กำจัดกาก...แบบกากๆ

ในปี 2565 กรมโรงงานอุตสาหกรรมตั้งเป้าจะมีมูลค่าการลงทุนในประเทศกว่า 276,000 ล้านบาท และมีโรงงานเพิ่มขึ้นกว่า 2,800 แห่ง โดยได้อานิสงส์จากการเปิดประเทศและการกระจายฉีดวัคซีนได้ครอบคลุมมากขึ้น ทำให้ทุกภาคส่วนเริ่มกลับมาขับเคลื่อนกิจกรรมอีกครั้ง ทั้งในด้านการบริโภค การลงทุน การใช้จ่ายของภาครัฐ จึงส่งผลให้ภาคอุตสาหกรรมมีการผลิตมากขึ้นตามความต้องการของตลาด ซึ่ง วันชัย พนมชัย อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม คาดว่าในปี 2565 นี้การขยายตัวของเศรษฐกิจจะอยู่ที่ 3-5% และของโลกอยู่ที่ 4.5%

เรื่องนี้ถือว่าเป็นเรื่องดีๆ หลังจากกิจกรรมต่างๆ ทั่วโลกรวมถึงประเทศไทยซบเซามานานร่วม 2 ปี ถือว่าเป็นเรื่องดีๆ ที่ทุกภาคส่วนรอคอย

แต่เมื่อมีโรงงานอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้นสิ่งที่จะตามมาคือมลพิษ ดังนั้นกระบวนการสำคัญที่ต้องไม่ลืมคือการบริหารจัดการที่ดี เข้มงวด ต้องจริงจังและจริงใจ และต้องยอมรับว่าที่ผ่านมานั้นปัญหาใหญ่ของมลพิษที่เกิดขึ้นจากโรงงานอุตสาหกรรมนั้นมาจากการลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรมที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่

จากสถิติของทีดีอาร์ไอ หรือสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย พบว่า ปริมาณกากอุตสาหรกรมในปี 2559 จำนวน 2.8 ล้านตันนั้นถูกกำจัดอย่างถูกต้องเพียง 1 ล้านตันเท่านั้น ส่วนที่เหลือนั้น 60% เป็นของเสียอันตรายที่ไม่มีการขออนุญาตนำไปกำจัด และมีการลักลอบนำไปทิ้งเพื่อลดค่าใช้จ่าย โดยขยายพื้นที่ลักลอบทิ้งกว้างออกไกลจากเดิม ซึ่งในส่วนนี้ส่งผลกระทบกับสิ่งแวดล้อมอย่างมาก

นอกจากนี้ยังพบว่า ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมานั้นมีการลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรมถึง 92 ครั้ง แต่ละครั้งจะสร้างความเสียหายให้กับสิ่งแวดล้อมและประชาชนในพื้นที่โดยรอบอย่างรุนแรง จะเห็นได้จากในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมานั้นมีการลักลอบทิ้งของเสียอันตรายในพื้นที่อำเภอพัฒนานิคม จังหวัดลพบุรี ที่เป็นถังเหล็กบรรจุของเสียอันตรายจากการประกอบกิจการโรงงาน เช่น ตัวทำละลายสี กาว ที่มีขนาด 200 ลิตร จำนวนถึง 360 ถัง และยังมีถังพลาสติกขนาด 200 ลิตรอีกถึง 40 ถัง รวมของเสียประมาณ 8 หมื่นลิตร

และยังพบว่าบรรดาถังเหล่านั้นส่วนใหญ่อยู่ในสภาพที่บุบและแตก มีสารเคมีไหลออกมาขังเป็นบ่อ และมีบางส่วนซึมลงดินและแหล่งน้ำใกล้เคียง หากปล่อยไว้นานจะกระจายเป็นวงกว้างจนไม่สามารถควบคุมได้ แม้ว่ากรมโรงงานอุตสาหกรรมในฐานะที่กำกับดูแลในเรื่องนี้จะออกมาระบุว่าจะรีบดำเนินการขนย้ายสารเคมีบางส่วนเช่นคราบน้ำมันออกไปเพื่อลดผลกระทบ และส่วนที่้เหลือเจ้าของพื้นที่และผู้ที่เกี่ยวข้องต้องเป็นผู้รับผิดชอบ

ดังนั้นจึงทำให้เกิดความกังวลว่า ของเสียเหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งที่สร้างความเสียหายและกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างรุนแรง ทั้งคุณภาพดิน น้ำ พืช อากาศ ล้วนแล้วแต่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ทั้งสิ้น ยังไม่รวมถึงงบประมาณที่จะต้องนำไปฟื้นฟูจำนวนมหาศาล

ซึ่งการดำเนินการกำจัดนั้นต้องรีบทำอย่างเร่งด่วน ทุกหน่วยงานต้องบูรณาการการทำงาน โดยเฉพาะกรมโรงงานอุตสาหกรรมที่มีหน้าที่ในการกำกับดูแลเรื่องการกำจัดกากอุตสาหกรรม ควรที่จะเป็นแม่งานในการประสานให้ทุกหน่วยงานมารวมกันดำเนินการเสียก่อน อย่ารอหาคนผิดมาเป็นคนกำจัด ควรกำจัดก่อนแล้วค่อยเรียกเก็บค่าดำเนินงานหรือค่าความเสียหายจากการกระทำผิดภายหลังจะดีกว่าหรือไม่

นี่ขนาดตะแบงว่ามีระบบจีพีเอสติดตามรถขนกากที่เข้ามาลงทะเบียนกว่า 5,000 คันแล้ว ยังปล่อยให้มีการนำกากอุตสาหกรรมมาลักลอบทิ้งไปทั่ว อย่าเอาชีวิตประชาชนมาเป็นเครื่องต่อรอง เพราะไม่รู้ว่าจะนานแค่ไหนจึงจะหาคนผิดมาลงโทษได้ หรือจะรอให้เกิดความเสียหายต่อชีวิตประชาชนในพื้นที่เสียก่อนแล้วค่อยดำเนินการ การบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพและเข้มงวด รวมถึงจิตสำนึกที่ดี จึงจะรอดพ้นจากวิกฤตโลกแปรปรวน

ชีวิตประชาชนคงรอถึงวันนั้นไม่ได้แน่.

บุญช่วย ค้ายาดี

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ฝากการบ้านรัฐบาล

โฉมหน้าของรัฐบาลและคณะรัฐมนตรีมีผลโดยตรงต่อความเชื่อมั่นของประชาชนและนักลงทุน พร้อมกันนี้อยากเห็นการจัดตั้งรัฐบาลใหม่เกิดขึ้นโดยเร็ว เพื่อให้การบริหารประเทศและการขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจเดินหน้าได้อย่างต่อเนื่อง

เปิดเทรนด์และนิยาม‘การท่องเที่ยว’ปี69

การเดินทางเป็นเรื่องเฉพาะตัวมาโดยตลอด ทว่าในปี 2569 การเดินทางจะเปลี่ยนไปจากแผนการเดินทางเดียวที่เข้ากับผู้ร่วมทริปทุกคนให้เป็นแผนการเดินทางที่ตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะตัวมากยิ่งขึ้น

ถึงเวลาพลิกฟื้น‘เอสเอ็มอี’

ท่ามกลางสัญญาณเศรษฐกิจที่เปราะบาง เศรษฐกิจไทยในปี 2569 ถูกประเมินว่าจะเติบโตเพียง 1.8% สะท้อนการชะลอตัวที่ชัดเจนและต่ำกว่าประเทศเพื่อนบ้านในกลุ่ม ASEAN-6 โดยเป็นครั้งแรกในรอบหลายทศวรรษที่อัตราการเติบโตอาจต่ำกว่า 2%

ญี่ปุ่นไม่ถอยชูไทยฐานหลักในอาเซียน

ในช่วงที่เศรษฐกิจโลกยังผันผวน ทั้งจากสงครามการค้า นโยบายประเทศมหาอำนาจ และความไม่แน่นอนรอบด้าน การตัดสินใจลงทุนของนักลงทุนต่างชาติถือเป็นตัวชี้วัดสำคัญว่า “ประเทศไหนยังน่าเชื่อถือ”

‘LISA Effect’บูมท่องเที่ยวไทย

ปัจจุบัน อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทย กำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อครั้งสำคัญ ท่ามกลางพฤติกรรมนักท่องเที่ยวที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ควบคู่กับแรงกดดันจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์

ปี69อุตฯยานยนต์ยังเหนื่อย

ในช่วง 2-3 ปีนี้ อุตสาหกรรมรถยนต์กำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี จากเครื่องยนต์สันดาปไปสู่ไฟฟ้ามากขึ้นและเป็นไปอย่างรวดเร็ว ประกอบกับภาวะเศรษฐกิจทั่วโลกที่มีความผันผวนจากปัจจัยท้าทายรอบด้าน