รำพึงถึง...ยูโทเปีย!!!

ใน จินตนิยาย เรื่อง ยูโทเปีย ของอภิมหาบุรุษชาวอังกฤษ เซอร์โทมัส มอร์ ที่เขียนเอาไว้ตั้งแต่ยุคพระเจ้าเหายังไม่ได้ใส่กางเกงหูรูดนั้น

กษัตริย์ยูโทปัส แห่งมหานครยูโทเปีย ผู้ทรงมีพระราชหฤทัยกว้างขวางเอามากๆ ต่อบรรดาความคิด ความอ่าน ของผู้คน พลเมือง ของตัวเอง

ไม่ว่าใครจะคิดโน่น คิดนี่ คิดดี คิดร้าย หรือไม่ อย่างไรก็แล้วแต่...

หรือถึงขั้นเปิดช่อง เปิดโอกาส ให้... ใครแต่ละคนอาจนับถือศาสนาอะไรที่ตนปรารถนาก็ย่อมได้ และสามารถชักจูง โน้มนำผู้อื่น ให้หันมานับถือศาสนาเดียวกับตนอย่างฉันมิตร และอย่างพอควร พอประมาณ คือโดยปราศจากความโกรธขึ้งต่อศาสนาอื่นๆ หรือถ้าหากไม่สามารถเกลี้ยกล่อม ชักจูง ให้ใครต่อใครหันมาเห็นพ้องต้องกันกับตัวได้แล้ว บุคคลใดก็ตามย่อมไม่มีสิทธิ์ที่จะใช้ความรุนแรง ใช้กำลังบังคับ หรือก่อวิวาท เพียงเพื่อให้ความคิดของตนเหนือไปกว่าผู้อื่น...และถ้าหาก ใครต่อล้อต่อเถียงเพื่อศาสนาของตน พยายามมุ่งเอาชนะอย่างมิหยุด มิหย่อน ก็จำต้องถูกลงโทษด้วยการเนรเทศ หรือการเอาตัวไปเป็นทาส...

แต่แม้เปิดช่อง เปิดโอกาส ให้ใครคิดได้ ปฏิบัติได้ โดยอิสรเสรีก็ตามที...มีอยู่สิ่งหนึ่งที่ กษัตริย์ยูโทปัส ทรงมิอาจ รับได้ โดยเด็ดขาด!!! ก็คือ...แต่ทรงมีข้อยกเว้นอยู่อย่างเดียว...คือพระองค์ได้ออกกฎหมายที่สำคัญและรุนแรงเอามากๆ ในการกำหนดบทลงโทษต่อบุคคลผู้ซึ่งได้ชื่อว่า...มีลักษณะต่ำทรามกว่าศักดิ์ศรีตามธรรมชาติของมนุษย์ นั่นก็คือ...ผู้ที่เชื่อว่าสิ่งที่เรียกว่า...วิญญาณ...นั้น จะตายหรือสูญสลายไปพร้อมๆ กับร่างกาย หรือเชื่อว่าจักรวาลนั้น มีความเป็นไปโดยบังเอิญ หรือโดยมิได้มีผู้ควบคุม ดูแล... นี่...อันนี้นี่แหละ ที่อาจถือเป็นแก่นสาระ หรือเป็น หัวใจ ของจินตนิยายเรื่อง ยูโทเปีย ส่วนเรื่องเสรีภาพ ความเสมอภาค หรือภราดรภาพใดๆ ก็แล้วแต่ ถือเป็นแค่ น้ำจิ้ม ที่ทำให้พวกนักสังคมนิยม อนาค้ง อนาคิสต์ หยิบเอาไป ปรุงแต่ง ตาม รสนิยม ของใคร-ของมัน ไปตามสภาพ...

เหตุที่ กษัตริย์ยูโทปัส ทรงถือเป็นจริง-เป็นจังเอามากๆ ในเรื่องทำนองนี้ ก็เพราะพระองค์ทรงมีข้อสรุปว่า ถ้าหากความเชื่อในเรื่อง การมีบทลงโทษสำหรับผู้ทำความชั่ว และการให้รางวัลตอบแทนสำหรับผู้ทำความดี หลังชีวิตหนึ่งๆ ได้ผ่านพ้นโลกนี้ไปแล้ว หรือการ ทำดี-ได้ดี...ทำชั่ว-ได้ชั่ว อะไรประมาณนั้น อันแทบไม่ต่างอะไรไปจาก กฎแห่งพระเจ้า ยังมีผู้ที่ไม่คิดจะเชื่อ หรือไม่อยากจะเชื่อ ไม่ว่าด้วยเหตุผลกลใดก็แล้วแต่ บุคคลผู้นั้นนั่นเอง...ย่อมถือเป็น ตัวแสบ หรือ ตัวอันตราย เอามากๆ ต่อสังคมมนุษย์ทั้งมวล ไม่ว่าจะปกครองกันด้วยระบบไหนต่อระบบไหนก็แล้วแต่ หรือเป็นผู้ที่ แทบจะไม่ใช่มนุษย์ ด้วยเหตุเพราะเขาทำให้วิญญาณแห่งความเป็นมนุษย์ตกต่ำไปยิ่งกว่าเดียรัจฉาน!!!

หรือถ้าบุคคลผู้นั้น...ไม่คิดจะกลัว ไม่คิดจะเชื่อว่า กฎแห่งพระเจ้า มีอยู่จริง บรรดา กฎ อะไรก็ตามที่ถูกสร้างขึ้นมาโดยมนุษย์ล้วนๆ ไม่ว่าจะสูงส่ง วิเศษวิเสโส เพียงใดก็แล้วแต่ ย่อมจะต้องถูกดูหมิ่น ดูแคลน ถูกไม่คิดจะเชื่อ ไม่คิดจะกลัว โดยบรรดาบุคคลเหล่านี้นี่แล การประพฤติ ปฏิบัติ ไม่ว่าในแบบเปิดเผย หรือแอบกระทำกันลับๆ ของบรรดากลุ่มบุคคลเหล่านี้ ย่อมมีแต่จะนำไปสู่ความเลวทราม ต่ำช้า การทุจริต ประพฤติมิชอบ คดในข้อ-งอในกระดูก ปราศจากความกตัญญู รู้คุณ ตามแบบฉบับ ผู้ที่มั่นอก มั่นใจ ประมาณว่า...ทำดีได้ดี-มีที่ไหน...ทำชั่วได้ดี-มีถมไป อะไรทำนองนั้น...

อันนี้นี่แหละ...ที่ กษัตริย์ยูโทปัส ท่านถึงกับ รับไม่ได้ หรือต้องทรงออกอาการจงเกลียด จงชัง บรรดากลุ่มบุคคลเหล่านี้อย่างเป็นพิเศษ และพร้อมที่จะออกกฎห้ามไม่ให้มีการ ให้เกียรติต่อบุคคลที่มีทัศนะดังกล่าวเหล่านี้ ไม่ให้มอบตำแหน่งแห่งที่ในการปกครอง ดูแล หรือความรับผิดชอบทางสาธารณะใดๆ โดยเด็ดขาด... และ มิหนำซ้ำเขายังจะถูกดูแคลนโดยผู้คนพลเมือง ว่าเป็นบุคคลที่มีธรรมชาติอันไร้คุณค่าใดๆ ต่ำทรามและเลวทรามต่อการอยู่ร่วมกันในสังคมมนุษย์ สังคมที่คงต้องพยายามร่วมไม้ ร่วมมือ ในอันที่จะ สนับสนุนคนดีให้ขึ้นมามีอำนาจ และป้องกัน ขัดขวาง มิให้คนชั่วได้มีโอกาส กันไปโดยตลอด...

สรุปรวมความแล้ว...แม้ว่า จินตนิยาย เรื่อง ยูโทเปีย จะถูกต่อเติม เสริมแต่ง มานับเป็นพันๆ ปีเข้าไปแล้ว แต่ยังน่าจะเป็นอะไรที่ ใช้ได้ หรือน่าจะหยิบมาใช้ให้เป็นประโยชน์ สำหรับโลกยุคนี้ สมัยนี้ ยุคที่ใครต่อใครโดยเฉพาะบรรดาผู้ที่ได้ชื่อว่า คนรุ่นใหม่ ทั้งหลาย ต่างหนักไปทางผู้ที่คิด ผู้ที่เชื่อว่า ตายแล้วสูญ หรือ ตายแล้ว-ตายเลย อะไรก็ตามที่ถูกประดิษฐ์คิดค้นขึ้นมา ภายใต้แนวคิดดังกล่าว ไม่ว่าจะเรียกว่าอุดมการณ์ อุดมคติ การปฏิรูป ปฏิวัติ หรืออะไรต่อมิอะไรก็แล้วแต่ มันเลยหนักไปทาง...ใครใคร่ชั่ว-ชั่ว ใครใคร่เลว-เลว ได้โดยอิสระและเสรี นั่นเอง...

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

วิกฤตในคราวนี้...สามัคคีคือพลัง

ด้วยความรักและความห่วงใยบ้านเมือง เมื่อเราติดตามสถานการณ์ของบ้านเมืองเรา ก็จะเห็นว่าบ้านเมืองเรากำลังเผชิญกับวิกฤตทั้งศึกนอกและศึกในที่พวกเราต้องสามัคคีและร่วมมือกันในการฝ่าวิกฤตครั้งนี้

สงคราม...ที่กำลัง'เปลี่ยนโลก'

ตั้งแต่ สงครามรัสเซีย-ยูเครน กำลังอุตลุด ชุลมุน พระสันตะปาปาองค์ก่อน คือ พระสันตะปาปาฟรานซิส ท่านก็เคยสรุปเอาไว้แล้วตั้งแต่นั้นว่า...สิ่งที่เรียกว่า สงครามโลกครั้งที่ 3

ทีม 'วปอ.61' ของ 'หนู'

ศึกชิงเก้าอี้ "ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ" หรือ "ผบ.ตร." คนที่ 16 แตะไม้ต่อมือจาก ผบ.ต่าย-พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ที่จะเกษียณอายุราชการวันที่ 30 กันยายน 2569

คำตอบ...อยู่ที่'พระสยามเทวาธิราช'!!!

พวก กูรู-กูรู้ หรือบรรดาผู้เชี่ยวชาญบางราย...เขาถึงกับมองความเป็นไปของโลก ที่กำลังทรหวลปั่นป่วนคลั่ง หรือกำลังเต็มไปด้วยข้อขัดแย้งต่างๆ นานา จนก่อให้เกิด สงคราม อยู่ในทุกวันนี้ ว่าอาจนำมาซึ่งฉากสถานการณ์ที่เลวร้ายเสียยิ่งกว่าครั้งที่เคยเกิด อภิมหาวิกฤตเศรษฐกิจครั้งใหญ่ หรือที่เรียกๆ

แคนดิเดต 'ผบ.ตร.'

ควันหลงช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา "สีกากี" ได้รับเสียงชื่นชมจากผู้ที่มาเล่นสงกรานต์ร่วมประเพณีปีใหม่ไทย ตามสถานที่ทั่วไป และผู้คนที่พบเห็นภาพ "ตำรวจ" ใช้ปืนฉีดน้ำร่วมเล่นสงกรานต์กับประชาชน