
มีคนมองกรณีการรวมทรูและดีแทคด้วยการมโนไปว่าจะก่อให้เกิดการผูกขาดบ้าง จะทำให้ราคาค่าบริการเพิ่มขึ้นบ้าง มีคนบางกลุ่มออกมาเรียกร้องให้ กสทช.ระงับการควบรวม อย่างไรก็ตามหากพิจารณาให้ดีแล้ว การควบรวมของทั้ง
สองบริษัทนี้เป็นไปตามครรลองของกฎหมาย และการมองผลที่ตามมาในเชิงลบนั้น ขอบอกว่าเป็นการมโนแบบไม่ดูข้อมูลที่เป็นข้อเท็จจริง และไม่ศึกษาความเป็นมาของการแข่งขันที่เกิดขึ้นมาโดยตลอด ที่ผ่านมาสังคมไม่เคยได้ยินเรื่องราวที่ผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือเขามีการรวมหัวกันฮั้วเพื่อผลประโยชน์ของผู้ประกอบการ ถ้าหากมีเรื่องแบบนี้อยู่จริงมีหรือจะไม่เป็นข่าว เรื่องราวที่เราได้ยินมีแต่การพัฒนาเทคโนโลยี การพัฒนาการบริการให้ดีขึ้น การจัด Promotion package ที่เป็นประโยชน์กับผู้บริโภคมากกว่า
ดังนั้นเมื่อมีการควบรวมทรูและดีแทคแล้วการแข่งขันก็ยังคงมีอยู่ และอาจจะเข้มข้นมากขึ้นกว่าเดิมด้วย เห็นได้จากตอนนี้ เอไอเอส ก็มีการส่งเสริมการขายเพื่อรักษาฐานลูกค้าแล้ว ในขณะเดียวกัน คนมองข้ามว่าผู้ให้บริการไม่ได้มีแค่ ทรู ดีแทค และเอไอเอสเท่านั้น ยังมีของบริษัทที่ควบรวมระหว่าง CAT และ TOT อีกด้วย ดังนั้นการแข่งขันก็จะยังคงมีต่อไป และน่าจะเข้มข้นขึ้นด้วย เป็นประโยชน์กับผู้บริโภค
เพื่อให้สังคมมีความเข้าใจกฎหมาย และประกาศการควบรวมกิจการ ภายใต้การดูแลของ กสทช.อย่างถูกต้อง สังคมควรรู้ว่าการควบรวมไม่ใช่เรื่องใหม่ของอุตสาหกรรมโทรคมนาคมไทย ที่ผ่านมาก็มีการควบรวมเกิดขึ้นเกือบ 10 ครั้งแล้ว ทุกครั้งที่เกิดขึ้นก็เป็นการแจ้งการควบรวมตามประกาศ กสทช. ปี 2561 การควบรวมไม่ได้เป็นกฎหมายใหม่แต่อย่างใด แต่เป็นประกาศที่ใช้มาแล้วในทุกกรณีที่ผ่านมา รวมถึงการควบรวมการสื่อสาร (CAT) และองค์การโทรศัพท์ (TOT) ในครั้งนั้นก็ทำได้เลยโดยไม่ต้องได้รับอนุญาตจาก กสทช. ดังนั้นการรวมกิจการระหว่างทรูและดีแทคที่เป็นการควบบริษัท (Amalgamation) จึงไม่น่าจะต้องขออนุญาตจาก กสทช. น่าจะดำเนินได้การตามประกาศ กสทช. ปี 2561
เมื่อ กสทช.รับทราบและเกรงว่าจะมีผลกระทบในเชิงลบกับผู้บริโภค กสทช.ก็สามารถกำหนดเงื่อนไขที่อยู่ในกรอบของกฎหมายมาป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับผู้บริโภค เรื่องที่กังวลกันมากก็คือ ราคาค่าบริการจะสูงขึ้น เรื่องนี้ถ้าหากใครติดตามการแข่งขันที่รุนแรงในอุตสาหกรรมโทรคมนาคมก็จะเห็นได้ว่าเป็นไปไม่ได้เลย เพราะ ประการแรก การแข่งขันที่รุนแรงอย่างที่เป็นอยู่ตอนนี้ สังคมก็จะเห็นว่าเป็นการแข่งขันด้านราคา (Price Competition) เห็นได้จากการจัด Promotion Package ของแต่ละค่ายนั้น ผู้บริโภคได้รับผลประโยชน์มากขึ้นเรื่อยๆ ประการที่สอง กสทช.มีกฎหมายและอำนาจในการกำหนดเพดานราคาอยู่แล้ว ดังนั้นการคาดคะเนว่าราคาจะสูงขึ้นจึงเป็นเรื่องของการมโน คิดกันไปเอง เป็นการตีตนก่อนไข้ สังคมจะไม่มีวันที่จะต้องเผชิญกับราคาค่าบริการที่เกินกรอบเพดานที่ กสทช.ควบคุม อย่าลืมว่าผู้ประกอบการทุกรายที่ได้รับอนุญาตให้ดำเนินกิจการโทรคมนาคมนั้นจะต้องเคารพกฎระเบียบของ กสทช.อย่างเคร่งครัด ที่ผ่านมา กสทช.ก็ควบคุมเพดานราคาได้ดีจนประเทศไทยมีราคาค่าบริการด้านโทรคมนาคมถูกเป็นอันดับต้นๆ ของโลก ดังนั้นสังคมจึงไม่ต้องกังวลเรื่องราคาจะสูงขึ้น และเรื่องผูกขาดก็เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ เพราะยังมีผู้ให้บริการมากกว่า 1 ราย และการแข่งขันหลังจากที่มีการควบรวมของทรูและดีแทคแล้วจะต้องเข้มข้นขึ้น และการแข่งขันที่เข้มข้นขึ้นย่อมเป็นประโยชน์สำหรับผู้บริโภค เพราะการบริการจะต้องดีขึ้น ราคาจะมีการแข่งขันกันมากขึ้น Promotion Package จะต้องดีขึ้น
แทนที่เราจะมโนผลลัพธ์ในเชิงลบที่จะเกิดขึ้นแบบไม่อยู่บนพื้นฐานของข้อมูลที่เป็นความจริง เราลองมามองผลประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นจากการควบรวมน่าจะดีกว่า
- การควบรวมคือก่อให้เกิดการใช้ทรัพยากรร่วมกัน (Shared Resources)
- การควบรวมทำให้มีงบประมาณในการลงทุนเพื่อการพัฒนามากขึ้น
- การควบรวมทำให้มีการใช้เทคโนโลยีร่วมกัน (Shared Technology)
- การควบรวมทำให้ใช้ภูมิปัญญาร่วมกัน (Shared Know-how)
- การควบรวมกระตุ้นการแข่งขันจากผู้ให้บริการเข้มข้นขึ้น เป็นประโยชน์กับผู้บริโภค
- การควบรวมระหว่างบริษัทของไทยกับบริษัทชั้นนำของยุโรป ทำให้สามารถเพิ่มศักยภาพของบริษัทหลังการควบรวมด้านการแข่งขันในเวทีโลก
- การควบรวมเป็นการสร้างโอกาสของการพัฒนานวัตกรรมร่วมกันของ 2 บริษัทชั้นนำของประเทศไทย และบริษัทชั้นนำของยุโรป
- การควบรวมทำให้บริษัทที่เกิดขึ้นจากการควบรวมมีศักยภาพในการแข่งขันในประเทศดีขึ้น ทำให้การแข่งขันระหว่างผู้ดำเนินกิจการที่เป็น Brand Leader กับบริษัทที่เกิดจากการควบรวมจะมีการพัฒนาทั้งด้านเทคโนโลยี ด้านการบริการและด้านราคา ที่ล้วนแล้วจะเป็นผลประโยชน์ของผู้บริโภค
การแสดงความกังวลเรื่องการผูกขาดและเรื่องราคาที่จะสูงขึ้นนั้น เป็นเรื่องของการจินตนาการเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในวันข้างหน้าแบบไม่มีฐานข้อมูลรองรับความกังวล และเป็นการจินตนาการที่มองไม่ครบมิติ เป็นการมองด้วยรูปแบบทางด้านเศรษฐศาสตร์ที่มีแต่ตัวเลข เป็นการพิจารณาด้วยสมองด้านซ้ายที่เป็นเรื่องเหตุผล ไม่ใช้สมองด้านขวาที่เป็นเรื่องของอารมณ์ ผู้ประกอบการตระหนักดีเรื่องธรรมาภิบาล ดังนั้นพวกเขาไม่มีวันที่จะทำเรื่องที่ผิดหลักธรรมาภิบาลให้ถูกสังคมต่อต้านและไม่สนับสนุนธุรกิจ ผู้เล่นในกรณีนี้ไม่ได้มีเพียงทรูและดีแทคที่เป็นสองบริษัทที่จะควบรวมกิจการกัน ยังมี กสทช.ที่เป็นผู้กำกับการดำเนินกิจการ ยังมีบริษัทอื่นในอุตสาหกรรมโทรคมนาคมที่จะต้องแข่งขันเข้มข้นขึ้น ยังมีผู้บริโภคที่จะต้องมีกระบวนการตัดสินใจในการเลือกใช้บริการ ด้วยเหตุนี้ สังคมน่าจะสนับสนุนการควบรวมของสองบริษัทนี้ และมองไปที่ผลลัพธ์ที่ดีงามสำหรับผู้บริโภค ผู้ใช้บริการ อย่าให้อคติที่มองธุรกิจระดับใหญ่ในแง่ลบมาสร้างความรู้สึกต่อต้าน ในยุคปัจจุบันนี้ธุรกิจทั้งหลายถูกตรวจสอบโดยขบวนการของผู้บริโภคอย่างเข้มข้น ทำให้ธุรกิจทั้งหลายดำเนินงานด้วยหลักธรรมาภิบาลกันทั้งนั้น.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ว่าด้วยกฎของมนุษย์และกฎแห่งธรรมชาติ
ใครที่มีโอกาสได้ดู คลิปวิดีโอ เหตุการณ์แผ่นดินไหว ธารน้ำแข็งพังทลาย เขื่อนแตก น้ำท่วม โคลนถล่ม แถวๆ อาณาเขตประเทศเนปาลและทิเบต น่าจะหนีไม่พ้นต้องเกิดอาการขนหัวลุก ขนคอตั้ง ไม่มาก-ก็น้อย โดยเฉพาะภาพที่ผู้คนนับสิบ นับร้อย ใส่ตีนผี ใส่เกียร์ห้า วิ่งหนีกันจ้าละหวั่น หวังให้รอดพ้นจากกระแสอันบ้าคลั่งของน้ำและโคลน ที่สาดซัดเข้ามากลืนกินแทบทุกสิ่งทุกอย่าง ไม่ต่างอะไรไปจาก ฝูงมด ที่กำลังหนีน้ำ...
ยุคทอง นรต.46
เฮ้อ...นี่แหละ "ยุทธจักรโล่เงิน" พอทุกอย่างวิน-วิน สมประโยชน์กันทุกฝ่าย อะไรที่ดูยาก อะไรที่ดูมีปัญหา ก็กลายเป็นเรื่องเค้กๆ การแต่งตั้งตำรวจระดับ "นายพล"
เปิดซองออนไลน์…เรื่องมันมีอยู่ว่า
บ้านเมืองทุกวันนี้ ข่าวสารวิ่งกันเร็วยิ่งกว่ารถส่งพัสดุเสียอีก บางเรื่องยังไม่ทันรู้ต้นสายปลายเหตุว่าใครทำอะไร ที่ไหน อย่างไร อีกเรื่องก็วิ่งแซงขึ้นหน้ามาแล้ว
ประเทศจะล่มจมเพราะคนไทยเป็นไทยเฉย
ในอดีตคนไทยที่บอกว่ารักชาติไม่ได้พูดแต่ปาก แต่จะช่วยกันดูแลแก้ไขปัญหาของประเทศชาติ คนโกงถูกจับติดคุก และติดนานตามคำตัดสินของศาล เพราะถ้าหากไม่เป็นเช่นนั้น จะมีคนไทยจำนวนหนึ่งที่ต้องการเห็นกระบวนการยุติธรรมของไทยมีความศักดิ์สิทธิ์
อิสราเอล...สังคมที่กำลัง'ป่วยไข้'!!!
บรรดาชาวยิวที่เข้ามา อยู่ หรือเข้ามา ยึด เกาะสมุย เกาะพะงัน เกาะภูเก็ต ฯลฯ ของบ้านเรา จะเป็น ยิวดี หรือ ยิวร้าย ก็คงต้องไปแยกแยะ พิจารณา กันเอาเอง แต่สำหรับใครก็ตามที่มีโอกาสได้ดู
ส่งไม้ใน 'ตท.31' คุม 'ฉก.นราธิวาส'
วันอาทิตย์ที่ 23 ส.ค. น่าจะเป็นวันหยุดที่ "นักวิ่งสีกากี" ไม่ได้พักผ่อนเหมือนวันหยุดสุดสัปดาห์ทั่วไป หลัง ผบ.ต่าย-พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ได้ฤกษ์งามยามดีนัดประชุมคณะกรรมการพิจารณาการแต่งตั้งข้าราชการ

