จับตาน้ำท่วมฉุดภาคการผลิต

สถานการณ์น้ำท่วมในปัจจุบันยังมีความน่าเป็นห่วงอย่างมาก แม้ในกรุงเทพฯ นั้นจะยังเห็นภาพไม่ชัด แต่ในพื้นที่ต่างจังหวัดได้รับผลกระทบไปเต็มๆ ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ในภาคอีสาน ภาคกลาง แม้กระทั่งภาคใต้ จากผลพวงของพายุและมวลน้ำที่มากขึ้นจนความสามารถของเขื่อนกักเก็บไม่เพียงพอ รวมถึงน้ำทะเลที่หนุนสูงจนส่งผลรวมมาที่เหตุการณ์น้ำท่วมในพื้นที่เสี่ยงต่างๆ ทั่วประเทศไทย

แน่นอนว่าปีนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่น้ำท่วม แต่ก็ไม่ใช่เหตุการณ์ที่จะสามารถคาดเดาได้อย่างชัดเจน รวมถึงการเตรียมพร้อมของบางพื้นที่ก็อาจจะไม่เพียงพอ ขณะที่เมื่อเกิดการท่วมแล้วการระดมความช่วยเหลือก็อาจจะล่าช้าได้ เชื่อว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะมีแผนงานเพื่อดูแลประชาชนที่ชัดเจนต่อไป แต่อีกหนึ่งฝ่ายที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดคือเรื่องของกลุ่มอุตสาหกรรมภาคการผลิต ทั้งบริษัทหรือโรงงานต่างๆ

เนื่องจากหากประสบกับเหตุการณ์น้ำท่วมจะทำให้ไม่สามารถดำเนินการได้ทันที และส่งผลกระทบกับสินค้าที่จะส่งออกสู่ตลาด จนทำให้เกิดความต้องการสูงแต่ไม่มีสินค้า และส่งผลไปสู่ภาวะของแพง ทั้งนี้กลุ่มอุตสาหกรรมดังกล่าวที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดคือกลุ่มที่อยู่ในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมในพื้นที่เสี่ยง เนื่องจากจะไม่ใช่แค่การท่วมเพียงแห่งหรือสองแห่งเท่านั้น แต่จะเสียหายเป็นวงกว้าง รวมถึงภาคแรงงานเองก็ต้องหยุดชะลอการทำงานไป

ทั้งนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรงอย่าง การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ได้ออกมายืนยันว่าสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่เป็นพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมและมีนิคมอุตสาหกรรมตั้งอยู่ 3 แห่ง ประกอบด้วย นิคมอุตสาหกรรมนครหลวง นิคมอุตสาหกรรมบางปะอิน และนิคมอุตสาหกรรมบ้านหว้า รวมถึงชุมชนรอบข้างนิคมฯ ปัจจุบันระดับน้ำตามจุดเฝ้าระวังต่างๆ เมื่อเทียบกับคันป้องกันน้ำท่วมของแต่ละนิคมอุตสาหกรรมแล้วยังอยู่ในระดับที่ห่างพอสมควร ถือว่าปลอดภัย

โดยมวลน้ำยังอยู่ภายนอกแนวคันป้องกันชั้นนอก (ถนนทางหลวง) ยังไม่ข้ามเข้ามายังคันป้องกันน้ำท่วมของพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม ส่วนข้อกังวลของผู้ประกอบการในนิคมอุตสาหกรรม หากน้ำสูงขึ้นท่วมถนนภายนอกนิคมอุตสาหกรรมที่มีระดับต่ำกว่าแนวป้องกันน้ำท่วมนิคมอุตสาหกรรม อาจส่งผลกระทบต่อการเดินทางมาทำงานของคนงาน การขนส่งวัตถุดิบ-สินค้านั้น ได้ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการป้องกันเส้นทางสัญจรในพื้นที่ที่รับผิดชอบให้ด้วย เพื่อลดผลกระทบต่อประชาชนและผู้ประกอบการในพื้นที่ตามนโยบายของรัฐบาล

ซึ่ง กนอ.ได้เฝ้าระวังและเตรียมมาตรการรับมืออย่างเต็มที่ ล่าสุดได้เข้าร่วมประชุมกับคณะกรรมการศูนย์บัญชาการเหตุการณ์อุทกภัยพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่มีผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยาเป็นประธานการประชุม โดยได้รายงานสถานการณ์ปัจจุบัน รวมทั้งความพร้อมในการรับมือสถานการณ์น้ำของแต่ละนิคมอุตสาหกรรม อาทิ ระบบป้องกันน้ำท่วม เช่น คันป้องกันน้ำท่วม ระบบสูบน้ำ และพื้นที่รองรับน้ำภายในนิคมอุตสาหกรรมที่มั่นคงเพียงพอ อย่างไรก็ตาม

นายวีริศ อัมระปาล ผู้ว่าการ กนอ. กล่าวว่า ปัจจุบันพื้นที่ของนิคมอุตสาหกรรมทั้ง 3 แห่งในจังหวัดพระนครศรีอยุธยานั้น ปริมาณฝน รวมทั้งการปรับลดการระบายน้ำจากเขื่อนหลักต่างๆ ได้แก่ เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนเจ้าพระยา และเขื่อนป่าสักฯ ที่เริ่มลดการระบายน้ำลงแบบเป็นขั้นบันได ทำให้ระดับน้ำเริ่มทรงตัวและลดลงตามลำดับ ถึงแม้ว่าจะยังคงมีมวลน้ำค้างทุ่งที่ถูกระบายลงมาเติมบ้างเล็กน้อยแต่ก็ไม่ส่งผลกระทบมากนัก ดังนั้นหากไม่มีพายุเข้ามาเพิ่มเติมอีก สถานการณ์น้ำในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมทั้ง 3 แห่งน่าจะอยู่ในระดับปกติ ถึงระดับเฝ้าระวัง ขอยืนยันว่าภาพรวมขณะนี้ยังสามารถรับมือและป้องกันสถานการณ์น้ำท่วมได้ และเชื่อว่าสถานการณ์จะเริ่มดีขึ้นตามลำดับ

ที่ต้องคอยรายงานสถานการณ์น้ำท่วม แน่นอนว่าเป็นสิ่งสำคัญที่ยังเห็นว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกระตือรือร้นที่จะทำงานอย่างเต็มที่ เพื่อดูแลวิกฤติที่อาจจะส่งผลกระทบต่อภาพรวมของประเทศได้ และยังทำให้ประชาชนทั่วไปพอที่จะประเมินสถานการณ์และเตรียมตัวที่จะรับมือได้.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ฝากการบ้านรัฐบาล

โฉมหน้าของรัฐบาลและคณะรัฐมนตรีมีผลโดยตรงต่อความเชื่อมั่นของประชาชนและนักลงทุน พร้อมกันนี้อยากเห็นการจัดตั้งรัฐบาลใหม่เกิดขึ้นโดยเร็ว เพื่อให้การบริหารประเทศและการขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจเดินหน้าได้อย่างต่อเนื่อง

เปิดเทรนด์และนิยาม‘การท่องเที่ยว’ปี69

การเดินทางเป็นเรื่องเฉพาะตัวมาโดยตลอด ทว่าในปี 2569 การเดินทางจะเปลี่ยนไปจากแผนการเดินทางเดียวที่เข้ากับผู้ร่วมทริปทุกคนให้เป็นแผนการเดินทางที่ตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะตัวมากยิ่งขึ้น

ถึงเวลาพลิกฟื้น‘เอสเอ็มอี’

ท่ามกลางสัญญาณเศรษฐกิจที่เปราะบาง เศรษฐกิจไทยในปี 2569 ถูกประเมินว่าจะเติบโตเพียง 1.8% สะท้อนการชะลอตัวที่ชัดเจนและต่ำกว่าประเทศเพื่อนบ้านในกลุ่ม ASEAN-6 โดยเป็นครั้งแรกในรอบหลายทศวรรษที่อัตราการเติบโตอาจต่ำกว่า 2%

ญี่ปุ่นไม่ถอยชูไทยฐานหลักในอาเซียน

ในช่วงที่เศรษฐกิจโลกยังผันผวน ทั้งจากสงครามการค้า นโยบายประเทศมหาอำนาจ และความไม่แน่นอนรอบด้าน การตัดสินใจลงทุนของนักลงทุนต่างชาติถือเป็นตัวชี้วัดสำคัญว่า “ประเทศไหนยังน่าเชื่อถือ”

‘LISA Effect’บูมท่องเที่ยวไทย

ปัจจุบัน อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทย กำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อครั้งสำคัญ ท่ามกลางพฤติกรรมนักท่องเที่ยวที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ควบคู่กับแรงกดดันจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์

ปี69อุตฯยานยนต์ยังเหนื่อย

ในช่วง 2-3 ปีนี้ อุตสาหกรรมรถยนต์กำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี จากเครื่องยนต์สันดาปไปสู่ไฟฟ้ามากขึ้นและเป็นไปอย่างรวดเร็ว ประกอบกับภาวะเศรษฐกิจทั่วโลกที่มีความผันผวนจากปัจจัยท้าทายรอบด้าน