
ก่อนหน้านี้เห็นอีอีซีเงียบๆ ไป เหมือนจะหมดวาระโปรโมตและอยู่ในช่วงดำเนินงานหลังบ้าน แต่ก็แว่วข่าวมาบ่อยๆ พอจะให้โล่งใจได้ว่าไม่ได้หายไปไหน ทั้งการร่วมลงนามกับหน่วยงานต่างๆ เพื่อดำเนินงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งอนุมัติแผนงานและแผนลงทุนเป็นช่วงๆ ไหนจะออกมาตรการใหม่ๆ มากำกับดูแลการทำงาน
และล่าสุด พื้นที่พัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรืออีอีซี ก็ได้เปิดความสำเร็จแผนบูรณาการฯ ต้นแบบเชื่อมโยงร่วมมือรัฐ-เอกชน-ท้องถิ่น โดย นายคณิศ แสงสุพรรณ ประธานที่ปรึกษาพิเศษ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) ได้ออกมากล่าวปาฐกถาพิเศษ “แผนงานบูรณาการอีอีซี สู่การสร้างโอกาสในการพัฒนาประเทศ” โดยมีผู้บริหาร สกพอ. พร้อมด้วยผู้บริหารจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเผยแพร่ความสำเร็จการพัฒนาพื้นที่อีอีซี และชี้แจงสร้างความเข้าใจทิศทางดำเนินการแผนงานบูรณาการปีงบประมาณ 2567 มีรายละเอียดสำคัญ ดังนี้
รวมพลัง รัฐ เอกชน ท้องถิ่น ขับเคลื่อน 5 ภารกิจหลัก ตอบโจทย์พัฒนาอีอีซีครบรอบด้าน การจัดเสวนาฯ ครั้งนี้จะสร้างการขับเคลื่อนพื้นที่อีอีซีอย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับ “แผนภาพรวมเพื่อการพัฒนา เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก” และจะได้ร่วมกันนำเสนอแผนงานบูรณาการอีอีซีในปีงบประมาณ 2567 โดยเฉพาะการขับเคลื่อนด้วยโมเดลเศรษฐกิจ BCG สนับสนุนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถจัดทำข้อเสนอโครงการ และงบประมาณปี 2567 ให้การใช้งบประมาณเกิดประสิทธิภาพสูงสุด พัฒนาพื้นที่อีอีซีอย่างสมดุลและยั่งยืน
แนวทางขับเคลื่อนแผนบูรณาการอีอีซีได้กำหนด 5 ภารกิจหลักเชื่อมโยงความร่วมมือทุกภาคส่วน ได้แก่ 1.สานต่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานคมนาคมขนส่ง สาธารณูปโภค และดิจิทัล เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพระบบคมนาคมแบบไร้รอยต่อ ให้ทันสมัย คู่กับวางโครงข่ายดิจิทัล 5G เพื่อจูงใจภาคเอกชน 2.พัฒนาบุคลากร การศึกษา วิจัยและนวัตกรรม สร้างทักษะบุคลากรให้เพิ่มขึ้นสู่การปฏิบัติงานจริง รองรับความต้องการภาคอุตสาหกรรม รวมทั้งพัฒนานวัตกรรมเพื่อนำไปขยายผลเชิงพาณิชย์
3.พัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนให้ทันสมัย มีมาตรฐาน ประชาชนเข้าถึงบริการสาธารณสุขที่มีประสิทธิภาพในการรักษา และเสริมสร้างสุขภาพของประชาชน รวมถึงสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมกับการอยู่อาศัย 4.พัฒนาเมืองน่าอยู่อัจฉริยะ ยกระดับเศรษฐกิจชุมชนให้เกิดการพัฒนาทัดเทียมนานาชาติ พัฒนาศูนย์ธุรกิจ EEC และเมืองน่าอยู่อัจฉริยะ ขับเคลื่อนการใช้นวัตกรรมเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร และส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชน ยกระดับสินค้าโอทอปพื้นที่ สร้างรายได้ให้ชุมชนต่อเนื่อง
และ 5. มุ่งให้เกิดการลงทุนด้านเศรษฐกิจ BCG ในอุตสาหกรรมเป้าหมายที่มี และสร้างการรับรู้สู่ประชาชน ผลักดันให้เกิดการลงทุนอุตสาหกรรมเป้าหมายที่มุ่งเน้นเศรษฐกิจ BCG ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สอดคล้องกับผลการประชุมผู้นำเวทีความร่วมมือทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (เอเปก) ที่ได้ประกาศร่วมกัน
ทั้งนี้ จากความสำเร็จแผนงานบูรณาการอีอีซี พร้อมอัตราขยายตัวของ GDP ในพื้นที่อีอีซีเพิ่มขึ้น 6.8% โดยแผนบูรณาการอีอีซีภายใต้แนวคิด “ร่วมคิด ร่วมลงทุน ร่วมพัฒนา” เป็นต้นแบบการจัดทำแผนงานบูรณาการของประเทศ โดยเน้นการมีส่วนร่วมระหว่างรัฐ-เอกชน-ท้องถิ่น-ประชาชน พึ่งพางบประมาณแผ่นดินให้น้อยที่สุด ไม่เน้นการใช้งบประมาณจำนวนมาก เพื่อให้เกิดการใช้งบประมาณที่มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงสุด
ซึ่งการจัดทำแผนบูรณาการอีอีซีตั้งแต่ปี 2561-2566 ได้มีหน่วยงานภาครัฐเข้าร่วม 15 กระทรวง รวมกว่า 44 หน่วยงาน ปัจจุบันได้รับอนุมัติงบประมาณ (จนถึงปีงบประมาณ 2568) รวม 94,514 ล้านบาท และสามารถดึงดูดการลงทุนอุตสาหกรรมเป้าหมายจากมูลค่าการออกบัตรส่งเสริมการลงทุนรวม 1,182,538 ล้านบาท ซึ่งทำให้สามารถสร้างมูลค่าลงทุนจริงได้สูงกว่า 747,509 ล้านบาท
เชื่อว่า แผนบูรณาการอีอีซีจะเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาพื้นที่และชุมชน ผ่านกระบวนการมีส่วนร่วม มุ่งเน้นเรื่องเกษตรสมัยใหม่ที่ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มผลิตผลทางการเกษตร การขับเคลื่อนเมืองน่าอยู่อัจฉริยะ เป็นศูนย์ธุรกิจรองรับและสนับสนุนการพัฒนาอุตสาหกรรมเป้าหมายและการเติบโตของธุรกิจ.
ณัฐวัฒน์ หาญกล้า
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ฝากการบ้านรัฐบาล
โฉมหน้าของรัฐบาลและคณะรัฐมนตรีมีผลโดยตรงต่อความเชื่อมั่นของประชาชนและนักลงทุน พร้อมกันนี้อยากเห็นการจัดตั้งรัฐบาลใหม่เกิดขึ้นโดยเร็ว เพื่อให้การบริหารประเทศและการขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจเดินหน้าได้อย่างต่อเนื่อง
เปิดเทรนด์และนิยาม‘การท่องเที่ยว’ปี69
การเดินทางเป็นเรื่องเฉพาะตัวมาโดยตลอด ทว่าในปี 2569 การเดินทางจะเปลี่ยนไปจากแผนการเดินทางเดียวที่เข้ากับผู้ร่วมทริปทุกคนให้เป็นแผนการเดินทางที่ตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะตัวมากยิ่งขึ้น
ถึงเวลาพลิกฟื้น‘เอสเอ็มอี’
ท่ามกลางสัญญาณเศรษฐกิจที่เปราะบาง เศรษฐกิจไทยในปี 2569 ถูกประเมินว่าจะเติบโตเพียง 1.8% สะท้อนการชะลอตัวที่ชัดเจนและต่ำกว่าประเทศเพื่อนบ้านในกลุ่ม ASEAN-6 โดยเป็นครั้งแรกในรอบหลายทศวรรษที่อัตราการเติบโตอาจต่ำกว่า 2%
ญี่ปุ่นไม่ถอยชูไทยฐานหลักในอาเซียน
ในช่วงที่เศรษฐกิจโลกยังผันผวน ทั้งจากสงครามการค้า นโยบายประเทศมหาอำนาจ และความไม่แน่นอนรอบด้าน การตัดสินใจลงทุนของนักลงทุนต่างชาติถือเป็นตัวชี้วัดสำคัญว่า “ประเทศไหนยังน่าเชื่อถือ”
‘LISA Effect’บูมท่องเที่ยวไทย
ปัจจุบัน อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทย กำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อครั้งสำคัญ ท่ามกลางพฤติกรรมนักท่องเที่ยวที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ควบคู่กับแรงกดดันจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์
ปี69อุตฯยานยนต์ยังเหนื่อย
ในช่วง 2-3 ปีนี้ อุตสาหกรรมรถยนต์กำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี จากเครื่องยนต์สันดาปไปสู่ไฟฟ้ามากขึ้นและเป็นไปอย่างรวดเร็ว ประกอบกับภาวะเศรษฐกิจทั่วโลกที่มีความผันผวนจากปัจจัยท้าทายรอบด้าน

