ค้าปลีกไทยโตกลางปัจจัยเสี่ยง

หลังสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 เริ่มคลี่คลายลง กิจกรรมทางเศรษฐกิจหลายส่วนก็เริ่มกลับมาคึกคักมากขึ้น เช่นเดียวกับการจับจ่ายใช้สอยที่เริ่มฟื้นตัวขึ้น ซึ่งส่งผลดีกับหลายธุรกิจ โดยเฉพาะ ธุรกิจค้าปลีก แต่ก็ต้องยอมรับว่าการฟื้นตัวดังกล่าวยังอยู่ภายใต้ปัจจัยกดดันอีกหลายประการที่ต้องติดตาม

ก่อนหน้านี้ สมาคมผู้ค้าปลีกไทย ร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้เผยผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการค้าปลีก (Retail Sentiment Index) ประจำเดือน ส.ค.2565 พบว่าดัชนีฯ ทรงตัวเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า แม้ว่าจะมีสัญญาณบวกเพราะผู้บริโภคเริ่มออกมาใช้ชีวิตปกติ หลังจากการผ่อนคลายมาตรการควบคุมการแพร่ระบาด และจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เพิ่มขึ้น แต่ผู้ประกอบการยังคงมีความกังวลต่อภาวะเงินเฟ้อ แนวโน้มดอกเบี้ยที่คาดว่าจะปรับตัวเพิ่มขึ้น และค่าแรงขั้นต่ำที่ประกาศเพิ่มขึ้นอีก 5-8% ทำให้ต้นทุนของผู้ประกอบการเพิ่มสูงขึ้น

ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการค้าปลีกในอีก 3 เดือนข้างหน้าดีขึ้นเพียงเล็กน้อย เนื่องจากการฟื้นตัวของธุรกิจยังต้องใช้เวลา และผู้ประกอบการยังมีความกังวลอย่างต่อเนื่องต่อต้นทุนและราคาสินค้าที่เพิ่มสูงขึ้น ทำให้ความรู้สึกในการจับจ่ายใช้สอยไม่คึกคักเท่าที่ควร!! โดยยอดใช้จ่ายต่อใบเสร็จลดลง ขณะที่ความถี่ในการจับจ่ายเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย รวมทั้งยอดขายสาขาเดิม Same Stroe Sale Growth (SSSG-MoM) เดือน ส.ค.ก็ปรับลดลงด้วยเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า สะท้อนให้เห็นถึงพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เริ่มชะลอการใช้จ่ายลง ไม่เพียงเท่านี้กำลังซื้อที่อ่อนแอ ทำให้การจับจ่ายโดยรวมไม่เติบโตอีกด้วย

 “ความกังวลต่อภาวะหนี้ครัวเรือนและรายได้ที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ เป็นเหตุผลสำคัญเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ผู้บริโภคมุ่งเน้นการซื้อสินค้าเฉพาะที่จำเป็นเท่านั้น ลดการใช้จ่ายที่ฟุ่มเฟือย ซึ่งถือเป็นสัญญาณที่ไม่ค่อยดีนัก โดยผู้ประกอบการมีความกังวล 2 ด้าน คือผลกระทบต่อผู้บริโภค เพราะกำลังซื้อยังไม่กลับมา อีกด้านหนึ่งคือ ผลกระทบต่อผู้ประกอบการที่ต้องแบกรับต้นทุนจากค่าแรงที่เพิ่มขึ้นและแรงงานขาดแคลน”

ด้าน ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ได้คาดการณ์ว่า ยอดขายค้าปลีก Convenience store (CVS) ปี 2565 จะกลับมาฟื้นตัวราว 13-15% จากฐานที่ต่ำในปีก่อนหน้า จากปัจจัยหนุนทั้งการกลับมาของลูกค้าหลักอย่างพนักงานออฟฟิศและนักท่องเที่ยวต่างชาติ ภายหลังสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย ราคาสินค้าบางรายการที่ปรับสูงขึ้น และการเปลี่ยนรูปแบบสาขาจากโชห่วยมาเป็นพันธมิตรหรือเครือข่ายของค้าปลีกใหญ่ที่เข้ามามีบทบาทมากขึ้นในกลุ่มค้าปลีกท้องถิ่น ที่แม้ว่าจะยังมีสัดส่วนยอดขายไม่สูงนัก ราว 10% ของยอดค้าปลีก Convenience store ทั้งหมด แต่สัดส่วนดังกล่าวมีแนวโน้มที่เพิ่มสูงขึ้น

แต่!! ธุรกิจต้องเผชิญกับการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นจากจำนวนผู้เล่นในตลาดที่มีมากรายและค่อนข้างหนาแน่น ขณะที่กลุ่มผู้บริโภคยังคงเผชิญกับสถานการณ์ค่าครองชีพที่สูง ภาวะเงินเฟ้อ และมีกำลังซื้อที่จำกัดหรือฟื้นตัวไม่เร็ว ส่งผลให้ ตัวเลขการเติบโตในภาพรวมอาจไม่สะท้อนถึงผลประกอบการของผู้ประกอบการที่ดีขึ้นทุกราย และมองว่าธุรกิจยังคงเผชิญกับความยากลำบากในการแข่งขันอย่างต่อเนื่อง ซึ่งไม่เพียงพอ แต่การแข่งขันภายใน Segment เดียวกัน แต่ยังรวมไปถึงการแข่งขันกับค้าปลีก Segment อื่นๆ รวมถึง E-commerce ที่มีบทบาทมากขึ้น ขณะที่สินค้าในแต่ละ segment อาจไม่ได้มีความแตกต่างกันมาก

 “Convenience store ในไทย ถือว่าค่อนข้างอิ่มตัวหากเทียบกับฐานการบริโภค และถ้าเทียบกับประเทศที่มีโมเดลใกล้เคียงกันอย่างญี่ปุ่น มองไปข้างหน้า ด้วยข้อจำกัดการเติบโตจากประเด็นโครงสร้างประชากร ท่ามกลางแผนการขยายสาขาที่ยังคงเพิ่มขึ้น จะทำให้ Convenience store ในไทยหนาแน่นขึ้นอีก นำมาซึ่งความท้าทายในการที่จะรักษายอดขาย โดยเฉพาะยอดขายสาขาเดิม (SSSG) ให้มีความสม่ำเสมอหรือเพิ่มขึ้น”

ดังนั้น ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่าการสร้างยอดขายต่อสาขาให้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจะเป็นเรื่องที่ท้าทายสำหรับผู้ประกอบการค้าปลีกแต่ละราย โดยร้านค้าที่ได้ทราฟฟิกจากลูกค้าประจำอย่างสม่ำเสมอจะมีโอกาสไปต่อในยุคที่ผู้บริโภคมีทางเลือกหลากหลายและเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมได้อย่างรวดเร็ว.

ครองขวัญ รอดหมวน

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ถอดบทเรียนแบรนด์ดังดันยอดขายด้วยData

ในยุคที่ “ข้อมูลลูกค้า” คือหัวใจในการเอาชนะความท้าทายที่ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มไทยต้องเผชิญ ทั้งพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว ต้นทุนที่สูงขึ้น และการแข่งขันที่เข้มข้น

จับตา'ส่งออกไทย’อ่วมพิษสงคราม

ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง นับเป็นปัจจัยเชิงภูมิรัฐศาสตร์ที่มีบทบาทสำคัญต่อเสถียรภาพของเศรษฐกิจโลก เนื่องจากภูมิภาคดังกล่าวเป็นแหล่งผลิตพลังงานหลักและเป็นจุดเชื่อมโยงของเส้นทางการค้าระหว่างประเทศ ความขัดแย้งทางการเมืองและความไม่มั่นคงด้านความปลอดภัยส่งผลให้เกิดความผันผวนของราคาน้ำมันดิบ อัตราแลกเปลี่ยน และต้นทุนโลจิสติกส์ระหว่างประเทศ ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญที่กำหนดทิศทางของการค้าโลก และการเคลื่อนย้ายสินค้าในระบบเศรษฐกิจระหว่างประเทศ

แปลงเกษตรสู่ฐานชีวภาพ

ในยุคที่โลกกำลังเผชิญกับความท้าทายด้านความมั่นคงทางอาหารและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิภูมิอากาศ “เกษตรกรรมแบบดั้งเดิม” กำลังถูกเขย่าด้วยกระแสเทคโนโลยีดิสรัปชัน ประเทศไทยในฐานะอู่ข้าวอู่น้ำของโลกจึงไม่อาจหยุดนิ่งอยู่กับเพียงการส่งออกวัตถุดิบขั้นต้น แต่กำลังเร่งสปีดสู่การเป็น “อุตสาหกรรมฐานชีวภาพ” (Bio-based Industry) ที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงสร้างมูลค่าเพิ่มมหาศาล

สงกรานต์ส่อแววหงอย

เมื่อเริ่มเข้าสู่เดือนเมษายนของทุกปี บรรยากาศแห่งความสุขและการรอคอยก็เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง กับเทศกาล “สงกรานต์” หรือ วันปีใหม่ไทย ถือเป็นช่วงเวลาของวันพักผ่อนหยุดยาวที่หลายคนเฝ้ารอ

ท่องเที่ยวกับการปรับเกมรับวิกฤต

เริ่มต้นเพียงไตรมาสแรกของปี 2569 ก็ดูเหมือนจะมีวิกฤตให้รับมือกันหลายอย่าง โดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยวที่มักจะมีผลกระทบจากสภาพเศรษฐกิจอยู่ตลอดจากสถานการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น

เศรษฐกิจไทยปีม้าส่อหลุดต่ำ 2%

ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จากความขัดแย้งระหว่างสหรัฐและอิหร่าน หลังสหรัฐและอิสราเอลโจมตีโครงสร้างพื้นฐานทางทหารและกลุ่มผู้นำของอิหร่าน ส่งผลให้อิหร่านตอบโต้ด้วยการยิงขีปนาวุธและโดรนโจมตีเป้าหมายหลายแห่งในภูมิภาค ทำให้เกิดความเสี่ยงที่ความขัดแย้งในระดับภูมิภาคจะขยายวงมากขึ้น