เทศกาล..เยี่ยมเยียนบรรพบุรุษ

แม้ว่าวันเชงเม้งจะยึดถือวันที่ 5 เมษายนของทุกปี เป็นสรณะ แต่ด้วยวิถีชีวิตของลูกหลานที่ต้องปรับตัวไปตามสภาพแวดล้อม ทำให้คนไทยเชื้อสายจีนส่วนใหญ่เลือก "ฤกษ์สะดวก" ในการปฏิบัติตามวัฒนธรรมประเพณีที่สืบต่อกันมานาน ฉะนั้นเชื่อว่าเสาร์-อาทิตย์ 2-3 เมษายนนี้แหละ ที่การจราจรในเส้นทางที่มีสุสานของบรรพบุรุษลูกหลานจีนสถิตอยู่นั้น จะแออัดกันพอสมควร

รถติด..แค่พอสมควร ไม่ติดมากๆ เหมือนอดีตก่อนไวรัสโควิด-19 แพร่ระบาด เพราะเชื่อว่าหลายครอบครัวเลือกรักษาระยะห่าง แล้วอธิษฐานจิตส่งใจไปให้บรรพบุรุษ แทนที่จะขับรถไปด้วยตัวเอง

สำหรับมนุษย์ป้า ลูกหมวยตัวจริงเสียงจริง ทุกวันนี้ยังสามารถพูดเสียงในฟิล์มด้วยภาษาแต้จิ๋วได้นั้น ได้เดินทางไปไหว้สุสานของเตี่ยเมื่อสัปดาห์ที่แล้วโน่น สิ่งที่พบเห็นคือ "คนบางตา" รถราก็แล่นตามสบายไม่มีติดขัดเลย แต่เดิมที่เคยใช้เวลาครึ่งวันกว่าจะเสร็จพิธี ปีนี้ปรากฏว่าใช้เวลาแค่ 2 ชั่วโมงก็เป็นอันเสร็จภารกิจ

ที่น่าสังเกตคือ เสียงประทัดที่เคยดังกึกก้อง ประมาณว่าเป็นความเชื่อในการปลุกโชคปลุกลาภ ปลุกบรรพบุรุษให้ตื่นขึ้นมาฉลองเทศกาลเชงเม้งนั้น ปีนี้เงียบกริบ ให้รู้สึกเหงาแทนคนที่อาศัยอยู่แถวนั้น

ส่วนที่น่าสนใจแทบทุกครั้งที่ไปเทศกาลเชงเม้งก็เห็นจะเป็นบรรดากระดาษเงินกระดาษทอง หรือเครื่องเซ่นไหว้บรรพบุรุษที่บรรจงสร้างสรรค์ด้วยกระดาษทั้งหลายนี่แหละ เพราะปีนี้นอกจากมีเวอร์ชั่น "หน้ากาก" ป้องกันเชื้อโรคแบบต่างๆ แล้ว ปรากฏว่าอินเทรนด์สุดๆ ก็ตรง "รถยนต์ไฟฟ้า"!!

ช่างคิดช่างทำ เหมือนจำลองโลกแห่งความเป็นจริงลงไปสู่โลกแห่งความตายได้แบบเนียนกริบ และน่าแปลกที่เป็นของเลียนแบบ ของปลอม ของใช้ไม่ได้จริง ก็ยังคงเป็นที่นิยมชมชอบ สามารถเรียกเงินจากกระเป๋าบรรดาลูกไทยเชื้อสายจีนได้ทุกครั้ง ซึ่งขอบอกว่า สนนราคานั้นไม่ได้น้อยๆ เลย

ต้องเรียกว่า เครื่องเซ่นกระดาษทั้งหลาย เป็นวิถีที่สร้างความสบายใจให้กับคนเป็นเสียมากกว่า เพราะสุดท้ายทุกอย่างก็ต้องใส่เตาเผาเป็นควันเป็นเถ้าถ่าน โดยที่เราเองก็รู้อยู่แก่ใจว่า แอคเซสเซอรี่กระดาษทั้งหลายนั้น มันจะถึงมืออากงอาม่า..จริงหรือ?!?

ฉะนั้น อยากสรุปว่า อยากจะซื้อ อยากจะทำอะไร เพื่อพ่อแม่ปู่ย่าตายายลุงป้าน้าอา ขอให้ลงมือทำตอนที่ท่านยังหายใจอยู่ จะชัวร์กว่านะจ๊ะ.

"ป้าเอง"

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

มาขยับร่างกายกันดีกว่า

โลกใบนี้หนอ?!? นึกๆ ไปมันก็แปลก คนที่ยังขยับได้ กลับไม่ค่อยยอมขยับ นั่งจ่อมอยู่บนเก้าอี้ บ้างก็นั่งๆ นอนๆ อยู่บนเตียง ไถมือถือ ดูทีวี ฟังวิทยุ อ่านหนังสือ ส่วนคนที่ขยับไม่ได้ ประมาณว่า ป่วยติดเตียง หรือว่าเดี้ยงโดยเหตุผลอันใดก็ตาม ก็อยากจะขยับขาขึ้นมาเดินเหลือเกิน

มนุษย์หนอ...ในยามวิกฤต

เมื่อสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางปะทุขึ้นอีกระลอก ผลกระทบไม่ได้จำกัดอยู่เพียงพื้นที่สงคราม แต่ลุกลามมาถึงเศรษฐกิจโลก รวมถึงประเทศไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะต้นทุนพลังงานและราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลต่อราคาสินค้าอุปโภคบริโภคแทบทุกชนิด

กตัญญู..มองผ่านซีรีส์

ในยุคที่ทุกคนก้มหน้าจอโทรศัพท์ จีนได้ใช้มินิซีรีส์แนวตั้ง หรือ “ดรามาสั้นแนวตั้ง” ความยาวตอนละ 1-2 นาที เป็นอาวุธลับในการฟื้นฟูค่านิยมกตัญญู อย่างเป็นระบบ

น้ำมันแพง..ได้เวลาดับไฟ?!?

ลูกหลานเจนใหม่ X Y Z คงจะนึกภาพไม่ออกกระมังว่า สถานการณ์ระส่ำระสายวุ่นวายอันเกิดจากน้ำมันขาดแคลนนั้น มันเป็นอย่างไร แต่มนุษย์ลุงป้าน้าอา เจอะเจอกันมาแล้วหลายครั้งนะ

โลกมันก็เป็นแบบนี้!!

เปิดทีวี ฟังวิทยุ หรือคลิกเข้าไปในโลกโซเชียล รู้สึกแบบมนุษย์ป้า!! ไหมคะว่า โลกทุกวันนี้เต็มไปด้วยข่าวสารที่ดูเหมือนจะหนักหน่วงขึ้นทุกวัน วุ่นวายปั่นป่วนเกินกว่าจะรับไหว ใจรู้สึกเบื่อหน่าย เหนื่อยล้า และกังวลอย่างบอกไม่ถูก และบางคนคงถึงขั้นอยากจะตะโกนบอกว่า “โลกทุกวันนี้มันช่างไม่น่าอยู่เอาเสียเลย”

เรื่องเล่าที่งดงาม "ลุงแฟรงก์กับสมาร์ทโฟน"

“ผมชื่อแฟรงก์ อายุ 73 ปี ปีที่แล้วลูกสาวซื้อสมาร์ทโฟนให้เป็นของขวัญคริสต์มาส บอกให้เลิกใช้โทรศัพท์ฝาพับเสียที” ผมไม่ได้อยากได้มัน ใช้แค่โทร.ออกเหมือนเครื่องเก่า จนวันหนึ่งเผลอเปิดแอปชุมชนชื่อ Nextdoor และเกือบลบทิ้ง กระทั่งเห็นโพสต์หนึ่งถามว่า “มีใครรู้วิธีปะถุงเท้าไหมคะ? ถุงเท้าคุณปู่จากสงครามโลกครั้งที่สองกำลังเป็นรู แต่ฉันอยากเก็บมันไว้”