ยกระดับคุมเข้มลดอุบัติเหตุ

เก็บตกช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2565 แน่นอนว่าจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่ผ่านมาเป็นเวลาเกือบ 3 ปี ได้มีมาตรการคุมเข้มในเรื่องของการเดินทาง ทำให้ช่วงเทศกาลต่างๆ ที่ผ่านมาไม่สามารถจัดกิจกรรมหรือเดินข้ามจังหวัดได้ แน่นอนว่าเมื่อสถานการณ์คลี่คลายลง มาตรการต่างๆ ก็ปรับลดลงด้วยเช่นกัน ดังนั้นในปัจจุบันช่วงเทศกาลสงกรานต์พบว่าประชาชนเดินทางออกต่างจังหวัดกันอย่างหนาแน่น 

ศูนย์ปลอดภัยคมนาคม (ศปภ. คค.) ได้รายงานสรุปสถิติอุบัติเหตุบนโครงข่ายถนนคมนาคมในการเดินทางช่วงเทศกาลสงกรานต์ ระหว่างวันที่ 11-16 เม.ย.2565 (สะสม 6 วัน) โดยประมวลผลข้อมูล ณ วันที่ 17 เม.ย.2565 พบว่ามีการเกิดอุบัติเหตุจำนวน 1,049 ครั้ง (ลดลงจากปีก่อน 17.08%) มีผู้เสียชีวิต 163 ราย (เพิ่มขึ้นจากปีก่อน  3.82%) และมีผู้บาดเจ็บ 1,084 คน (ลดลงจากปีก่อน 14.38%)

จากข้อมูลสามารถสรุปจำแนกรายมิติต่างๆ ได้ ดังนี้ 1.สาเหตุที่สันนิษฐานทำให้เกิดเหตุสูงสุด คือ ขับรถเร็วเกินอัตรากำหนด 681 ครั้ง คิดเป็น 64.92% 2.ยานพาหนะสูงสุด คือ รถจักรยานยนต์ 509 ครั้ง คิดเป็น 48.52% 3.บริเวณที่เกิดเหตุสูงสุด คือ ทางตรง 726 ครั้ง คิดเป็น 69.21% 4.จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด คือ นครราชสีมา (7 คน) 5.จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุด คือ เชียงใหม่ (53 คน) 

และ 6.จังหวัดที่เกิดเหตุสูงสุด คือ ชลบุรี (57 ครั้ง) 7.อุบัติเหตุบนโครงข่ายทางรถไฟ วันที่ 12 เม.ย.2565 เหตุชนคนเดินเท้าเสียชีวิต 1 ราย (จังหวัดกรุงเทพมหานคร) ชนยานพาหนะอื่นๆ เสียชีวิต 2 ราย (จังหวัดกรุงเทพมหานคร) พบว่าในวันที่ 13 เม.ย.2565 มีผู้โดยสารพลัดตกรถไฟบาดเจ็บ 1 คน (จังหวัดสุราษฎร์ธานี) ชนคนเดินเท้าเสียชีวิต 1 ราย (จังหวัดสระบุรี) อื่นๆ (คนร้ายขว้างปาขบวนรถด้วยก้อนหิน) ไม่มีผู้บาดเจ็บ ไม่มีผู้เสียชีวิต 8.จำนวนรถเดินทางเข้า-ออก กทม.ประมาณ 12,886,448 คัน เพิ่มขึ้น 13.66% จากช่วงเวลาเดียวกันเทศกาลสงกรานต์ 2564    

ขณะที่ข้อมูลการเดินทางในช่วงเทศกาลสงกรานต์ของบริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) ช่วงวันที่ 11-18 เมษายน 2565 (เที่ยวไป-กลับ) พบว่ามีประชาชนใช้บริการรถโดยสารของ บขส.และรถร่วมบริการเดินทางเข้า-ออกกรุงเทพฯ รวม 460,907 คน ใช้รถโดยสาร (รถ บขส., รถร่วม, รถตู้) จำนวน 42,624 เที่ยว โดยแบ่งเป็นการเดินทางเที่ยวไป จำนวน 20,727 เที่ยว มีผู้โดยสารเดินทาง 224,148 คน และการเดินทางเที่ยวกลับเข้ากรุงเทพฯ จำนวน 21,897 เที่ยว มีผู้โดยสารเดินทาง 236,759 คน 

ด้านนายจิรุตม์ วิศาลจิตร อธิบดีกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ได้ให้ข้อมูลถึงผลดำเนินการตามมาตรการอำนวยความสะดวกและปลอดภัยช่วงเทศกาลสงกรานต์ ตลอดระยะเวลา 7 วันของการเดินทาง ระหว่างวันที่ 11-17 เม.ย.65 ได้ยกระดับความเข้มข้นในการตรวจความพร้อมรถโดยสารสาธารณะทุกคัน พนักงานขับรถทุกคน ณ จุดตรวจ Checking Point, Rest Area และสถานีขนส่งผู้โดยสารและจุดจอด รวม 205 แห่งทั่วประเทศ 

จะเห็นได้ว่าก่อนหน้านี้มีข่าวรถสาธารณะพุ่งชนตอม่อเสาสะพานต่างระดับถนนมิตรภาพที่จังหวัดสระบุรี ทำให้มีผู้บาดเจ็บจำนวนมาก และเสียชีวิตถึง 8 ราย ในเวลาต่อมาพนักงานขับรถสารภาพว่าเป็นมือ 2 รับช่วงขับจากจังหวัดนครราชสีมา โดยมีการเสพสารเสพติดและเกิดวูบหลับ ขณะใช้ความเร็วที่ 89 กิโลเมตรต่อชั่วโมง จากการณีการเกิดอบุติเหตุดังกล่าว กรมการขนส่งฯ ได้มีการกำชับเจ้าหน้าที่ควบคุม กำกับ ดูแลความปลอดภัยของรถโดยสารสาธารณะพร้อมอุปกรณ์ส่วนควบให้มีความพร้อมในการให้บริการ 

ดังนั้นเพื่อไม่ให้เกิดเหตุซ้ำรอยเดิม อธิบดีกรมการขนส่งทางบกจึงได้เน้นย้ำพร้อมกำชับไม่ว่าจะเป็นพนักงานขับรถและพนักงานประจำรถ ให้มีความพร้อมในการปฏิบัติงานตลอดเวลา การปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มข้น ควบคู่กับการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด ดังนั้นจึงส่งผลให้ผลการดำเนินมาตรการของกรมการขนส่งทางบกตลอด 7 วันที่ผ่านมา ไม่มีอุบัติเหตุในระบบการขนส่งสาธารณะที่ทำให้ผู้โดยสารที่มากับรถโดยสาธารณะเสียชีวิตหรือบาดเจ็บตลอดช่วงรณรงค์เข้มข้น

ซึ่งจะเห็นได้ว่าจากตัวเลขอุบัติเหตุที่ลดลงนั้น ส่วนหนึ่งเป็นเพราะนโยบายและความร่วมมือของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ช่วยกันดูแลป้องกันเพื่อไม่ให้เกิดอุบัติในระหว่างเดินทางในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ส่งผลให้ประชาชนเดินทางกลับภูมิลำเนาได้อย่างสะดวก ขณะเดียวกันทุกหน่วยงานได้เน้นย้ำเรื่องการดูแลความพร้อมของรถโดยสาร และพนักงานขับรถให้พร้อมบริการ ตามข้อสั่งการของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม ทำให้ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ไม่พบปัญหารถโดยสารเกิดอุบัติเหตุรุนแรง พนักงานขับรถทุกรายมีความพร้อมให้บริการ และไม่พบแอลกอฮอล์หรือสารเสพติดในร่างกายแต่อย่างใด. 

กัลยา ยืนยง

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ถอดบทเรียนแบรนด์ดังดันยอดขายด้วยData

ในยุคที่ “ข้อมูลลูกค้า” คือหัวใจในการเอาชนะความท้าทายที่ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มไทยต้องเผชิญ ทั้งพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว ต้นทุนที่สูงขึ้น และการแข่งขันที่เข้มข้น

จับตา'ส่งออกไทย’อ่วมพิษสงคราม

ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง นับเป็นปัจจัยเชิงภูมิรัฐศาสตร์ที่มีบทบาทสำคัญต่อเสถียรภาพของเศรษฐกิจโลก เนื่องจากภูมิภาคดังกล่าวเป็นแหล่งผลิตพลังงานหลักและเป็นจุดเชื่อมโยงของเส้นทางการค้าระหว่างประเทศ ความขัดแย้งทางการเมืองและความไม่มั่นคงด้านความปลอดภัยส่งผลให้เกิดความผันผวนของราคาน้ำมันดิบ อัตราแลกเปลี่ยน และต้นทุนโลจิสติกส์ระหว่างประเทศ ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญที่กำหนดทิศทางของการค้าโลก และการเคลื่อนย้ายสินค้าในระบบเศรษฐกิจระหว่างประเทศ

แปลงเกษตรสู่ฐานชีวภาพ

ในยุคที่โลกกำลังเผชิญกับความท้าทายด้านความมั่นคงทางอาหารและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิภูมิอากาศ “เกษตรกรรมแบบดั้งเดิม” กำลังถูกเขย่าด้วยกระแสเทคโนโลยีดิสรัปชัน ประเทศไทยในฐานะอู่ข้าวอู่น้ำของโลกจึงไม่อาจหยุดนิ่งอยู่กับเพียงการส่งออกวัตถุดิบขั้นต้น แต่กำลังเร่งสปีดสู่การเป็น “อุตสาหกรรมฐานชีวภาพ” (Bio-based Industry) ที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงสร้างมูลค่าเพิ่มมหาศาล

สงกรานต์ส่อแววหงอย

เมื่อเริ่มเข้าสู่เดือนเมษายนของทุกปี บรรยากาศแห่งความสุขและการรอคอยก็เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง กับเทศกาล “สงกรานต์” หรือ วันปีใหม่ไทย ถือเป็นช่วงเวลาของวันพักผ่อนหยุดยาวที่หลายคนเฝ้ารอ

ท่องเที่ยวกับการปรับเกมรับวิกฤต

เริ่มต้นเพียงไตรมาสแรกของปี 2569 ก็ดูเหมือนจะมีวิกฤตให้รับมือกันหลายอย่าง โดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยวที่มักจะมีผลกระทบจากสภาพเศรษฐกิจอยู่ตลอดจากสถานการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น

เศรษฐกิจไทยปีม้าส่อหลุดต่ำ 2%

ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จากความขัดแย้งระหว่างสหรัฐและอิหร่าน หลังสหรัฐและอิสราเอลโจมตีโครงสร้างพื้นฐานทางทหารและกลุ่มผู้นำของอิหร่าน ส่งผลให้อิหร่านตอบโต้ด้วยการยิงขีปนาวุธและโดรนโจมตีเป้าหมายหลายแห่งในภูมิภาค ทำให้เกิดความเสี่ยงที่ความขัดแย้งในระดับภูมิภาคจะขยายวงมากขึ้น