จับตา“แนวโน้มรายได้เกษตรปี66”

จากสถานการณ์โควิด-19 ที่เริ่มคลี่คลายลง ได้ส่งผลดีกับกิจกรรมทางเศรษฐกิจ หลายส่วนมีรายได้เพิ่มขึ้น เช่นเดียวกับ “ภาคการเกษตร” จากราคาสินค้าเกษตรหลายชนิดที่ปรับตัวดีขึ้น ส่งผลให้รายได้ของเกษตรกรมีทิศทางที่ดีขึ้น แต่ก็ต้องยอมรับว่ายังมีปัจจัยเสี่ยงจากหลายๆ ส่วน อาทิ สถานการณ์น้ำท่วม ภัยแล้ง ฝนทิ้งช่วง สภาพภูมิอากาศ โรคระบาดในพืชและสัตว์ ที่อาจกดดันภาคการเกษตรให้ได้รับผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ทั้งนี้ จากข้อมูลของ สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) ระบุว่า แนวโน้มเศรษฐกิจการเกษตรในปี 2565 คาดว่าจะขยายตัวที่ระดับ 2-3% เมื่อเทียบกับปีก่อน จากปัจจัยสนับสนุนด้านสภาพอากาศโดยทั่วไปที่ยังเอื้ออำนวย

ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำและตามแหล่งน้ำธรรมชาติมีมากกว่าปีที่ผ่านมา รวมถึงความร่วมมือของภาคส่วนต่างๆ ในการสนับสนุนและส่งเสริมให้เกษตรกรใช้เทคโนโลยีในการผลิต ยกระดับราคาสินค้าเกษตรให้มีคุณภาพมาตรฐาน บริหารจัดการการผลิตให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด รวมไปถึง “การเปิดประเทศ” ทำให้มีการเดินทางและขนส่งสินค้าระหว่างประเทศได้มากขึ้น ส่งผลให้ความต้องการสินค้าเกษตรทั้งในและต่างประเทศเพิ่มขึ้น

แต่ก็ยังมีปัจจัยเสี่ยงที่ต้องติดตาม ทั้งจากความแปรปรวนของสภาพอากาศ ปรากฏการณ์ลานีญาที่อาจจะต่อเนื่องไปถึงต้นปี 2566 ต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นตามราคาปัจจัยการผลิตทั้งราคาน้ำมัน ปุ๋ยเคมี สารกำจัดศัตรูพืช และอาหารสัตว์ รวมถึงสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครนที่ยังคงยืดเยื้อ และเศรษฐกิจโลกที่มีแนวโน้มชะลอตัว

ด้าน ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ได้คาดการณ์แนวโน้มรายได้เกษตรกรสุทธิในปี 2566 น่าจะเผชิญความท้าทายที่มากขึ้น ซึ่งจะแตกต่างกันไปในแต่ละประเภทสินค้าเกษตร เนื่องจากแนวโน้มเศรษฐกิจโลกมีความเสี่ยงชะลอลง จะเป็นปัจจัยฉุดรั้งความต้องการสินค้าเกษตรและกดดันราคา โดยเฉพาะความไม่แน่นอนในคำสั่งซื้อจากจีน ที่แม้จีนอาจลดความเข้มงวดในการใช้มาตรการ Dynamic Zero-COVID แต่ยังต้องติดตามสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 และความคืบหน้าของการฉีดวัคซีน mRNA ที่ยังมีความไม่แน่นอน อีกทั้งเศรษฐกิจจีนยังมีความเปราะบางในภาคอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งจะเป็นปัจจัยฉุดรั้งความต้องการสินค้าเกษตรจากไทย และกดดันราคาให้อาจปรับตัวลดลงราว 1% จากช่วงเดียวกันปีก่อน

โดยคาดว่ารายได้เกษตรกรในปี 2566 อาจหดตัวอยู่ที่ราว 0.8% เมื่อเทียบกับปี 2565 ที่น่าจะขยายตัวได้ราว 13.5% โดยในช่วง 10 เดือนแรกของปีนี้ รายได้เกษตรกรขยายตัวที่ 16% ขณะที่ต้นทุนการผลิตอย่าง ราคาน้ำมัน และ ราคาปุ๋ยเคมีในตลาดโลก แม้คาดว่าจะย่อลงจากปี 2565 แต่ยังคงอยู่บนฐานที่สูง ทำให้รายได้เกษตรกรสุทธิอยู่ในกรอบที่แคบลง!

ซึ่งหากพิจารณาในรายละเอียดของแต่ละสินค้าเกษตร จะพบว่า ภาพรวมรายได้เกษตรกรที่ลดลงในปี 2566 นั้น จะมาจากแรงฉุดด้านราคาที่ลดลงเป็นหลัก คิดเป็นราว 1% ซึ่งมาจากราคาสินค้าเกษตรในรายการหลักเป็นส่วนใหญ่ที่ปรับตัวลดลง ทั้งยางพารา มันสำปะหลัง ปาล์มน้ำมัน อ้อย ทุเรียน และข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ จากแรงฉุดด้านอุปสงค์ของเศรษฐกิจโลกที่ชะลอลง และสอดคล้องกับแนวโน้มราคาสินค้าโภคภัณฑ์เกษตรในตลาดโลกที่น่าจะย่อลงจากฐานที่พุ่งสูงในปีนี้

อย่างไรก็ดี “ข้าว” น่าจะเป็นพืชที่ยังประคองราคาให้ขยายตัวเป็นบวกต่อไปได้ จากความต้องการที่มีรองรับทั้งในและต่างประเทศ ขณะที่ในฝั่งของผลผลิตสินค้าเกษตรแต่ละชนิด คาดว่าน่าจะมีปริมาณใกล้เคียงกับปี 2565 จากสภาพอากาศที่เอื้ออำนวยต่อการผลิต

สำหรับแนวทางการช่วยเหลือจากภาครัฐในปี 2566 ที่รายได้เกษตรกรสุทธิมีความเสี่ยงจะปรับตัวลดลงแตกต่างกันนั้น คงต้องพิจารณา “มาตรการที่เฉพาะเจาะจงสินค้าเกษตรแต่ละชนิด” โดยอาจเน้นให้ความช่วยเหลือกลุ่มที่เปราะบางมากขึ้น อย่างไรก็ตามในภาพรวมแล้ว มาตรการระยะสั้นที่จะช่วยกระตุ้นอุปสงค์ในประเทศต่อสินค้าเกษตรต่างๆ เพื่อประคองราคายังมีความจำเป็น ควบคู่ไปกับการส่งเสริมอาชีพเพื่อสร้างรายได้เสริมให้กับเกษตรกร รวมไปถึงการให้ความรู้และสร้างวินัยทางการเงินเพื่อลดการก่อหนี้ที่ไม่จำเป็น ขณะเดียวกัน มาตรการเพื่อเพิ่มผลผลิตต่อไร่ ยกระดับไปสู่สินค้าเกษตรที่มีคุณภาพตอบรับกับเทรนด์โลกที่ให้ความสำคัญต่อ ESG และผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศก็คงต้องเร่งดำเนินการเช่นกัน.

ครองขวัญ รอดหมวน

 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ฝากการบ้านรัฐบาล

โฉมหน้าของรัฐบาลและคณะรัฐมนตรีมีผลโดยตรงต่อความเชื่อมั่นของประชาชนและนักลงทุน พร้อมกันนี้อยากเห็นการจัดตั้งรัฐบาลใหม่เกิดขึ้นโดยเร็ว เพื่อให้การบริหารประเทศและการขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจเดินหน้าได้อย่างต่อเนื่อง

เปิดเทรนด์และนิยาม‘การท่องเที่ยว’ปี69

การเดินทางเป็นเรื่องเฉพาะตัวมาโดยตลอด ทว่าในปี 2569 การเดินทางจะเปลี่ยนไปจากแผนการเดินทางเดียวที่เข้ากับผู้ร่วมทริปทุกคนให้เป็นแผนการเดินทางที่ตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะตัวมากยิ่งขึ้น

ถึงเวลาพลิกฟื้น‘เอสเอ็มอี’

ท่ามกลางสัญญาณเศรษฐกิจที่เปราะบาง เศรษฐกิจไทยในปี 2569 ถูกประเมินว่าจะเติบโตเพียง 1.8% สะท้อนการชะลอตัวที่ชัดเจนและต่ำกว่าประเทศเพื่อนบ้านในกลุ่ม ASEAN-6 โดยเป็นครั้งแรกในรอบหลายทศวรรษที่อัตราการเติบโตอาจต่ำกว่า 2%

ญี่ปุ่นไม่ถอยชูไทยฐานหลักในอาเซียน

ในช่วงที่เศรษฐกิจโลกยังผันผวน ทั้งจากสงครามการค้า นโยบายประเทศมหาอำนาจ และความไม่แน่นอนรอบด้าน การตัดสินใจลงทุนของนักลงทุนต่างชาติถือเป็นตัวชี้วัดสำคัญว่า “ประเทศไหนยังน่าเชื่อถือ”

‘LISA Effect’บูมท่องเที่ยวไทย

ปัจจุบัน อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทย กำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อครั้งสำคัญ ท่ามกลางพฤติกรรมนักท่องเที่ยวที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ควบคู่กับแรงกดดันจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์

ปี69อุตฯยานยนต์ยังเหนื่อย

ในช่วง 2-3 ปีนี้ อุตสาหกรรมรถยนต์กำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี จากเครื่องยนต์สันดาปไปสู่ไฟฟ้ามากขึ้นและเป็นไปอย่างรวดเร็ว ประกอบกับภาวะเศรษฐกิจทั่วโลกที่มีความผันผวนจากปัจจัยท้าทายรอบด้าน