‘AI’ กำลังเปลี่ยนตลาดแรงงานโลก

ปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังเปลี่ยนภูมิทัศน์ของโลกการทำงานเร็วกว่าที่หลายฝ่ายคาดไว้ จากเดิมที่ความกังวลมุ่งไปที่การเข้ามาแทนที่แรงงานของเทคโนโลยี วันนี้โจทย์สำคัญกลับขยับไปสู่คำถามว่า ‘คนทำงาน’ จะต้องปรับตัวอย่างไรเพื่อให้ยังคงมีบทบาทในตลาดแรงงานที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ขณะที่องค์กรทั่วโลกต่างเร่งนำ AI มาเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินธุรกิจ ทำให้คุณสมบัติและทักษะที่นายจ้างมองหาจากบุคลากรก็เริ่มเปลี่ยนไปพร้อมกัน

การเปลี่ยนผ่านดังกล่าวไม่ได้สะท้อนเฉพาะรูปแบบการทำงานภายในองค์กร แต่ยังส่งผลต่อโครงสร้างตลาดแรงงาน การจ้างงาน ค่าตอบแทน และแนวทางการพัฒนาบุคลากรในระยะยาว จนหลายฝ่ายมองว่า 

การแข่งขันในยุค AI จะไม่ได้วัดกันเพียงว่าองค์กรใดนำเทคโนโลยีมาใช้ได้เร็วที่สุด แต่ขึ้นอยู่กับว่าองค์กรนั้นสามารถยกระดับศักยภาพของบุคลากรให้เติบโตไปพร้อมกับเทคโนโลยีได้มากน้อยเพียงใด

ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว รายงาน 2026 AI Jobs Barometer ของ PwC ได้สะท้อนภาพการเปลี่ยนแปลงของตลาดแรงงานโลกผ่านการวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ พร้อมชี้ให้เห็นทิศทางใหม่ของความต้องการแรงงาน ทักษะที่กำลังมีมูลค่าเพิ่มขึ้น และผลกระทบที่ AI กำลังสร้างต่อการเติบโตขององค์กรและเศรษฐกิจในวงกว้าง

โดยรายงานฉบับดังกล่าวได้วิเคราะห์ประกาศรับสมัครงานมากกว่า 1 พันล้านตำแหน่งใน 6 ทวีป และพบว่า AI กำลังสร้างตลาดแรงงานโลกแบบ ‘สองเส้นทาง’ โดยงานกลุ่มหนึ่งได้รับการยกระดับให้ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญและดุลยพินิจของมนุษย์มากขึ้น ขณะที่อีกมุมหนึ่ง AI ช่วยให้ผู้ไม่มีประสบการณ์สามารถปฏิบัติงานได้ง่ายขึ้น

ทั้งนี้ ผลการศึกษาพบว่า งานในกลุ่มที่ AI ช่วยยกระดับความเชี่ยวชาญ เช่น นักรังสีวิทยา หรือนักสรรหาบุคลากร มีการเติบโตของตำแหน่งมากกว่างานที่ AI ทำให้สามารถปฏิบัติได้ง่ายขึ้นถึงสองเท่า และมีการเติบโตของค่าจ้างสูงกว่า 42% โดยงานระดับแรกเข้า AI กำลังเปลี่ยนความคาดหวังของนายจ้างอย่างมีนัยสำคัญ

จากการวิเคราะห์ตำแหน่งงานระดับแรกเข้า 2.4 ล้านตำแหน่งในสหรัฐ พบว่า งานที่เกี่ยวข้องกับ AI สูง มีแนวโน้มต้องการทักษะที่โดยปกติมักพบในบทบาทระดับอาวุโส เช่น ความเป็นผู้นำ ความคิดสร้างสรรค์ และการสื่อสารแบบเผชิญหน้าสูงกว่างานอื่นถึง 7 เท่า ขณะเดียวกัน ตำแหน่งงานระดับแรกเข้ากลุ่มดังกล่าวยังเติบโต 35% นับตั้งแต่ปี 2562 ส่วนตำแหน่งงานระดับแรกเข้าอื่นๆ ลดลง 10% สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของเส้นทางการเริ่มต้นอาชีพในยุค AI

โจ แอตกินสัน ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่าย AI ระดับโลกของ PwC ระบุว่า ในระบบเศรษฐกิจโลกปัจจุบัน เราเริ่มเห็นความแตกต่างอย่างชัดเจนระหว่างรูปแบบการบริหารจัดการบุคลากรและการสร้างมูลค่าทางธุรกิจ โดยบริษัทที่ได้รับผลตอบแทนสูงสุดจากการลงทุน AI คือ บริษัทที่นำ AI มาใช้เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถและความเชี่ยวชาญของมนุษย์ เร่งการพัฒนานวัตกรรม และสร้างแหล่งมูลค่าใหม่ๆ ส่งผลให้บริษัทเหล่านี้มีความก้าวหน้านำห่างคู่แข่งทั้งในด้านผลิตภาพและการเติบโตทางธุรกิจอย่างเหนือชั้น เมื่อเทียบกับบริษัทที่มุ่งเน้นเพียงแค่การใช้ระบบอัตโนมัติเพื่อทดแทนแรงงาน

นอกจากนี้ รายงานยังพบอีกว่า ช่องว่างระหว่างบริษัทที่ใช้ AI ได้มากที่สุด กับบริษัทที่ใช้ AI ได้น้อยที่สุดกำลังกว้างขึ้น โดยบริษัทในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับ AI สูง มีผลิตภาพแรงงานเพิ่มขึ้น 34% ในปี 2568 เมื่อเทียบกับฐานปี 2561 ขณะที่บริษัทที่เกี่ยวข้องกับ AI น้อยที่สุดมีผลิตภาพเพิ่มขึ้น 24% และภายในกลุ่มบริษัทที่เกี่ยวข้องกับ AI สูง ยังเริ่มเห็นปรากฏการ super-star companies อย่างชัดเจน โดยบริษัท 20% แรกที่ใช้ AI ได้โดดเด่นที่สุดมีผลิตภาพแรงงานเฉลี่ยเพิ่มขึ้นถึง 163% เมื่อเทียบกับฐานปี 2561 หรือสูงกว่าค่าเฉลี่ยของบริษัทที่เกี่ยวข้องกับ AI สูงโดยรวมเกือบ 5 เท่า

และที่น่าสนใจคือ บริษัทที่เกี่ยวข้องกับ AI สูงไม่ได้ลดการจ้างงาน แต่กลับมีจำนวนพนักงานเติบโตเร็วกว่าบริษัทที่เกี่ยวข้องกับ AI ต่ำ โดยเพิ่มขึ้น 52% เทียบกับ 36% ในปี 2568 เมื่อเทียบกับฐานปี 2561 สะท้อนว่า AI มีบทบาทเป็นเครื่องเร่งการเติบโตมากกว่าเป็นเพียงเครื่องมือลดต้นทุน.

 

ครองขวัญ รอดหมวน

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

แรงงานไทยหาตัวเองให้เจอ

ในยุคที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทสำคัญ โดยเฉพาะการดำเนินธุรกิจที่ต้องการแรงงานที่มีความพร้อมที่จะรับมือกับการเปลี่ยนแปลงและความทันสมัยของเทคโนโลยี และตลาดแรงงานยังต้องการคนที่พร้อมทำงานได้ทันที แต่คนรุ่นใหม่จำนวนไม่น้อยกลับยังไม่แน่ใจว่าตัวเองถนัดอะไร และอยากเติบโตไปในเส้นทางใด สำหรับเคทีซี การพัฒนาคนไม่ใช่เพียงการสร้างบุคลากรให้กับองค์กร แต่คือการเปิดโอกาสให้เยาวชนได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง ค้นพบศักยภาพของตนเอง และเติบโตเป็นกำลังสำคัญของเศรษฐกิจไทยในอนาคต

ชูโมเดลจัดการน้ำไม่ท่วมไม่แล้ง

ภาพจำมหาอุทกภัยปี 2554 คือบทเรียนราคาแพงของภาคอุตสาหกรรมไทย แต่ในปัจจุบัน ท่ามกลางสภาพอากาศสุดขั้วจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ยุทธศาสตร์การจัดการน้ำในพื้นที่ยุทธศาสตร์อย่าง “พระนครศรีอยุธยา” ได้ก้าวข้ามจากการตั้งรับเฉพาะหน้า ไปสู่ระบบบริหารจัดการความเสี่ยงแบบ 360 องศา เพื่อสร้างความต่อเนื่องทางธุรกิจ ให้นักลงทุนมั่นใจว่าโรงงานผลิตจะไม่สะดุด ไม่ว่าธรรมชาติจะเหวี่ยงมาทาง “น้ำหลาก” หรือ “เอลนีโญ”

Gastech 2026 ขับเคลื่อนพลังงานมั่นคง

งาน Gastech 2026 ซึ่งเป็นมหกรรมนิทรรศการและการประชุมด้านก๊าซธรรมชาติ LNG โซลูชันคาร์บอนต่ำ และเทคโนโลยีพลังงานที่ใหญ่ที่สุดของโลก กำลังจะจัดขึ้นที่ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค กรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 14-17 กันยายน 2569 โดยประเทศไทยเป็นเจ้าภาพเป็นครั้งที่สองในรอบเกือบสองทศวรรษ งานนี้คาดว่าจะดึงดูดผู้เข้าร่วมกว่า 50,000 คน จากกว่า 150 ประเทศ พร้อมบริษัทชั้นนำกว่า 1,000 ราย และวิทยากรระดับโลกกว่า 800 คน ครอบคลุมทั้งระดับรัฐมนตรี ผู้บริหารซีอีโอ และผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี ภายใต้การเป็นเจ้าภาพของกระทรวงพลังงานไทย ร่วมกับพันธมิตรสำคัญอย่าง EGAT ปตท. และ Gulf ในฐานะ National Consortium Partners

‘ดอนเมือง’ทำเลทองมาแรง

ทำเลที่วันนี้ “ดอนเมือง” ได้ก้าวข้ามการเป็นแค่พื้นที่รอบสนามบินไปสู่การเป็น “Major Infrastructure Hub” ศูนย์กลางการคมนาคมและโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ ที่สมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งของกรุงเทพฯ ตอนเหนือ โดยมีศักยภาพการเติบโตที่โดดเด่น ทั้งในแง่ราคาประเมินที่ดินที่เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 11% ต่อปี รวมถึงผลตอบแทนจากการเช่า (Rental Yield) ในโครงการของแสนสิริ ย่านนี้ที่สูงถึง 7% ซึ่งนับเป็นสถิติที่สูงมากสำหรับอสังหาริมทรัพย์แนวราบ

พร้อมรับมหกรรมพืชสวนโลก

ประชาชนและนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางมายังจังหวัดอุดรธานีและพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนในช่วงการจัดงานมหกรรมพืชสวนโลก จังหวัดอุดรธานี ปี 2569–2570 จะได้รับความสะดวกมากขึ้นจากการเตรียมความพร้อมระบบคมนาคมขนส่งแบบบูรณาการ

อสังหาฯพลิกเกมเพิ่มทางรอด

ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ธุรกิจอสังหาฯ ต้องเผชิญกับปัจจัยลบมากมาย ทั้งภาวะเศรษฐกิจที่ซบเซา หนี้ครัวเรือนที่พุ่งสูงขึ้น กำลังซื้อถดถอย ความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงิน แม้ว่าในช่วงครึ่งแรกของปี 2569