พระราหูจร(8) เดินอยู่ในราศีพฤษภระหว่าง 10 กันยายน 2563- 29 มีนาคม 2565
พระราหูจร(8) ย้ายจากราศีพฤษภเข้าไปเดินในราศีเมษระหว่าง 29 มีนาคม 2565-18 ตุลาคม 2566
ตามที่ผู้เขียนได้ทำนายแนวโน้มที่จะเกิดในเมืองรัตนโกสินทร์ไว้ตั้งแต่5ธันวาคม 2564ในบทความ แม่หมอสมัครเล่นภาคพิเศษดวงเมือง 2565 ว่าทั้งเกณฑ์ดี-ร้ายที่จะเกิดในเมืองรัตนโกสินทร์ได้ตลอดเวลา เพราะมีอิทธิพลของดาวหลายดวงที่จะทำมุมกับดวงเมืองนั้น
ครั้นตั้งแต่วันที่ 29 มีนาคม 2565เป็นต้นไป ถึงวาระที่พระราหูจร(8)ที่เบียนบ่อนด้านเศรษฐกิจการทำมาหาได้ของเมืองอย่างสาหัสสากรรจ์ที่เป็นมาสิบแปดเดือนจะจบลง
แล้วจะเริ่มปรากฎการณ์ใหม่คือเศรษฐกิจของประเทศจะเริ่มโงหัวไปอีกยาวนาน18 เดือน
มาบัดนี้ขอลงในรายละเอียดเพื่อย้ำในสิ่งที่ได้ทำนายไปแล้วและตัวอย่างที่เกิดขึ้นในอดีตดังนี้
1.สิบแปดเดือนมาแล้วเริ่มตั้งแต่ 10 กันยายน 2563 เป็นต้นมาที่เมือง-คนในเมืองสาหัสหนักหนาเรื่องเศรษฐกิจ-การทำมาหาได้ด้วยการมาของโรคระบาดขนาดใหญ่โควิด19 เป็นระลอกๆ
ครั้นสถานการณ์โรคระบาดทำท่าจะลดความรุนแรงลงบ้าง ก็เกิดปรากฎการณ์ศัตรูใหญ่รบกัน -ไทยพลอยเดือดร้อนเรื่องราคาพลังงานไปด้วยซ้อนเข้ามาคือเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2565 รัสเซีย กรีฑาทัพบุกยูเครน
ผลที่เกิดถึงวันนี้คือหนี้สาธารณะของชาติเพิ่มต่อเนื่องจากการดูแลช่วยเหลือประชาชนทั้งเรื่องโรคภัยและการทำมาหากิน ด้วยประชาชนเดือดร้อนทุกหย่อมหญ้าทำมาหากินไม่ได้ เจ็บไข้ได้ป่วยมีหนี้นุงนังวุ่นวายจนหนี้ครัวเรือนพุ่งพรวดพราด
อธิบายเกณฑ์ร้ายทางโหรคือ ตั้งแต่ 10 กันยายน 2563 -29 มีนาคม 2565 เป็นเวลา 18 เดือนที่ชะตาเมืองแตก-ช้ำทุกข์ๆยากๆด้วยเรื่องเศรษฐกิจ การทำมาหาได้ หรือพินทุบาทว์ เพราะราหูจร(8) ซ้อนกันถึงสองเกณฑ์ ทำให้ความเดือดร้อนเพิ่มจากปกติสองเท่าคือ
1.1 เกณฑ์แรกราหูจรค้นทรัพย์เมืองกระเป๋าปลิ้น(พระราหูจรเดินอยู่ในราศีพฤษภ-ภพที่สอง-กฎุมภะดินแดนเศรษฐกิจการทำมาหาได้ของเมืองทำให้ดวงเมืองแตกชั้นที่หนึ่ง)และ
ซ้อนเข้ามาในช่วงเดียวกันเกิดปรากฎการณ์จันทร์(๒)คือประชาชนล่าราหู(8)เป็นคู่หนี้(พระจันทร์ดวงเดิม ๒ ที่สถิตราศีกรกฎโยคหน้าพระราหูจร 8 ที่เข้าไปเดือนในราศีพฤษภ) เป็นดวงแตกชั้นที่สองซ้อนเข้ามา

นี่คือคำตอบที่ผู้เขียนเคยบอกคุณวีระ ธีรภัทร์ในรายการณ์หนึ่งของช่อง 9 อสมท เผยแพร่เมื่อต้นปี2563ว่าเศรษฐกิจของประเทศจะไม่ดีขึ้นจนกว่าจะหยุดปรากฎการณ์นี้
เพียงแต่ผู้เขียนเองก็คาดไม่ถึงว่าฤทธิ์ราหูค้นทรัพย์ และจันทร์ล่าราหูรอบนี้จะหนักหนาสาหัสมาก เรียกได้ว่าประเมินสถานการณ์ต่ำไป
และแล้ววันที่ 29 มีนาคม 2565 เกณฑ์สองเกณฑ์ร้ายนี้จะจบลง
2.เริ่ม 29 มีนาคม 2565 เป็นต้นไปเศรษฐกิจจะเริ่มโงหัวไปยาวนาน 18 เดือนจนถึง 18 ตุลาคม 2566
กล่าวคือไม่ว่าเรื่องดี-ร้าย โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองจะเป็นอย่างไร(พระราหูจรทับพระอาทิตย์ดวงเดิมดวงเมือง๑)
2.1ทางเศรษฐกิจจะเกิดโชคลาภและความสำเร็จในเมืองจากรายได้เริ่มเติมเข้ามา(พระราหูจร8ที่ทับลัคนาเมือง-โดยพื้นฐานมาจากภพลาภะคือโชคลาภและความสำเร็จของเมืองหรือเพื่อนฝูง)เช่น
นักท่องเที่ยวกลับมา ตลาดหุ้นที่มีโอกาสทำสถิติใหม่ด้านใดด้านหนึ่ง หรือนวัตกรรมใหม่ๆทางด้านเศรษฐกิจจะโผล่ เช่นกัญชา พืชกระท่อม หรือค่าเงิน หรือเงินดิจิตอล หรือทองคำ หรือสลากแนวใหม่ที่เริ่มขายกันแล้ว หรือของปลอม หรือธุรกิจบันเทิงมอมเมาเช่นดาราหรือทีมถ่ายหนังจากต่างประเทศมาเยือน หรือธุรกิจยาและเวชภัณฑ์หรือ การบินและกิจกรรมที่เกี่ยวข้อง หรือธุรกิจเกี่ยวข้องกับไฟฟ้าเช่นโซล่าห์เซลล์ หรือพวก รถไฟฟ้า สถานีชาร์จไฟฟ้า ฯลฯ
2.2.สิ่งที่พึงระวังคือจิตใจคนในเมืองจะกล้ากับการเก็งกำไรโดยขาดเหตุผลสนับสนุน-เสี่ยงจะเกิดความเสียหาย (พระราหูจรตัวแทนความลุ่มหลงมัวเมา-อวิชา-เสี่ยง ทับพระอาทิตย์ดวงเดิม๑ตัวแทนจิตใจคนของเมือง) เพราะในเมืองคงมีการเก็งกำไร หรือเสี่ยงกันสนั่นหวั่นไหวและหวือหวาหากไม่ควบคุมความอยากได้ก็จะกลายเป็นโลภ-ความเสี่ยงกลับกลายเป็นลาภหาย หรือหดหู่ได้ง่ายมาก
2.3 การหลอกหลวงในเมืองโดยเฉพาะอย่างยิ่งทางออนไลน์ -ล้ำสมัยหรือระเบิดอารมณ์แบบนักเลงโตกันสนั่นหวั่นไหว แบบลุ่มหลงมัวเมาหรืออวิชชาจนทำให้เดือดร้อนกันได้
3.ปรากฎการณ์นี้หากจะเปรียบเทียบในอดีต ที่เมืองพบช่วงหนักหน่วงที่สุดมาเหมือนคราวรัฐบาลพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ โดยคุณสมหมายฮุนตระกูล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้ลดค่าเงินบาทเมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2527 คราวนั้นเมืองก็ถูกราหูค้นทรัพย์และจันทร์ล่าราหู จนเกิดเหตุการณ์คืนวันลอยกระทง
ครั้นพอพระราหูจรย้ายราศีจากพฤษภเข้าเมษ สัญญาณบวกทางเศรษฐกิจที่พลเอกเปรม+ปู่สมหมายพยายามในสิ่งที่ต้องทำก็ค่อยๆชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ นำ เข้าสู่ยุคโชติช่วงชัชวาล จนไทยหวังจะได้เป็นเสือตัวใหม่หรือตัวที่ห้าแห่งเอเชีย เพราะอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจสูงติดต่อกันหลายปี แต่ในที่สุดก็สะดุดขาตัวเองด้วยปรากฎการณ์ตุ้มยำกุ้งกลางปี 2540
คราวนี้ที่ปลายเดือนมีนาคม 2565 เป็นต้นไปก็มีแนวโน้มจะได้เห็นสัญญาณที่ดีทางเศรษฐกิจ โดยเกณฑ์นี้ยาวนานสิบแปดเดือน
อย่างน้อยก็ยังเริ่มต้นสัญญาณที่ดี เพื่อเมืองจะได้เริ่มตีฝ่าเจ็ดปีสงครามเศรษฐกิจโลกโลก-ปฏิวัติใหญ่เศรษฐกิจของชาติต่อไป
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ตั้งใจด่าเขา...แต่เราเสียหาย
มีคนไทยกลุ่มหนึ่งบอกว่า “ประเทศไทยขับเคลื่อนด้วยการด่า” พวกเขาจึงมีพฤติกรรม “สร้างวาทกรรมด่าคนไปทั่ว” โดยเฉพาะวาทกรรมด่ารัฐบาล เรื่องที่เขาด่านั้น จริงบ้าง เท็จบ้าง
คู่มือทบทวนชีวิตช่วงพระเสาร์จร(7)เดินถอยหลังสำหรับคนทุกลัคนาราศีตอนที่2
มาต่อกันถึงผลของการที่พระเสาร์จร (7) เดินถอยหลังในราศีมีน คือวาระเหมาะที่จะทบทวน-ปรับปรุง-แก้ไขเรื่องต่างๆ ที่พระเสาร์เป็นตัวแทนของคนทุกลัคนาราศีต่อจากตอนที่แล้ว
'คาถาศักดิ์สิทธิ์'สำหรับโลกในช่วงระยะผ่าน!!!
เห็นข่าวเล็กๆ แต่น่าสนใจ น่าให้ความสำคัญมิใช่น้อย เมื่อช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา...คือข่าวที่นักธุรกิจระดับหมื่นล้าน อย่างคุณ สวัสดิ์ หอรุ่งเรือง เจ้าของคำขวัญ สโลแกน
เสริม'การข่าว'จชต.
เป็นอีกหนึ่งเหตุเศร้า สะเทือนขวัญในสถานศึกษาที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น โดยเฉพาะภายในโรงเรียน ช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา นักเรียนชายระดับชั้น ม.3 ใช้อาวุธปืนยิงครู-นักเรียน เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก
คู่มือทบทวนชีวิตช่วงพระเสาร์จร(7)เดินถอยหลังสำหรับคนทุกลัคนาราศี
พระเสาร์จร (7) เดินถอยหลังในราศีมีน ระหว่าง 27 ก.ค.-30 พ.ย.69 แค่พระเสาร์ซึ่งเป็นดาวดวงสำคัญของดวงเมืองเริ่มเดินถอยหลังในราศีมีนตั้งแต่ 27 กรกฎาคม 2569 อาการก็เริ่มส่งสัญญาณจะเปลี่ยนแปลงใหญ่ในนโยบายสำคัญของรัฐบาล
ว่าด้วย'สงคราม'และ'สันติภาพ'
ตอนคุณพ่ออเมริกากับคุณปู่อิหร่านกลับมา รบ กันใหม่...เห็นว่า ราคาน้ำมัน พุ่งปรู๊ด พรวดเดียวขึ้นไปถึง 100 ดอลลาร์กว่าๆ ต่อบาร์เรล ทั้ง Brent ทะเลเหนือ และ WTI เท็กซัสของอเมริกา

