
สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย-ยูเครนยังคงดำเนินต่อไป ปัจจัยดังกล่าวส่งผลกระทบต่อหลายภาคส่วนของเศรษฐกิจ และหลายฝ่ายต่างจับตาถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้น โดยที่เห็นได้ชัดเจนก็เป็นเรื่องราคาน้ำมันในตลาดโลกที่มีการปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสร้างแรงกดดันต่อราคาสินค้าอุปโภคบริโภคและอัตราเงินเฟ้อให้ปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นด้วยเช่นกัน
“ภาคการส่งออก” ก็เป็นอีกส่วนหนึ่งที่หลายฝ่ายต่างจับตามอง เนื่องจากที่ผ่านมาภาคการส่งออกเริ่มมีทิศทางการฟื้นตัวที่ดีขึ้น และกลับมามีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจไทย หลังแนวโน้มเศรษฐกิจโลกเริ่มฟื้นตัวในทิศทางที่ดีขึ้น ทำให้หลายฝ่ายต่างจับตาและแสดงความเป็นห่วงว่าสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่าง 2 ประเทศจะส่งผลกระทบกับภาคการส่งออกอย่างไร
“ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ Economic Intelligence Center (EIC) ธนาคารไทยพาณิชย์” ได้ประเมินภาพรวมการส่งออกของไทยว่า จะเริ่มเห็นผลกระทบจากปัญหาสงครามในยูเครนในเดือน มี.ค.-เม.ย.2565 โดยเฉพาะการส่งออกไปยุโรป ขณะที่การส่งออกในเดือน ก.พ.2565 นั้นยังไม่ได้รับผลกระทบจากปัญหาสงครามในยูเครน โดยยังขยายตัวได้ราว 16.2% เร่งตัวขึ้นจากเดือนก่อนหน้าที่ 8% ขณะที่การนำเข้าสินค้า ขยายตัว 16.8% ชะลอตัวลงจากเดือนก่อนหน้า
“การส่งออกในเดือน ก.พ.2565 ที่ยังไม่ได้รับผลกระทบจากสงครามในยูเครนนั้น เนื่องจากสงครามเริ่มต้นขึ้นในช่วงปลายเดือน ก.พ. โดยการส่งออกในเดือนดังกล่าวยังมีทิศทางการขยายตัว หากพิจารณาเทียบกับเดือน ม.ค. (ปรับผลของฤดูกาล) การส่งออกจะขยายตัวที่ 4.4% สอดคล้องกับมูลค่าการส่งออกของประเทศสำคัญหลายประเทศทั่วโลก และดัชนีชี้นำกิจกรรมการผลิตทั้ง Global Manufacturing PMI-Export Orders และ Manufacturing PMI ที่กลับมาเร่งตัวได้อีกครั้งในเดือน ก.พ. หลังจากชะลอตัวลงจากผลกระทบของโอมิครอนในเดือน ม.ค.”
ขณะที่ “ณัฐพร ตรีรัตน์ศิริกุล รองกรรมการผู้จัดการศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด” มองว่า วิกฤตรัสเซีย-ยูเครนจะส่งผลกระทบต่อทิศทางเศรษฐกิจไทยใน 3 ด้านสำคัญ คือ อำนาจการใช้จ่ายของครัวเรือนที่ลดลง, การส่งออกลดลงตามภาวะเศรษฐกิจที่ซึมลง และการชะลอตัวด้านการท่องเที่ยว
“เกวลิน หวังพิชญสุข รองกรรมการผู้จัดการศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด ได้ประเมินว่า ปัจจัยรัสเซีย-ยูเครนกระทบต้นทุนการผลิตภาคอุตสาหกรรมคิดเป็นมูลค่าราว 8 หมื่นล้านบาท โดยผลกระทบส่วนใหญ่ตกอยู่กับภาคธุรกิจ ซึ่งจะถูกกระทบแตกต่างกันไปตามสัดส่วนการใช้วัตถุดิบและความสามารถในการปรับตัว ขณะที่ผลกระทบบางส่วนก็จะตกอยู่กับ “ผู้บริโภค” ด้วยเช่นกัน ขณะเดียวกันการท่องเที่ยวก็ได้รับผลกระทบผ่านการลดลงของจำนวนนักท่องเที่ยวรัสเซีย-ยุโรป แม้ว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เข้าไทยในปีนี้อาจแตะ 4 ล้านคน แต่การใช้จ่ายจะลดลงราว 5 หมื่นล้านบาทจากกรณีที่ไม่มีสงคราม
ส่วนภาคเอกชนเองต่างก็กังวลเกี่ยวกับผลกระทบของปัญหาสงครามรัสเซียและยูเครน โดย “พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ รองประธานกรรมการหอการค้าไทย” ระบุว่า ผลกระทบทางตรงจากปัญหาสงครามดังกล่าวที่มีต่อไทยที่น่าห่วงคือ สถานการณ์ที่ไม่นิ่ง และความสับสนในเรื่องของห่วงโซ่การผลิตและการขนส่ง เพราะมีสินค้าทุนบางรายการที่ 2 ประเทศเป็นผู้ผลิตและส่งออกรายใหญ่
ขณะที่การส่งออกอาจจะชะงัก เช่น ปุ๋ย ทำให้เกิดภาวะขาดแคลน อีกทั้งยังมีการปิดท่าเรือบางแห่งของยูเครน และต้องการเปลี่ยนท่าเรือขนส่งสินค้า ซึ่งทำให้ห่วงโซ่การผลิตสินค้า การขนส่งปั่นป่วน ส่งผลกระทบต่อการค้าโลก ส่วนสถานการณ์เงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นทั่วโลกนั้นไม่ได้เพิ่มขึ้นในช่วงที่มีสงคราม แต่เกิดมาระยะหนึ่งแล้ว เพียงแค่สงครามเร่งให้เงินเฟ้อเพิ่มขึ้นไปอีก ทำให้กำลังซื้อประชาชนทั่วโลกลด เพราะสินค้าราคาแพงขึ้นแต่รายได้เพิ่มตามไม่ทัน ซึ่งท้ายที่สุดปัญหานี้ก็อาจกระทบต่อ “การส่งออก” ได้
อย่างไรก็ดี ที่ผ่านมาภาพรวมเศรษฐกิจโลกรวมถึงเศรษฐกิจไทยเริ่มมีทิศทางการฟื้นตัวที่ดีขึ้น หลังจากถูกกดดันอย่างหนักจากสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 มาเป็นเวลานาน หากต้องมาถูกซ้ำเติมจากปัญหาความขัดแย้งของรัสเซีย-ยูเครนที่เริ่มส่งผลกระทบ และสร้างความเสียหายให้กับเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทยอีกครั้ง คงเป็นเรื่องที่น่าหนักใจอย่างยิ่ง โดยหลายส่วนหวังว่าทั้ง 2 ฝ่ายจะเร่งหาข้อยุติของปัญหานี้ได้โดยเร็ว เพื่อบรรเทาความเสียหายและผลกระทบที่กำลังเกิดขึ้น.
ครองขวัญ รอดหมวน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ถอดบทเรียนแบรนด์ดังดันยอดขายด้วยData
ในยุคที่ “ข้อมูลลูกค้า” คือหัวใจในการเอาชนะความท้าทายที่ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มไทยต้องเผชิญ ทั้งพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว ต้นทุนที่สูงขึ้น และการแข่งขันที่เข้มข้น
จับตา'ส่งออกไทย’อ่วมพิษสงคราม
ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง นับเป็นปัจจัยเชิงภูมิรัฐศาสตร์ที่มีบทบาทสำคัญต่อเสถียรภาพของเศรษฐกิจโลก เนื่องจากภูมิภาคดังกล่าวเป็นแหล่งผลิตพลังงานหลักและเป็นจุดเชื่อมโยงของเส้นทางการค้าระหว่างประเทศ ความขัดแย้งทางการเมืองและความไม่มั่นคงด้านความปลอดภัยส่งผลให้เกิดความผันผวนของราคาน้ำมันดิบ อัตราแลกเปลี่ยน และต้นทุนโลจิสติกส์ระหว่างประเทศ ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญที่กำหนดทิศทางของการค้าโลก และการเคลื่อนย้ายสินค้าในระบบเศรษฐกิจระหว่างประเทศ
แปลงเกษตรสู่ฐานชีวภาพ
ในยุคที่โลกกำลังเผชิญกับความท้าทายด้านความมั่นคงทางอาหารและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิภูมิอากาศ “เกษตรกรรมแบบดั้งเดิม” กำลังถูกเขย่าด้วยกระแสเทคโนโลยีดิสรัปชัน ประเทศไทยในฐานะอู่ข้าวอู่น้ำของโลกจึงไม่อาจหยุดนิ่งอยู่กับเพียงการส่งออกวัตถุดิบขั้นต้น แต่กำลังเร่งสปีดสู่การเป็น “อุตสาหกรรมฐานชีวภาพ” (Bio-based Industry) ที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงสร้างมูลค่าเพิ่มมหาศาล
สงกรานต์ส่อแววหงอย
เมื่อเริ่มเข้าสู่เดือนเมษายนของทุกปี บรรยากาศแห่งความสุขและการรอคอยก็เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง กับเทศกาล “สงกรานต์” หรือ วันปีใหม่ไทย ถือเป็นช่วงเวลาของวันพักผ่อนหยุดยาวที่หลายคนเฝ้ารอ
ท่องเที่ยวกับการปรับเกมรับวิกฤต
เริ่มต้นเพียงไตรมาสแรกของปี 2569 ก็ดูเหมือนจะมีวิกฤตให้รับมือกันหลายอย่าง โดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยวที่มักจะมีผลกระทบจากสภาพเศรษฐกิจอยู่ตลอดจากสถานการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น
เศรษฐกิจไทยปีม้าส่อหลุดต่ำ 2%
ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จากความขัดแย้งระหว่างสหรัฐและอิหร่าน หลังสหรัฐและอิสราเอลโจมตีโครงสร้างพื้นฐานทางทหารและกลุ่มผู้นำของอิหร่าน ส่งผลให้อิหร่านตอบโต้ด้วยการยิงขีปนาวุธและโดรนโจมตีเป้าหมายหลายแห่งในภูมิภาค ทำให้เกิดความเสี่ยงที่ความขัดแย้งในระดับภูมิภาคจะขยายวงมากขึ้น

