
โผแต่งตั้ง "นายพลสีกากี" วาระประจำปี 2569 หากเป็นม้าแข่งก็ต้องเรียกว่า "เข้าโค้งวัดเบญ" สำนวนในอดีตสมัยยังมีการแข่งขันม้าที่สนามแข่งม้านางเลิ้ง ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับบริเวณวัดเบญจมบพิตรฯ หลายคนก็เลยมักพูดกันติดปากเวลาเข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายก่อนทางตรงเข้าเส้นชัย เพราะตามไทม์ไลน์ "กรมปทุมวัน" ที่ ผบ.ต่าย-พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ แม่ทัพใหญ่ สะบัดปากกาเซ็นคำสั่งเอาไว้ บัญชีผู้เหมาะสมแต่งตั้งดำรงตำแหน่ง "นายพล" ระดับ รอง ผบ.ตร.และจเรตำรวจแห่งชาติ ลงมาถึง ผู้บังคับการ (ผบก.) ทั่วประเทศ จะถูกจัดส่งมาให้สำนักงานกำลังพลตรวจสอบความถูกต้องตั้งแต่วันที่ 14 ส.ค.ที่ผ่านมา แต่ตามธรรมเนียมยุทธจักรโล่เงิน ก็ต้องมี
บวก 1 บวก 2 กันเป็นปกติ ช่วงต้นสัปดาห์นี้ถึงน่าจะครบ น่าจะเรียบร้อย ก่อนที่ช่วง 22-24 ส.ค. "ผบ.ต่าย" น่าจะหาฤกษ์ดีนัดประชุมบอร์ดกลั่นกรองแต่งตั้งตำรวจ ระดับ ตร.พิจารณาบัญชีรายชื่อผู้เหมาะสม ก่อนที่ปลายเดือน ส.ค. วงประชุม ก.ตร. ที่มี นายกฯ อนุทิน มานั่งหัวโต๊ะประธานเคาะรายชื่อแต่งตั้ง "นายพล" วาระประจำปี 2569 เพื่อให้ทันตามกฎ ตามเกณฑ์การแต่งตั้งที่ต้องแล้วเสร็จภายใน 31 ส.ค.ของทุกปี เพื่อให้ทุกตำแหน่งเริ่มงานใหม่กันตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.เป็นต้นไป
ยึดโยงตามเก้าอี้ว่าง ณ ปัจจุบัน การแต่งตั้ง “นายพล” ปีนี้ มีตำแหน่งว่าง 156 เก้าอี้ แบ่งเป็น รอง ผบ.ตร. 3 เก้าอี้, ผู้ช่วย ผบ.ตร. 6 เก้าอี้, ผู้บัญชาการ (ผบช.) 18 เก้าอี้, รอง ผบช. 40 เก้าอี้ และผู้บังคับการ (ผบก.) 89 เก้าอี้ รวมโยกระนาบก็น่าจะอยู่ประมาณกว่า 200 ตำแหน่ง หลังจาก "ผบ.ต่าย" มีคำสั่งอนุญาตให้ตำรวจลาออกจากราชการ ตามโครงการปรับเปลี่ยนกำลังพล รุ่นที่ 29 รอบตุลาคม ปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ทำให้ต้องมีการจัดลำดับอาวุโสตำรวจระดับ ผบช.และ จตร. ลงมาถึง รองผบก.กันใหม่ ซึ่งการจัดลำดับอาวุโสในการแต่งตั้งครั้งนี้ สำคัญทุกเก้าอี้ สำคัญทุกตำแหน่ง ที่น่าสนใจเป็นระดับ ผู้บัญชาการ (บช.) ขึ้น ผู้ช่วย ผบ.ตร. แต่งตั้งเรียงลำดับสูงขึ้นแบบ 100% เมื่อลำดับ 2 ในบัญชีอาวุโสที่ต้องเลื่อนขึ้น ผู้ช่วย ผบ.ตร. อย่าง บิ๊กกบ-พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.สอท. หรือ ผบช.ไซเบอร์ สมัครใจเข้าโครงการเออร์ลีรีไทร์ไปแล้ว ทำให้อาวุโส ผบช.ต้องขยับรุ่นขึ้นไป เป็นผลให้ บิ๊กจ้ำ-พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5 ต้องเลื่อนจากลำดับ 7 ไปอยู่ลำดับ 6 อยู่ในข่ายต้องขยับขึ้น ผู้ช่วย ผบ.ตร. ที่มีตำแหน่ง 6 เก้าอี้ทันที ตอนนี้ก็เหลือลุ้น พล.ต.ท.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผบช.ภ.9 จะต้องขยับรุ่นขึ้นไปอีกลำดับอยู่ในเกณฑ์ต้องขึ้น ผู้ช่วย ผบ.ตร.หรือไม่ เพราะข่าวลือที่บอกจะมี รอง ผบ.ตร. หรือผู้ช่วย ผบ.ตร. โอนย้ายออกไปเติบโตนอกหน่วยก็ยังไม่เงียบซะทีเดียว แม้ ครม.วันอังคารที่ผ่านมายังไม่ปรากฏชื่อตำรวจโอนไปตำแหน่งไหนก็ตาม ๐
ยิ่งใกล้วันแต่งตั้ง "นายพล" โผรายชื่อต่างๆ ถูกปล่อยออกมากันเป็นระยะ ที่ฮือฮาคงเป็น เพจกูรูสีกากี ที่เปิดชื่อ 9 ตำแหน่ง รอง ผบช. ขึ้น พล.ต.ท. ที่ในแวดวงสีกากีนำมาส่งต่อกันนั้น เริ่มจาก พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม. (ลำดับ 14) พล.ต.ต.วรวัฒน์ มะลิ รอง ผบช.ภ.6 (ลำดับ 20) พล.ต.ต.วิวัฒน์ คำชำนาญ รอง ผบช.สอท. (ลำดับ21) พล.ต.ต.วสันต์ เตชะอัครเกษม รอง ผบช.น. (ลำดับ 22) พล.ต.ต.ทินกร รังมาตย์ รอง ผบช.สอท. (ลำดับ 25) พล.ต.ต.สมบูรณ์ เทียบขาว รอง ผบช.ปส. (ลำดับ33) พล.ต.ต.ศรัญญู ชำนาญราช รอง ผบช.ภ.8 (ลำดับ 49) พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. (ลำดับ63) พล.ต.ต.นพเก้า โสมนัส รอง ผบช.ภ.4 (ลำดับ 86) อย่างไรก็ตามโผก็คือโผ ยังไม่ใช่ของจริง ยังไม่ใช่รายชื่อที่ได้รับความเห็นชอบ ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงได้ เพียงแต่แค่เป็นการคาดการณ์ คงต้องรอดูในวันประชุม ก.ตร. ถึงจะรู้ว่า ในจำนวน 9 ชื่อที่คาดกันเอาไว้จะมีของจริงกี่ราย ต้องติดตามๆ ๐
ในขณะที่ “โผทหาร” อยู่ระหว่างการทยอยส่งไปที่สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม เพื่อตรวจสอบรายชื่อ และประวัติ ตามไทม์ไลน์ของ รมว.กลาโหม ซึ่งแจ้งให้ส่งล็อตแรกวันที่ 14 ส.ค.ที่ผ่านมา และจะมีการประชุมคณะกรรมการปรับย้ายทหารชั้นนายพล ตาม พ.ร.บ.จัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม มี พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม เป็นประธาน ครั้งแรกในวันที่ 27 หรือ 28 ส.ค.นี้ และจะลงนามในขั้นสุดท้ายคือวันที่ 5 ก.ย. ซึ่งเป็นไปตามกรอบเวลาเช่นนี้ทุกปี และเป็นปกติที่เมื่อรายชื่อถูกส่งออกมาจากเหล่าทัพแล้ว ข้อมูลมักหลุดรอดออกมา ทำให้บางเหล่าทัพใช้วิธีเว้นว่างชื่อตำแหน่งสำคัญ เช่น 5 เสือ และพลเอกที่ส่งออกไปที่สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม และกองบัญชาการกองทัพไทย ส่วน “กองทัพบก” ล่าสุดยังไม่มีการส่งมาที่สำนักงานปลัด กห. ซึ่งจะเป็นเหล่าทัพที่ส่งหลังสุดทุกครั้ง เพื่อป้องกัน “โผรั่ว”จนนำไปสู่การวิ่ง หรือล็อบบี้ จนเกิดเป็นแรงกระเพื่อมได้ และอีกปัจจัยคือ ส่วนงานที่ต้องทำหน้าที่ ฉก.ทม.รอ.904 ต้องรอสัญญาณในเรื่องการวางคนในตำแหน่งต่างๆ ของ “สายคอแดง” ด้วย
สำหรับรายชื่อของผู้ที่จะขึ้นมาดำรงตำแหน่ง “ปลัดกระทรวงกลาโหม” ทุกสายยืนยันตรงกันว่าเป็น “รองตั้ม” พล.อ.ศรัณย์ เพชรานนท์ (ตท.26) รองปลัดกระทรวงกลาโหม เมื่อทั้ง “บิ๊กดุลย์” เพื่อน ตท.26 ที่มองเห็นถึงความเหมาะสมด้วยประการทั้งปวง ประกอบกับ พล.อ.ธราพงษ์ มะละคำ ปลัดกระทรวงกลาโหมที่จะเกษียณผลักดันมาตั้งแต่ต้น ชื่อจึงนิ่งอยู่ที่ “รองตั้ม” แม้จะมีคำถามจากฝั่งทำเนียบรัฐบาลเมื่อ 1 เดือนก่อนหน้า ในการส่ง “พลเอก”จาก ทบ.มาเป็นปลัดกระทรวงกลาโหมได้หรือไม่ ซึ่งในช่วงนั้นก็มีกระแสข่าวว่า ทบ.จะส่ง พล.อ.ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสนาธิการทหารบก (เสธ.ทบ.) มาเป็นรองปลัดกระทรวงกลาโหม “อัตราพลเอกพิเศษ” ไม่ใช่ปลัดฯ เพื่อรอเกษียณในปี 2570 ซึ่งเท่ากับว่า “ปูด้วง” ก็จะนั่งตบยุง ไร้บทบาทใดๆ ในช่วงปีสุดท้ายของอายุราชการ สวนทางกับท่าที “ขึงขัง” ในช่วงที่ผ่านมาและยังเป็นปลายสายของ นายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล ที่โทรศัพท์ประสานงานในทุกเรื่องเมื่อเกิดเหตุการณ์ที่เกี่ยวกับกองทัพ จึงมีแนวโน้มว่า “ปูด้วง” อาจเปลี่ยนเครื่องแบบมานั่งเป็นเลขาธิการ สมช.ดูงานด้านนโยบายและยุทธศาสตร์ให้รัฐบาลอยู่ใกล้ๆ “นายกฯ หนู” ต่อไป ๐
แม้ “โผ 5 เสือ ทบ.” จะยังไม่เคาะแบบ 100 เปอร์เซ็นต์ และ พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ยังปิดเงียบ เพราะเหล่าบรรดาผองเพื่อนยังหวังลุ้นในตำแหน่งสำคัญอยู่ การตอบรับหรือปฏิเสธ จึงถือเป็นการส่งสัญญาณให้เห็นว่าหน้ากระดาน “โผ” รอบนี้เป็นอย่างไรทั้งหมด แต่หากถอดรหัสการส่งออก 3 พลเอก ออกไปในตำแหน่งรองปลัดกระทรวงกลาโหม รองผู้บัญชาการทหารสูงสุด และรองเสนาธิการทหาร กองบัญชาการกองทัพไทยได้ พลเอกแคนดิเดตทั้งหลายก็จะถูกตีกรอบชัดขึ้น ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับว่า ผบ.ทบ.จะเน้นการกระจายรุ่นเพื่อลดแรงเสียดทานรอบนี้ หรือจะตัดแคนดิเดตให้เหลือน้อยที่สุด เพื่อลดปัญหาในเรื่องการชิงตำแหน่งในปีหน้า และใช้เวลาตลอดปีงบฯ 70 เสริมสร้างความพร้อมให้กองทัพตามแผนที่วางไว้แบบไร้กังวลเรื่อง “คน” เพราะชายแดน เหนือ-ใต้-ออก-ตก ยังมีภัยคุกคามต่อเนื่อง สิ่งที่ต้องทำควบคู่กันคือการพิจารณาวางตัวในลำดับรุ่นถัดไปอย่างไรให้ตอบโจทย์การวางรากฐานกองทัพ ในการทำหน้าที่ของตัวเองอย่างมืออาชีพ
และที่ค่อนข้างชัดคือผู้ดำรงตำแหน่ง “แม่ทัพ” อย่างน้อย 2 คน คือ “แม่ทัพเติ่ง” พล.ท.วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 และ “แม่ทัพกุ้ง” พล.ท.วรเทพ บุญญะ แม่ทัพภาคที่ 3 จะยังคงนั่งในตำแหน่งต่อไป และผ่องถ่ายให้เตรียมทหารรุ่น 28-29 เข้ามารับไม้ต่อในปีหน้า ส่วนแม่ทัพภาคที่ 4 พล.ท.นรธิป โพยนอก อาจต้องคิดหนักว่า “จะเปลี่ยนม้ากลางศึก" หรือไม่ แต่การวาง ตท.28-ตท.30-ตท.31 ขึ้นมารอไว้ในรอบนี้เพื่อให้ลื่นไหลในปีหน้าก็มีส่วนสำคัญ ส่วนกองทัพภาคที่ 1 แม้ล่าสุด พล.ท.วรยส เหลืองสุวรรณ (ตท.28) แม่ทัพอาจจะต้องอยู่ที่เดิม เพราะการคาบเกี่ยวเรื่องช่วงเวลาในการทำหน้าที่ ผบ.ฉก.ทม.รอ.904 ที่มีภารกิจสำคัญในเดือน ต.ค.เป็นเงื่อนไขที่ถูกนำมาคุยกันว่าควรดันขึ้นมาในตำแหน่ง ผช.ผบ.ทบ.หรือไม่ หรือควรดึง พล.ท.สราวุธ ไชยสิทธิ์ รอง เสธ.ทบ. เข้า 5 เสือ ทบ.ในรอบนี้ทีเดียว เข้าสูตร “วิน-วิน” ระหว่าง ตท.26 กับ ตท.28 เพราะเมื่อ “บิ๊กเต้” พล.อ.ณรงค์ฤทธิ์ คัมภีระ ผช.ผบ.ทบ. (เกษียณ 71) ขึ้นเป็น รอง ผบ.ทบ.ในปีนี้ และ พล.ท.วรยส ไม่ได้เข้า 5 เสือ ทบ. การโยกย้ายปลายปี 2570 ก็ไร้แรงเสียดทานในแคนดิเดตตำแหน่ง ผบ.ทบ. ในขณะที่ พล.ท.สราวุธ อายุราชการถึงปี 73 ถือว่ายังรอได้ อย่างไรก็ตามยังมีอีกหลายรายชื่อใน ตท.26 ที่อาจเข้ามาในแผง 5 เสือ ทบ. เช่น พล.ท.ไพบูลย์ พุ่มพิเชฏฐ์ ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการป้องกันภัยทางอากาศ (นปอ.) พล.ท.นิธิ อิงคสุวรรณ ผู้อำนวยการสำนักส่งกำลังบำรุง กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ยังไม่นับระดับเจ้ากรมทั้ง ตท.26-27 ที่อยู่ในตัวเลือก และแรงดันจากหลายทิศทางที่เป็นปัจจัยในโผรอบนี้.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
แตกต่างได้...ไม่ควรแตกแยก
ประเทศไทยเราปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ทำให้เรามีเสรีภาพทางความคิด ดังนั้นหากคนไทยเราจะมีความคิดที่แตกต่างกันก็ไม่ใช่เรื่องแปลก
ไม่ว่า'กำแพง'หรือ'กะลา'ก็ไม่น่าคิดเอาชนะด้วยกันทั้งนั้น!!!
เห็นคำพูด หรือคำโพสต์ ของคุณหลาน ไหม-ศิริกัญญา ตันสกุล แห่งพรรคคนรุ่นใหม่ ที่พูดถึงการต่อสู้เอาชนะอุปสรรคของบรรดาผู้คนในพรรคประชาชน ว่าออกจะเหน็ดเหนื่อย เมื่อยล้า
ตั้งใจด่าเขา...แต่เราเสียหาย
มีคนไทยกลุ่มหนึ่งบอกว่า “ประเทศไทยขับเคลื่อนด้วยการด่า” พวกเขาจึงมีพฤติกรรม “สร้างวาทกรรมด่าคนไปทั่ว” โดยเฉพาะวาทกรรมด่ารัฐบาล เรื่องที่เขาด่านั้น จริงบ้าง เท็จบ้าง
'คาถาศักดิ์สิทธิ์'สำหรับโลกในช่วงระยะผ่าน!!!
เห็นข่าวเล็กๆ แต่น่าสนใจ น่าให้ความสำคัญมิใช่น้อย เมื่อช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา...คือข่าวที่นักธุรกิจระดับหมื่นล้าน อย่างคุณ สวัสดิ์ หอรุ่งเรือง เจ้าของคำขวัญ สโลแกน
เสริม'การข่าว'จชต.
เป็นอีกหนึ่งเหตุเศร้า สะเทือนขวัญในสถานศึกษาที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น โดยเฉพาะภายในโรงเรียน ช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา นักเรียนชายระดับชั้น ม.3 ใช้อาวุธปืนยิงครู-นักเรียน เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก
ว่าด้วย'สงคราม'และ'สันติภาพ'
ตอนคุณพ่ออเมริกากับคุณปู่อิหร่านกลับมา รบ กันใหม่...เห็นว่า ราคาน้ำมัน พุ่งปรู๊ด พรวดเดียวขึ้นไปถึง 100 ดอลลาร์กว่าๆ ต่อบาร์เรล ทั้ง Brent ทะเลเหนือ และ WTI เท็กซัสของอเมริกา

