ภาพยนตร์อินเดีย "Mafia Queen of Mumbai” หรือคังคุไบ ..ไม่ได้ดูก็ต้องรู้ได้ว่า ฮอตฮิตติดทุกห้องไลน์และในเฟซบุ๊ก เพราะลูกเล็กเด็กแดง คนใหญ่ คนโต คนดัง แม่ค้า ดารา นักร้องนักแสดง คนเดินดินกินข้าวแกง มีการคัฟเวอร์ หรือเลียนแบบทั้งการแต่งกายและการวางท่า โพสต์รูปกันอย่างคึกคัก
ไม่ต้องหาคำตอบหรอกว่า ..มันเป็นอย่างนี้ได้อย่างไร แต่ที่ต้องตั้งคำถามก็คือ มีบางรายแสดงความเห็นในโซเชียลมีเดียว่า อยากเป็นอย่างคังคุไบบ้าง?!?
เป็นแบบนาง!! คือเป็นแบบไหน ...อันนี้สำคัญที่สุดนะคะ
เพราะเนื้อหาสาระของหนังนั้นสะท้อนวิถีชีวิตผู้หญิงอินเดีย อาชีพให้บริการ ที่ต่อสู้กับการถูกผู้คนในสังคมดูถูกดูแคลนเหยียดหยามในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของพวกเธอ
หากเลือกเป็นคังคุไบ ที่ไม่ท้อแท้ต่อชะตากรรมชีวิตที่ต้องตกนรกทั้งเป็น แต่พยายามต่อสู้เพื่อรักษาสิทธิและเสรีภาพในความเป็นมนุษย์ของเธอล่ะก็ ..อันนี้โอเคค่ะ
แต่คิดจะลองเดินเข้าไปสู่ประตูกามารมณ์ แล้วหวังว่าจะพลิกชีวิตของตัวเองให้ฟื้นขึ้นมาเป็นราชินีบนถนนคนบาปล่ะก็ มองโลกสวยเกินไปแล้วล่ะ เพราะยุคดิจิทัลนี้ รับรองว่าอดีตที่ไม่โสภาจะถูกสแกนนำมาถล่มในโลกโซเชียลเสียจนไม่ได้ผุดไม่ได้เกิดแน่นอน
เชื่อว่า ถ้าคังคุไบมีตัวตนจริง และยังมีชีวิตอยู่ล่ะก็ นางคงไม่ปรารถนาที่จะเป็น "ไอดอล" ของใคร หรืออยากจะเห็นเด็กผู้หญิงคนไหนเลยที่จะต้องตกเป็น "เหยื่อ" ของความโลภ และความโหดร้ายปราศจากมโนธรรมสำนึกของคนข้างตัว ที่ผลักให้เธอเข้าไปสู่โลกมืด จนเป็นเหตุให้เธอต้องพยายามสร้างโลกใบใหม่หรืออย่างน้อยที่สุดก็ปกป้องพื้นที่ของเธอให้ปลอดภัยที่สุด
ฉะนั้น อินกับหนังก็อินไปเถอะนะ เพราะนางเอกสวย ภาพงาม เนื้อหาได้ใจ แต่อย่าเอามาวาดฝันว่าโลกแบบนี้มีอยู่จริง..ตื่นๆๆๆ.
"ป้าเอง"
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
มาขยับร่างกายกันดีกว่า
โลกใบนี้หนอ?!? นึกๆ ไปมันก็แปลก คนที่ยังขยับได้ กลับไม่ค่อยยอมขยับ นั่งจ่อมอยู่บนเก้าอี้ บ้างก็นั่งๆ นอนๆ อยู่บนเตียง ไถมือถือ ดูทีวี ฟังวิทยุ อ่านหนังสือ ส่วนคนที่ขยับไม่ได้ ประมาณว่า ป่วยติดเตียง หรือว่าเดี้ยงโดยเหตุผลอันใดก็ตาม ก็อยากจะขยับขาขึ้นมาเดินเหลือเกิน
มนุษย์หนอ...ในยามวิกฤต
เมื่อสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางปะทุขึ้นอีกระลอก ผลกระทบไม่ได้จำกัดอยู่เพียงพื้นที่สงคราม แต่ลุกลามมาถึงเศรษฐกิจโลก รวมถึงประเทศไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะต้นทุนพลังงานและราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลต่อราคาสินค้าอุปโภคบริโภคแทบทุกชนิด
กตัญญู..มองผ่านซีรีส์
ในยุคที่ทุกคนก้มหน้าจอโทรศัพท์ จีนได้ใช้มินิซีรีส์แนวตั้ง หรือ “ดรามาสั้นแนวตั้ง” ความยาวตอนละ 1-2 นาที เป็นอาวุธลับในการฟื้นฟูค่านิยมกตัญญู อย่างเป็นระบบ
น้ำมันแพง..ได้เวลาดับไฟ?!?
ลูกหลานเจนใหม่ X Y Z คงจะนึกภาพไม่ออกกระมังว่า สถานการณ์ระส่ำระสายวุ่นวายอันเกิดจากน้ำมันขาดแคลนนั้น มันเป็นอย่างไร แต่มนุษย์ลุงป้าน้าอา เจอะเจอกันมาแล้วหลายครั้งนะ
โลกมันก็เป็นแบบนี้!!
เปิดทีวี ฟังวิทยุ หรือคลิกเข้าไปในโลกโซเชียล รู้สึกแบบมนุษย์ป้า!! ไหมคะว่า โลกทุกวันนี้เต็มไปด้วยข่าวสารที่ดูเหมือนจะหนักหน่วงขึ้นทุกวัน วุ่นวายปั่นป่วนเกินกว่าจะรับไหว ใจรู้สึกเบื่อหน่าย เหนื่อยล้า และกังวลอย่างบอกไม่ถูก และบางคนคงถึงขั้นอยากจะตะโกนบอกว่า “โลกทุกวันนี้มันช่างไม่น่าอยู่เอาเสียเลย”
เรื่องเล่าที่งดงาม "ลุงแฟรงก์กับสมาร์ทโฟน"
“ผมชื่อแฟรงก์ อายุ 73 ปี ปีที่แล้วลูกสาวซื้อสมาร์ทโฟนให้เป็นของขวัญคริสต์มาส บอกให้เลิกใช้โทรศัพท์ฝาพับเสียที” ผมไม่ได้อยากได้มัน ใช้แค่โทร.ออกเหมือนเครื่องเก่า จนวันหนึ่งเผลอเปิดแอปชุมชนชื่อ Nextdoor และเกือบลบทิ้ง กระทั่งเห็นโพสต์หนึ่งถามว่า “มีใครรู้วิธีปะถุงเท้าไหมคะ? ถุงเท้าคุณปู่จากสงครามโลกครั้งที่สองกำลังเป็นรู แต่ฉันอยากเก็บมันไว้”


