ประชาธิปไตยดัดจริต

ขวัญอ่อนกันเหลือเกิน

พอบอกให้ระวังจะไม่มีการเลือกตั้ง โหมกระพือกันใหญ่ จะมีรัฐประหาร

ที่จริงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม "ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์" ก็ปากไวไป ผู้ใหญ่ในรัฐบาลควรจะเรียกคุยบ้าง

พูดแบบนั้นไม่เป็นประโยชน์ต่อประเทศโดยรวม

ไอ้คนฟังหูเบานี่ซิ มันน่าหยิกหูมากกว่า

หากมีรัฐประหารจริง "ชัยวุฒิ" เข้าไม่ถึงหรอกครับ

เพราะไม่รู้อยู่วงนอกกี่วง

แต่ความจริง นับแต่วันนี้เป็นต้นไป จนถึงการเลือกตั้ง  รัฐประหารเกิดขึ้นได้ยาก 

แทบจะไม่มีโอกาสเลย

เงื่อนไขมันเยอะครับ

ใครจะเป็นคนทำ

ทำเพื่ออะไร

จะมีใครยอมรับบ้าง

หมดยุคแล้วครับ            

เช่นกันการปล่อยข่าวรัฐประหารเป็นมุกเก่าดูเชยล้าสมัย 

หรือไม่ก็เป็นเจตนาปล่อยข่าวสร้างความวุ่นวายเสียมากกว่า ให้คนด่ารัฐบาล โจมตีทหาร สร้างความเกลียดชัง  หวังผลทางการเมือง

เพราะมีคนพร้อมจะเชื่อเยอะ

ปัญหาของสังคมไทยวันนี้ ตั้งแต่นักการเมือง นักวิชาการ นักเคลื่อนไหว มวลชน ผูกทุกเรื่องเป็นการเมืองไปหมด

เชื่อง่าย แยกแยะน้อย ฉะนั้นมันยากครับที่จะหาจุดสมดุลได้

เรื่องนายกฯ ๘ ปี ที่ศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยวันที่ ๓๐  กันยายนนี้ ก็ประกาศกันแล้ว "บิ๊กตู่" ต้องออกไป ศาลรัฐธรรมนูญต้องถูกยุบ

ไม่ต้องพูดเรื่องกดดันศาลครับ มันเลยจุดนั้นมาแล้ว  เพราะที่ผ่านมาข่มขู่ศาลกันแทบทุกคดีอยู่แล้ว

อยากจะยุบศาลรัฐธรรมนูญกันมานานแล้ว

ก็ตั้งแต่ซุกหุ้นภาค ๑ นั่นแหละครับ

เมื่อคนกลุ่มหนึ่ง การเมืองซีกหนึ่ง วนอยู่กับเรื่อง ยุติธรรมสองมาตรฐาน กลัวรัฐประหาร จะยุบศาลรัฐธรรมนูญ โดยไม่ประเมินจากข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น อนาคตจากนี้ไปยังต้องทำใจครับ ประเทศไทยจะยังอยู่ในวังวนแห่งความขัดแย้งอีกหลายปี

ย้ำกันอีกทีครับ วันที่ ๓๐ กันยายนนี้ "ลุงตู่" จะได้ไปต่อ หรือต้องยุติบทบาททางการเมือง ทุกอย่างต้องเดินไปตามกติกาของบ้านเมือง

ไม่มีใครสำคัญเท่าอนาคตของประเทศ

แต่หากใช้ความพอใจหรือไม่พอใจมาเป็นเกณฑ์ในการวัด มันก็จะย่ำอยู่กับที่ หรือไม่ก็เลวลง เพราะมันกลายเป็นทีใครทีมัน

และเราผ่านจุดนั้นมาแล้ว

หากจะย่ำอยู่กับที่ ก็ต้องยอมรับในสิ่งที่ต้องแลกมาคือ  ความขัดแย้งทางการเมืองจะดำรงอยู่ไปเรื่อยๆ ชนิดหาจุดจบไม่ได้

นึกภาพดูนะครับ รัฐบาลนี้อายุเหลือแค่ครึ่งปี ขณะนี้ทุกพรรคการเมืองเข้าสู่โหมดเลือกตั้ง และชัดเจนแล้วว่าวันที่ ๗  พฤษภาคม ๒๕๖๖ ได้เข้าคูหากาเบอร์ที่ชอบแน่นอน  

หากจู่ๆ มีคนบอกว่า ไม่ต้องการให้มีศาลรัฐธรรมนูญต่อไปเพราะวินิจฉัยให้ "ลุงตู่" อยู่ต่อ ฉะนั้นต้องปลุกม็อบข่มขู่ศาล ปิดถนน ปิดเมือง เลยไปถึงไล่รัฐบาล อยากให้เลือกตั้งเร็วกว่ากำหนด มันก็ย้อนกลับไปเป็นเหมือนในอดีต

ทีใครทีมัน สลับกันปลุกม็อบไล่ ไม่มีรัฐบาลไหนได้ทำงานอย่างจริงจัง การพัฒนาประเทศก็ไม่ต่อเนื่อง

การชุมนุมเป็นสิทธิในการแสดงออกขั้นพื้นฐานของประชาชน โดยรัฐธรรมนูญให้การรับรอง เว้นแต่การชุมนุมนั้นผิดกฎหมายไปสร้างความเดือดร้อนให้ผู้อื่น

จะเห็นว่าการใช้สิทธินั้นมีข้อยกเว้น ไม่ใช่ชุมนุมกันได้ตะพึดตะพือ

ชุมนุมไล่รัฐบาลโกง ถือว่าจำเป็น

ที่ผ่านมาเราพิสูจน์การโกงได้ด้วยคำพิพากษาของศาล 

นักการเมืองติดคุกเป็นคอกแล้ว

ไอ้ที่หนีไปก็เยอะ

แต่หากบอกว่าต้องชุมนุมเพราะรัฐบาลอยู่นานไปแล้ว  เป็นเผด็จการ ทำลายประชาธิปไตย มันก็ต้องอิงข้อเท็จจริง  ไม่ใช่นั่งมโนเอา แล้วเกิดอุปาทานหมู่

เรื่องนายกฯ ๘ ปี หากศาลวินิจฉัยแล้วมีคนไม่ยอมจบ มันก็จะไม่จบอีกหลายปี

เปลี่ยนอำนาจ อีกขั้วการเมืองหนึ่งขึ้นมามันก็ไม่จบ

เพราะคนอิงความพึงพอใจ ไม่ใช่ข้อเท็จจริง

เห็นใจ "ดร.เสรี วงษ์มณฑา" วานนี้ (๒๗ กันยายน)  โพสต์เฟซบุ๊ก บ่นพึมพำเรื่องนี้

...ฝ่ายค้านกดดันศาล ไล่ลุงตู่ เข้าใจได้

ชะนีเตี้ยออกมาขู่ลงถนนถ้าลุงตู่รอด ๘ ปี เข้าใจได้

เฒ่าชราผู้ไร้ค่าด่าไล่ลุงตู่ เข้าใจได้

นักวิชาการแดงแซมส้มตีความลุงตู่อยู่ครบ ๘ ปี เข้าใจได้

แต่...

นักวิชาการที่เรายกย่องขึ้นเวทีร่วมไล่ลุงตู่เพราะอยู่ครบ  ๘ ปี งงค่ะ

นักเคลื่อนไหวเพื่อประชาชนที่คนยกย่องว่าเป็นคนดีออกมาขู่ศาล งงค่ะ

นักการเมืองร่วมอุดมการณ์ขู่ว่าจะมีม็อบถ้าลุงตู่รอด งงค่ะ

แกนนำที่เคยไล่รัฐบาลเลวร่วมมือแกนนำแดงไล่ลุงตู่อย่างจริงจัง งงค่ะ

ไม่รู้ว่าเคลื่อนไหวด้วยอุดมการณ์ด้วยความจริงใจ เพื่อประเทศชาติและประชาชน หรือด้วยผลประโยชน์อันใด ทำไมพวกเขาจึงเป็นลมเปลี่ยนทิศกันได้ขนาดนี้...

ไม่เฉพาะ "ดร.เสรี" คนเดียวที่งงครับ หลายๆ คนก็งงเหมือนกัน

งงตรงที่จู่ๆ ทำไมบางคนถึงมีมาตรฐานสูงลิบลิ่วขึ้นมา

เรื่องนายกฯ ๘ ปี พูดกันไปเยอะแล้ว "ลุงตู่" เป็นนายกฯ มาแล้ว ๘ ปี จริง ไม่มีใครเถียงครับ

ถ้ารัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ที่เอาไปด้อยค่าด่ากันเละเทะว่าเป็นรัฐธรรมนูญฉบับเผด็จการสืบทอดอำนาจ ไม่ได้กำหนดว่า ห้ามเป็นนายกฯ เกิน ๘ ปี ไม่ว่าติดต่อกันหรือไม่ก็ตาม มันก็ไม่เป็นปัญหา

"ลุงตู่" อยู่ต่อ อย่างน้อยก็จนกว่าจะมีการเลือกตั้งครั้งต่อไป

แต่เมื่อรัฐธรรมนูญฉบับสืบทอดอำนาจที่ประกาศใช้ปี  ๒๕๖๐ กำหนดว่า ห้ามเป็นนายกฯ เกิน ๘ ปีเพื่อไม่ให้เกิดเผด็จการสืบทอดอำนาจ แล้วในทางกฎหมายจะเริ่มนับตั้งแต่วันไหน

จึงต้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย

แต่วันนี้เก่งกว่าศาลรัฐธรรมนูญกันทั้งนั้น

บางคนกลัวตกเทรนด์หาว่าฝักใฝ่เผด็จการ ก็เลยเอาจุดเด่นของรัฐธรรมนูญที่ไปด้อยค่าว่าเป็นเผด็จการ มาเป็นจุดขายของตัวเอง

ยกระดับให้เห็นว่า อยู่ฝ่ายประชาธิปไตยกับเขาเหมือนกัน

ชั่วดีถี่ห่าง ๘ ปีรัฐบาลประยุทธ์มีทั้งดีและไม่ดี แต่ไม่ถึงขั้นพาประเทศล่มจม

ลองเปิดตาดูไปกว้างๆ รอบๆ ตัวซิครับ ผลงานรัฐบาลประยุทธ์ กับผลงานรัฐบาลยิ่งลักษณ์ บนสถานการณ์โลกที่แตกต่างกัน รัฐบาลประยุทธ์ทำได้ดีกว่าหลายเรื่อง

โครงสร้างพื้นฐานของประเทศถูกยกเครื่องใหม่เกือบหมด

วางแผนสู่อนาคตด้วยอีอีซี

คนวันนี้ยังไม่พูดถึงกันหรอกครับ แต่อีก ๕ ปี ๑๐ ปีข้างหน้า เมื่อได้เก็บดอกออกผลกัน คนจะเริ่มค้นหาว่ารัฐบาลไหนวางแผนไว้ให้

ดีกว่ารัฐบาลที่ตั้งหน้าตั้งตานิรโทษกรรมให้คนโกงครับ

นี่ร่ำๆ จะพาพ่อกลับบ้านอีกแล้วหากได้เป็นรัฐบาล

หรือสังคมไทยต้องการรัฐบาลปากประชาธิปไตย แต่ใจคดโกง.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ยุบสภาหรือไปต่อ

สภาล่มอีกแล้ว.... มีสภาให้ทำงาน ส.ส.หายหัว พอไม่มีสภา บ่นกันขรมเผด็จการครองเมือง

ประชานิยมซ่อนรูป

จะพัฒนาประเทศยังต้องทำอีกหลายสิ่งครับ เรื่องขจัดนักกินเมือง คงจะยากครับ เพราะเงื่อนไขยังไม่สุกงอมพอ

อาฆาตมาดร้าย

ดูเหมือนจะไม่มีอะไร แต่สาระมหาศาล เรื่องที่รัฐบาล โดยกระทรวงศึกษาธิการ จะพัฒนาและปรับปรุงการเรียนการสอนประวัติศาสตร์ ให้มีความน่าสนใจยิ่งขึ้น

๓ ปอ.ซีซัน ๓

แบบนี้ก็มีด้วย เป็นฝ่ายค้านไม่ต้องรับผิดชอบอะไรเลย