
แน่นอนว่า ความผันผวนของเศรษฐกิจในปัจจุบันนี้เป็นเรื่องฉุดรั้งการทำงานและการดำเนินธุรกิจของผู้ประกอบการทั้งใหม่และเก่าพอสมควร เนื่องจากผลกระทบที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมาถือได้ว่าเป็นเรื่องที่ไม่สามารถควบคุมได้เลย และยังสร้างผลเสียให้กับทุกกระบวนการ ทำให้ผู้ประกอบการหลายรายได้รับความเสียหายกับตัวธุรกิจโดยตรงจนไม่สามารถจะเดินหน้าต่อไปได้ ขณะที่ผู้ประกอบการหน้าใหม่ก็ยังต้องลุ้นต่อไป ซึ่งถือเป็นความเสี่ยงในการลงทุน หากทำไปแล้วแต่ดันเกิดผลกระทบที่เป็นปัจจัยภายนอกเพิ่มขึ้นอีกอาจจะเป็นเรื่องที่ใหญ่พอสมควร
แต่ก็ใช่ว่าการลงทุนในปัจจุบันจะไม่ใช่ผลดี เพราะมีหลายรายที่ประสบความสำเร็จจากช่วงที่เกิดวิกฤตรอบนี้ได้เช่นกัน ตัวเลือกในการดำเนินงานมีมากมายในตลาด แต่จะทำอย่างไรให้เลือกแล้วถูกต้อง เลือกแล้วประสบความสำเร็จ หรือเกิดข้อผิดพลาดให้น้อยที่สุด ในด้านการผลิตเองมีเอกชนหลายรายที่ผ่านมาเกิดความสูญเสียและจำเป็นจะต้องถอนตัวเองออกไปจากภาคการผลิต แต่ในขณะเดียวกันก็มีอีกหนึ่งทางเลือกที่กำลังได้รับความนิยมและเติบโตอย่างต่อเนื่อง นั่นก็คือธุรกิจรับจ้างผลิต หรือ โออีเอ็ม ที่ปัจจุบันเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือที่ผู้ประกอบการหลายรายเลือกใช้
จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น บริษัท โรงงานเภสัชอุตสาหกรรม เจเอสพี (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ JP ซึ่งได้มองเห็นถึงปัญหาและช่องทางที่จะเดินหน้าธุรกิจรับจ้างผลิตให้สามารถตอบสนองกับความต้องการของตลาดได้นั้น จึงดำเนินโครงการ ‘Z entrepreneur by JP’ ซึ่งเป็นโครงการที่ผลักดันให้คนรุ่นใหม่ที่ต้องการสร้างแบรนด์ผลิตภัณฑ์ของตัวเอง เช่น สินค้าด้านผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร สินค้าโอทอป และสมุนไพรต่างๆ ที่ต้องการโรงงานผลิตที่ได้มาตรฐาน GMP ได้มาตรฐานส่งออก แต่ไม่มีเงินลงทุนในการซื้อเครื่องจักร
ให้สามารถเข้ามาปรึกษากับ JP เพื่อสร้างสินค้าที่ได้มาตรฐาน ซึ่งในโครงการนี้ JP ได้เป็นพี่เลี้ยงในการวิเคราะห์ธุรกิจ การทำแผนธุรกิจ ด้านการวิจัยและพัฒนา รวมถึงยังให้คำปรึกษาด้านบรรจุภัณฑ์ และการขออนุญาตขึ้นทะเบียน อย. โดยโครงการนี้ได้เริ่มต้นขึ้นจากการระบาดของโรคโควิด-19 ทำให้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารได้รับความสนใจจากทั่วโลก จึงมีคนรุ่นใหม่เกิดความต้องการที่จะเข้ามาเป็นผู้ประกอบการในธุรกิจเหล่านี้ แต่ก็ยังมีข้อจำกัดที่ยังขาดความรู้ และขาดคำแนะนำที่จะช่วยให้ประสบความสำเร็จได้จริง
นอกจากนี้ ในช่วงเกิดวิกฤต ด้วยการทำให้ภาคธุรกิจในหลายอุตสาหกรรม รวมทั้งอุตสาหกรรมเกี่ยวกับโรงงานผลิตยาและผลิตภัณฑ์เสริมอาหารได้รับผลกระทบจากกำลังซื้อที่ลดลง ส่งผลให้ภาคผู้ผลิตที่เป็นโรงงานขนาดเล็กมีความเสี่ยงต้องปิดกิจการชั่วคราว หรือปิดโดยไม่มีกำหนด เกิดการรวมกลุ่มใช้ทรัพยากรร่วมกัน ด้วยการเปิดบริการรับจ้างผลิตสินค้าให้กับโรงงานขนาดเล็ก เพื่อให้โรงงานขนาดเล็กไม่ต้องปิดกิจการ สามารถรับคำสั่งซื้อจากลูกค้าได้ตามปกติ แต่ไม่ต้องแบกรับต้นทุนด้วยการดำเนินการผลิตเอง เพราะหากคำสั่งซื้อมีปริมาณไม่มากพออาจจะไม่คุ้มทุนกับการผลิตเอง และเสี่ยงต่อการปิดกิจการในที่สุด
ขณะที่มุมมองของผู้เข้าร่วมโครงการอย่างบริษัท มาโว่ เฮลธ์ จำกัด (MAWO) โดย ณัฐณิชา ดอนสุวรรณ กรรมการผู้จัดการ กล่าวว่า ปัญหาของผู้ประกอบการรายเล็กคือ การมีต้นทุนจำกัดในการลงทุนเครื่องจักรที่ได้มาตรฐานระดับสากล การเข้ามาร่วมโครงการกับ JP จึงทำให้ธุรกิจสามารถเป็นจริงได้ง่ายขึ้น โดยใช้เงินลงทุนไม่มาก อีกทั้งได้รับคำแนะนำ และผ่านการอบรมทั้งด้านงานขาย การเข้าถึงสื่อออนไลน์ การวิเคราะห์ธุรกิจ เป็นต้น
แน่นอนว่า MAWO เป็นหนึ่งในผู้ประกอบการรุ่นใหม่ที่ JP ให้การสนับสนุนจนสามารถสร้างผลิตภัณฑ์เกิดขึ้นได้จริง จึงเป็นตัวอย่างของผู้ที่ต้องการสร้างแบรนด์อาหารเสริมของตัวเอง โดยที่ใช้เงินลงทุนไม่มาก แต่สามารถสร้างสินค้าที่ได้มาตรฐาน และสามารถส่งออกไปยังต่างประเทศได้ ซึ่งมองว่าการสนับสนุนผู้ประกอบการรุ่นใหม่ให้ขึ้นมาแข่งขันในตลาดนั้นถือเป็นเรื่องที่ดี
และเชื่อว่า การเลือกใช้บริการธุรกิจโออีเอ็มท่ามกลางสถานการณ์ที่ผันผวนแบบนี้น่าจะเป็นทางเลือกที่ดี เพราะทุกอย่างจะสามารถควบคุมได้ ไม่จำเป็นต้องใช้เงินลงทุนเยอะแต่สามารถต่อยอดและขยายกำลังการผลิตได้ง่าย รวมถึงมีต้นทุนและวัตถุดิบให้เลือกหลากหลาย น่าจะเป็นหนึ่งในเครื่องมือของผู้ประกอบการที่ต้องการจะพัฒนาธุรกิจในยุคนี้ได้อย่างดีเยี่ยม.
ณัฐวัฒน์ หาญกล้า
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ถอดบทเรียนแบรนด์ดังดันยอดขายด้วยData
ในยุคที่ “ข้อมูลลูกค้า” คือหัวใจในการเอาชนะความท้าทายที่ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มไทยต้องเผชิญ ทั้งพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว ต้นทุนที่สูงขึ้น และการแข่งขันที่เข้มข้น
จับตา'ส่งออกไทย’อ่วมพิษสงคราม
ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง นับเป็นปัจจัยเชิงภูมิรัฐศาสตร์ที่มีบทบาทสำคัญต่อเสถียรภาพของเศรษฐกิจโลก เนื่องจากภูมิภาคดังกล่าวเป็นแหล่งผลิตพลังงานหลักและเป็นจุดเชื่อมโยงของเส้นทางการค้าระหว่างประเทศ ความขัดแย้งทางการเมืองและความไม่มั่นคงด้านความปลอดภัยส่งผลให้เกิดความผันผวนของราคาน้ำมันดิบ อัตราแลกเปลี่ยน และต้นทุนโลจิสติกส์ระหว่างประเทศ ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญที่กำหนดทิศทางของการค้าโลก และการเคลื่อนย้ายสินค้าในระบบเศรษฐกิจระหว่างประเทศ
แปลงเกษตรสู่ฐานชีวภาพ
ในยุคที่โลกกำลังเผชิญกับความท้าทายด้านความมั่นคงทางอาหารและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิภูมิอากาศ “เกษตรกรรมแบบดั้งเดิม” กำลังถูกเขย่าด้วยกระแสเทคโนโลยีดิสรัปชัน ประเทศไทยในฐานะอู่ข้าวอู่น้ำของโลกจึงไม่อาจหยุดนิ่งอยู่กับเพียงการส่งออกวัตถุดิบขั้นต้น แต่กำลังเร่งสปีดสู่การเป็น “อุตสาหกรรมฐานชีวภาพ” (Bio-based Industry) ที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงสร้างมูลค่าเพิ่มมหาศาล
สงกรานต์ส่อแววหงอย
เมื่อเริ่มเข้าสู่เดือนเมษายนของทุกปี บรรยากาศแห่งความสุขและการรอคอยก็เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง กับเทศกาล “สงกรานต์” หรือ วันปีใหม่ไทย ถือเป็นช่วงเวลาของวันพักผ่อนหยุดยาวที่หลายคนเฝ้ารอ
ท่องเที่ยวกับการปรับเกมรับวิกฤต
เริ่มต้นเพียงไตรมาสแรกของปี 2569 ก็ดูเหมือนจะมีวิกฤตให้รับมือกันหลายอย่าง โดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยวที่มักจะมีผลกระทบจากสภาพเศรษฐกิจอยู่ตลอดจากสถานการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น
เศรษฐกิจไทยปีม้าส่อหลุดต่ำ 2%
ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จากความขัดแย้งระหว่างสหรัฐและอิหร่าน หลังสหรัฐและอิสราเอลโจมตีโครงสร้างพื้นฐานทางทหารและกลุ่มผู้นำของอิหร่าน ส่งผลให้อิหร่านตอบโต้ด้วยการยิงขีปนาวุธและโดรนโจมตีเป้าหมายหลายแห่งในภูมิภาค ทำให้เกิดความเสี่ยงที่ความขัดแย้งในระดับภูมิภาคจะขยายวงมากขึ้น

