
“เปรียบตัวเองเป็นดอกบัว..
แม้เกิดจากโคลนตม แต่ก็สวยสง่า เมื่อโผล่พ้นผิวน้ำ อย่ายึดมั่นว่าเราเกิดมาจากอะไร แต่จงยึดมั่นว่า เปลี่ยนแปลงชีวิตตัวเองได้”
เป็นคำตอบของ “แอนนา เสืองามเอี่ยม” ต่อคำถาม “ถ้าเปรียบตัวเองเป็นดอกไม้ จะเปรียบเหมือนดอกอะไร”
ซึ่งผมนั้นหลังไปร่วมส่งดวงวิญญาณ “เสี่ยแหบ” วิทยา ศุภพรโอภาส สู่สรวงสวรรค์แล้ว คุณเป็ด เชิญยิ้ม ก็ได้ชวนไปนั่งกินที่ร้านอาหาร “อบอร่อย” ถนนเกษตร-นวมินทร์อยู่หลายชั่วโมง
กลับเข้าบ้านอาบน้ำอาบท่าเสร็จ เปิดดูทีวี จ๊ะเอ๋เอากับการประกวด “มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2022” ช่วงรอบ 15 คนเข้าพอดี และก็พอดีกับที่ “แอนนา เสืองามเอี่ยม” MUT 19 ตอบคำถามนี้
ได้ยินแล้วก็ให้รู้สึกกินใจอยู่ไม่น้อย พร้อมๆ กับสะดุดตาในความสวยทั้งรูปร่าง-หน้าตาของเธอ แต่ด้วยระยะหลังๆ ไม่ได้สนใจ-ติดตามการประกวดเวทีนางงามสักเท่าไหร่ จึงเลยไม่ได้ดูจนจบ!
แต่เมื่อมาพบข่าวเช้ารุ่งขึ้นว่า “แอนนา เสืองามเอี่ยม” เป็นผู้คว้ามงกุฎ “มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2022 (Miss Universe Thailand 2022)” ไปครอง
ก็..ให้ดีใจและยินดีกับเธอ ยิ่งได้อ่าน-ได้รู้ประวัติ..แอนนาเป็นคนที่เติบโตมาจากกองขยะ เพราะคุณพ่อและแม่ทำงานเป็นพนักงานเก็บขยะของกรุงเทพมหานคร
และมีทวดที่เป็นแม่ชีที่คอยเลี้ยงดู พ่อและแม่ในช่วงที่ทำงานหนัก เธอจึงเติบโตมาจากข้าวก้นบาตรพระ และยึดนำหลักศาสนาพุทธมาเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิต ด้วยแล้ว
ยิ่งจะยินดี-ดีใจกับเธอขึ้นมาอีกเป็นกอง และจะยินดี-ดีใจเป็นทวี หาก “แอนนา เสืองามเอี่ยม” ไปคว้า “มงกุฎนางงามจักรวาล” มาได้ในปลายปีนี้!
ครับ..ยินดี-ดีใจกับมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์คนใหม่แล้ว ผมก็เห็นจะขออนุญาตที่จะแสดงความยินดี-ดีใจกับหนังไทยเรื่อง “บุพเพสันนิวาส ๒” ต่อเสียตรงนี้..
ที่หนังสามารถโกยรายได้ในการเปิดฉายวันแรกทั่วประเทศไปถึง 51.19 ล้านบาท!
อย่างงี้ไม่ต้องคาดเดา..รายได้ 300 ล้านต้องมีเข้ากระเป๋าจีดีเอชกับบรอดคาสท์แน่ ส่วนจะไต่ไปถึงระดับ 500 ล้านไหม ก็คอยตามดู-ตามลุ้นและเป็นกำลังใจกันต่อไป
นี่..ถ้าไม่ติดโควิด-โคแวด พวกผม-นักข่าวสายบันเทิงก็จะได้ไปร่วมงานเลี้ยงฉลองรายได้กันไปแล้ว ซึ่งนานโขที่ไม่ได้สัมผัสกับบรรยากาศนี้
หรือถ้าจีดีเอชกับบรอดคาสท์จะรื้อฟื้นขึ้นมาประเดิมก็น่าจะดีอยู่ อย่างน้อยก็ช่วยปลุกเร้าอารมณ์คนทำหนังไทยให้กลับมาคึกคักกระปรี้กระเปร่าขึ้นได้บ้างไม่มากก็น้อย..
ดีกว่าต่างคน-ต่างค่าย ต่างซึมหงอยอย่างที่เป็นอยู่ในห้วงเวลานี้!
เอ้า..เหลือใครให้ยินดี-ดีใจอีกล่ะ? งั้นยินดีกับคุณเทพ โพธิ์งาม ตลกในดวงใจของผมก็แล้วกัน เพราะข่าวว่าคุณชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. ไม่ได้ถือสาหาความกับเสียงบ่น-ด่าของแก
"ไม่เป็นไร ไม่มีอะไรเลย แล้วแต่คนมอง สไตล์การทำงานผมก็แบบนี้ ผมก็ออกกำลังกายมา วิ่งไปเรื่อย แล้วก็คนชอบ คนไม่ชอบก็ไม่เป็นอะไร
เราไม่ได้ไปเบียดบังเวลาราชการ เราเอาเวลานอกมาออกกำลังกายอยู่แล้ว" เห็นมั้ย เมื่อผู้ว่าฯ ไม่โกรธ คุณเทพก็ไม่มีศัตรูระดับผู้นำ
ส่วนที่คุณเทพให้สัมภาษณ์ต่อมา.. “ส่วนตัวไม่ได้เกลียดชังชัชชาติ กลับกันก็รักชัชชาติ และอยากให้ทำงานต่อไป แต่การทำงานกว่า 1 เดือนหลังรับตำแหน่ง
นายชัชชาติไม่มีผลงานที่สามารถช่วยแก้ปัญหาให้พี่น้องชาว กทม.ได้อย่างจริงจังและเป็นรูปธรรม สิ่งที่เห็นคือไลฟ์สดวิ่งไปตรงโน้นตรงนี้ และการฉายหนังกลางแปลง
ขณะที่ กทม.ต้องเผชิญปัญหาสารพัด โดยเฉพาะเรื่องปากท้องที่ต้องเร่งช่วยเหลือ อย่างนโยบาย ตลาดริมถนน ตนก็เห็นด้วย เพราะช่วยประชาชนที่หาเช้ากินค่ำได้มีที่ทำกิน
ยืนยันว่าสิ่งที่ออกมาวิจารณ์ เป็นเพียงการใช้สิทธิ์ตามระบอบประชาธิปไตย ไม่ได้มีการกล่าวหา หรือใส่ความใดๆ อันเกิดจากอคติ..”
ใครไม่เชื่อ..ผมเชื่อ!.
สันต์ สะตอแมน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
แว่วยินหมอดูทัก!
จะว่าเกิดไม่ทันก็คงไม่ใช่.. ผมหมายถึง นางกาญจนี วัลยะเสวี หรือ “ติ๊งต่าง” เจ้าของฉายาไฮโซสปอร์ตคลับและแกนนำกลุ่มแม่ยกพรรคประชาธิปัตย์น่ะ!
สุดแท้แต่กรรมเวร!
เดี๋ยวนะ.. คิดดีๆ อีกที..เงินตั้ง 1,300 ล้านบาทเชียวนา ที่ ครม.มีมติอนุมัติให้ กสทช.ดำเนินการซื้อลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2026 น่ะ!
นึกว่า.. ‘คนจริง’!
“ไปจำศีลมา 8 เดือน”! นี่..ตีความได้ว่า จากนี้ นายทักษิณ ชินวัตร ก็จะละศีล พร้อมที่จะออกมาลุยในยุทธจักรการเมืองอีกต่อไปสินะ และที่บอกกับนักข่าว.. “ตอนนี้จำอะไรไม่ได้แล้ว” นั้น..
แสบยิ่งกว่าซีม่า
ไม่ใช่แผนเปิดประเด็นสร้างกระแส! แต่..เป็นความจริงที่ทำให้เกิดการถกเถียง-วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง กรณี สส.พรรคประชาชน คุณไอซ์-รักชนก ศรีนอก โพสต์เมื่อวันก่อน..
ระวัง.. ‘หมาหัวเน่า’!
เนี่ย..เพิ่งจะได้เข้าใจ! ว่า.. “กองทุนสวัสดิการของอดีต สส.และ สว.” เป็นกองทุนที่สมาชิกรัฐสภาเป็นผู้พิจารณากฎหมายและออกระเบียบกันเอง
ชาวพะงัน..อย่ารำคาญ
ปัจจุบันไม่มีตำแหน่งแห่งหน.. แต่..คุณชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร อดีตผู้อำนวยการสำนักอุทยานแห่งชาติ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช..

