
นับเป็นเวทีสำคัญที่ประเทศไทยจะได้แสดงศักยภาพด้านการเกษตรและพืชสวน เทคโนโลยีและนวัตกรรม ตลอดจนถ่ายทอดความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติและความงดงามของวัฒนธรรมไทยสู่สายตาประชาคมนานาชาติ ผ่านการจัด งานมหกรรมพืชสวนโลก ภายใต้แนวคิด Diversity of Life: Connecting People, Water and Plants for Sustainable Living หรือ ความหลากหลายแห่งสรรพชีวิต: สายสัมพันธ์แห่งผู้คน สายน้ำ และพืชพรรณ สู่การดำรงชีวิตที่ยั่งยืน
ซึ่งมุ่งสะท้อนความสัมพันธ์อันเกื้อกูลระหว่างมนุษย์ ธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม พร้อมตอกย้ำความสำคัญของการใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่า และการพัฒนาภาคการเกษตรให้เติบโตอย่างสมดุล ควบคู่ไปกับการอนุรักษ์และรักษาความสมบูรณ์ของระบบนิเวศ เพื่อมุ่งสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนในระยะยาว
มหกรรมครั้งนี้ได้รับการรับรองจากสมาคมพืชสวนระหว่างประเทศ (AIPH) และจัดขึ้นเป็นครั้งแรกในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ณ พื้นที่ชุ่มน้ำหนองแด จังหวัดอุดรธานี บนพื้นที่กว่า 1,030 ไร่ ระหว่างวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569-14 มีนาคม 2570 รวม 134 วัน ภายใต้แนวคิด ความหลากหลายแห่งสรรพชีวิต: สายสัมพันธ์แห่งผู้คน สายน้ำ และพืชพรรณ สู่การดำรงชีวิตที่ยั่งยืน (Diversity of Life: Connecting People, Water and Plants for Sustainable Living) ชูไฮไลต์ สวนนานาชาติ 32 สวน จาก 17 ประเทศ และ 2 องค์กรนานาชาติ
แบ่งเป็น สวนนานาชาติภายนอกอาคาร 16 สวน และสวนนานาชาติภายในอาคาร 16 สวน สวนองค์กรจากหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนชั้นนำของไทย 16 สวน สวนจัดแสดงพรรณไม้กว่า 50 สวน และไม้ดอกไม้ประดับหมุนเวียนกว่า 1 ล้านต้น พร้อมนิทรรศการและกิจกรรมทางวัฒนธรรมที่หลากหลาย ตั้งเป้าผู้เข้าชม 3.6 ล้านคน คาดกระตุ้นเศรษฐกิจกว่า 2 หมื่นล้านบาท พร้อมผลักดันจังหวัดอุดรธานีสู่ศูนย์กลางการท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมไมซ์ (MICE) ในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง
จุดเด่นของงาน เป็นการรวบรวมพืชพรรณ การออกแบบสวน และองค์ความรู้ด้านการเกษตรไว้ในพื้นที่เดียว ทั้งสวนนานาชาติ การจัดแสดงพรรณไม้ เทคโนโลยีและนวัตกรรมการเกษตร ตลอดจนการเรียนรู้เรื่องระบบนิเวศพื้นที่ชุ่มน้ำ และการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ เกษตรกรสามารถนำแนวคิดด้านการจัดการการผลิต การใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ และนวัตกรรมที่เหมาะสมกลับไปปรับใช้ ขณะที่ประชาชนและเยาวชนจะได้เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างผู้คน สายน้ำ และพืชพรรณ ผ่านการจัดแสดงและกิจกรรมที่เชื่อมโยงกับชีวิตประจำวัน รวมถึงได้สัมผัสภูมิปัญญาและวัฒนธรรมอีสาน
โดย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะหน่วยงานหลักร่วมกับจังหวัดอุดรธานี และสมาคมพืชสวนระหว่างประเทศ (AIPH) รวมทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่เข้าร่วมงานครั้งนี้ มีความพร้อมในการเป็นเจ้าภาพจัดมหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานีในทุกมิติ พร้อมได้รับการตอบรับและสนับสนุนจากภาคีเครือข่ายทั้งในและต่างประเทศเป็นอย่างดี โดยมีประเทศภาคีสมาชิกและองค์กรนานาชาติตอบรับเข้าร่วมจัดแสดงสวนนานาชาติรวม 32 สวน จาก 17 ประเทศ และ 2 องค์กรนานาชาติ แบ่งเป็น สวนนานาชาติภายนอกอาคาร 16 สวน และสวนนานาชาติภายในอาคาร 16 สวน พร้อมด้วย สวนองค์กรจากหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนชั้นนำของไทย 16 สวน
ภายในงานยังมีสวนจัดแสดงพรรณไม้กว่า 50 สวน รวบรวมพรรณไม้เด่นและพรรณไม้หายากจากทั่วโลกจำนวนหลายหมื่นต้น อาทิ สวนนุ่นยักษ์จากทวีปอเมริกาใต้ สวนอินทผลัมยักษ์ สวนเบาบับด่าง สวนมะกอกโอลีฟต้นงิ้ว สนใบพาย และไม้ดัดรูปทรงแปลกตาจากประเทศจีน ซึ่งบางต้นมีมูลค่าสูงถึงหลักแสนบาท พร้อม
จัดแสดงไม้ดอกไม้ประดับหมุนเวียนรวมกว่า 1 ล้านต้น ตลอดระยะเวลาการจัดงาน มีการจัดนิทรรศการ 16 นิทรรศการ แบ่งเป็น นิทรรศการหมุนเวียนภายในอาคาร 8 นิทรรศการ และนิทรรศการภายนอกอาคาร 8 นิทรรศการ การประกวดพืชพรรณ 7 ประเภท และกิจกรรมประชุมวิชาการระดับชาติและนานาชาติ เพื่อเผยแพร่องค์ความรู้ด้านพืชสวน เทคโนโลยีการเกษตรสมัยใหม่ และนวัตกรรมสีเขียว
ด้าน นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ระบุว่า ได้มอบหมายให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคมบูรณาการ ระบบขนส่งทางบก ทางราง และทางอากาศ เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับการเดินทางของประชาชนและนักท่องเที่ยวที่จะเข้าร่วมงานมหกรรมพืชสวนโลก จังหวัดอุดรธานี ระหว่างวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569-14 มีนาคม 2570 ณ พื้นที่ชุ่มน้ำหนองแด จังหวัดอุดรธานี โดยมุ่งเน้นการเชื่อมต่อการเดินทางจากท่าอากาศยาน สถานีรถไฟ และสถานีขนส่งผู้โดยสารไปยังพื้นที่จัดงานอย่างสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย พร้อมใช้โอกาสจากการจัดงานระดับนานาชาติส่งเสริมเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ.
กัลยา ยืนยง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
รู้ทันกันโกง ‘ลาภลอย’
การเติบโตของเทคโนโลยีและการเข้ามามีบทบาทสำคัญในการดำเนินชีวิตประจำวันช่วยเพิ่มความสะดวกสบาย ประหยัดเวลา และเชื่อมโยงผู้คนเข้าหากันอย่างไร้พรมแดน โดยเฉพาะในการทำธุรกรรมทางการเงิน
โจทย์การเงิน...การฟื้นตัวหลังน้ำท่วม
หลังน้ำลด หลายคนเริ่มกลับเข้าบ้าน ร้านค้าเริ่มสำรวจความเสียหาย และผู้ประกอบการทยอยเตรียมกลับมาเปิดกิจการ แต่การกลับสู่ความปกติไม่ได้เกิดขึ้นพร้อมกับวันที่น้ำลด เพราะค่าใช้จ่ายหลายอย่างต้องจ่ายทันที ขณะที่รายได้อาจยังไม่กลับมาเต็มที่ ค่าซ่อมบ้าน อุปกรณ์ทำมาหากิน สินค้าที่ต้องเติมใหม่ ค่าเดินทาง หรือค่าที่พักชั่วคราว ล้วนเป็นเงินที่ต้องใช้ก่อนจะกลับไปสร้างรายได้ได้อีกครั้ง
จากเจ้าภาพสู่‘Trusted Connector’
ท่ามกลางระเบียบเศรษฐกิจโลกที่กำลังเปลี่ยนผ่าน ความท้าทายของประเทศต่างๆ ไม่ได้อยู่เพียงการประคองเศรษฐกิจให้ผ่านพ้นแรงกระแทก แต่คือการสร้างความเข้มแข็งจากภายใน
ชูR&D-ฮาลาลขับเคลื่อนอาหารอนาคต
ในยุคที่เทรนด์สุขภาพและมาตรฐานอาหารระดับสากลกลายเป็นโจทย์ใหญ่ของโลก สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) ร่วมกับสถาบันอาหาร เดินหน้าผลักดันอุตสาหกรรมแปรรูปอาหารไทย
คาราวานจิตอาสา
ท่ามกลางสถานการณ์ อุทกภัย ที่สร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนในหลายพื้นที่ น้ำใจของคนไทยยังคงหลั่งไหลส่งต่อถึงกัน สะท้อนพลังของคำว่า “คนไทยไม่ทิ้งกัน” ล่าสุด กระทรวงคมนาคม โดยกรมการขนส่งทางบก
ประกันภัยเกราะกันกระแทกเศรษฐกิจใหม่
หลังปัญหาการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้โลกเปลี่ยนผ่านเข้าสู่กติกาทางเศรษฐกิจและการค้าใหม่ ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีและความยั่งยืน ส่งผลให้พฤติกรรมการดำเนินชีวิตต้องเปลี่ยนแปลงไปด้วย ดังนั้นทุกภาคส่วนจึงต้องปรับตัวเพื่อรองรับกับการเปลี่ยนแปลง

