนว่า “ไม่มีอำนาจ” ไม่สามารถตัดสินใจลัดขั้นตอนหรือใช้อำนาจฝ่ายบริหารไป “ปลดล็อก” องค์กรอิสระอย่าง กสทช.ได้ตามใจชอบ..

เพราะอาจเสี่ยงทำผิดกฎหมาย หรือขัดรัฐธรรมนูญ!

ถ้าอย่างนี้ ก็ขึ้นอยู่กับ “ประธาน กสทช.” คนเดียวแล้วล่ะ..

จะ “ยอมเสียสละ” ได้ไหม..หือ?.

 

สันต์ สะตอแมน

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กลัวไม่ได้เป็น ‘เจ้าสัวมือเติบ’?

เคยสังเกตกันบ้างไหม?.. ในสังคมออนไลน์ยุคนี้ จะมีคนกลุ่มหนึ่งที่ทำงานหนักมาก..มากกกจนแทบไม่น่าเชื่อว่าจะยังมีมนุษย์ที่ทุ่มเทพลังแรงกายได้ถึงเพียงนั้น!

กลยุทธ์'ชิงพื้นที่สื่อ'?

เมื่อเรื่องที่ดิน 100 ไร่ กลายเป็น “เรื่องรักร้าว”! ทัศนคติ-มุมมองของผู้ติดตามชม นอกจากจะคิดเห็นไม่ตรงกันแล้ว บางคนอาจเกิดคำถามขึ้นมาในใจ.. “ดรามาน้ำตาคลอ” หรือ “วิชาเบี่ยงเบนความสนใจ” กันแน่ (วะ)?

ข้อจำกัด-ล้านกรอบ?

“กะเพรา กระเพาะ กระเพื่อม” นี่คือ..หัวข้อบทกลอนของ “น้าหมู” คุณพงษ์เทพ กระโดนชำนาญ ศิลปินเพื่อชีวิตรุ่นใหญ่ ก่อนที่จะร่ายต่อว่า..

ประเทศไทยอ่อนแอ?

จะชี้แจง-อธิบายว่ากระไร? เนี่ย..วันนี้ (27 ต.ค.) แหละ จะได้ฟัง-ได้รู้ แต่ที่ทราบก่อนคือ คุณบุ๋ม-ปนัดดา วงศ์ผู้ดี ในฐานะภรรยาของสามีที่ตกเป็นข่าวว่าบุกรุกป่าสงวน 100 ไร่ในจังหวัดนครนายก..

เอาไง..ไทยพีบีเอส?

บุรุษหนึ่ง..ใช้แก้วฟาดใบหน้าหญิงสาวเพียงเพราะเธอปฏิเสธ “ชนแก้ว” ในร้านเหล้า!

อยากรู้ความคิดใคร?

มีคนยืนยันว่าไม่ใช่แผนโฆษณา-สร้างกระแส! นี่..ผมหมายถึงกรณีที่นางเอกสาว คุณแต้ว-ณฐพร เตมีรักษ์ หรือพรประภา ออกมาคัดค้าน และไม่ยินยอมให้มีการเผยแพร่ภาพที่ดัดแปลงด้วยเทคนิคคอมพิวเตอร์กราฟิก..