ปฏิบัติการ 'ชิงคดี' ตู้ห่าว

ผมไม่อยากใช้คำว่า "แทรกแซง" หรือ "แย่งกันทำ"

แต่อยากใช้คำสุภาพ ว่า....

"คดีตู้ห่าว" กำลังมีลักษณะ "แยกกัน" ทำ!

ระหว่างเจ้าของคดีโดยตรงคือ "ตำรวจ" กับ "กระทรวงยุติธรรม" เจ้าของหน่วยงาน ป.ป.ส., ปปง.และ ดีเอสไอ

สังเกตมั้ย ๒-๓ วันมานี้ รัฐมนตรี "สมศักดิ์ เทพสุทิน" ลงมาแย่งบอลจากเท้า "พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล" ไปครอง

ชนิดต้องใช้คำว่า ด้วยเชิงบอล "เหนือชั้่น"

ฉกลูกจากเท้า พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ไปได้อย่างโดดเด่นมาก!

นอกจากมอบเหรียญเชิดชูเกียรติให้ชูวิทย์แล้ว ยังฉลาดหยิบประเด็น "เชิงสมมุติ" มาแถลงล่วงหน้าว่า  "ทรัพย์สิน" ตู้ห่าวที่อายัดไว้ตอนนี้

ถ้าถึงขั้น "ยึดทรัพย์" ชูวิทย์จะได้ส่วนแบ่ง ๕%

คร่าวๆ ก็ไม่ต่ำกว่า ๑๐๐ ล้านบาท!

ต้องชมว่า รัฐมนตรีสมศักดิ์ "เก๋าเกม" สมตามคำร่ำลือ

ไม่แค่นั้น เมื่อวาน (๙ ธ.ค.๖๕).......

รัฐมนตรีสมศักดิ์ ยัง "เลี้ยงเดี่ยว" แถลงยึดอายัดทรัพย์คดี “ตู้ห่าว” โดยไม่มีตำรวจเจ้าของคดี เช่น "บิ๊กโจ๊ก" ร่วมอีก

มีเพียงเจ้าหน้าที่หน่วยงานในสังกัดกระทรวงยุติธรรมเท่านั้่น เช่นเลขาฯ รมว.ยุติธรรม, ป.ป.ส., อธิบดีอัยการสำนักงานคดียาเสพติด

และ "คุณชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์" ผู้แจ้งเบาะแส!

ฟังลีลารัฐมนตรีสมศักดิ์แถลงแล้ว ชื่นใจ......

"จากข้อมูลที่นายชูวิทย์นำมามอบให้ ประกอบกับการทำงานของคณะทำงาน 'พาลีปราบยา'

วันนี้ ช่วงเช้า ได้ยึดอายัดเป็นที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง บริษัท ดีวาลักซ์ รีสอร์ทแอนด์สปา จำกัด

ซึ่งมีชื่อของนายตู้ห่าวเป็นผู้ถือหุ้น เปิดเป็นรีสอร์ต ตั้งอยู่ที่ บางเสาธง จ.สมุทรปราการ เป็นโฉนดที่ดิน ๕ แปลง  ประมาณ ๓๙ ไร่

และอาคาร ๙ ตึก ๓๗๕ ห้อง แต่ละห้องตกแต่งอย่างหรู ยังได้อายัดรถยนต์หรู ๙ คัน อาทิ เบนต์ลีย์ คอนติเนนทัล จีที โตโยต้า อัลพาร์ด รวมมูลค่าทั้งสิ้น ๓,๐๒๐ ล้านบาทเศษ

ต้องขอบคุณ 'กรมที่ดิน' และ 'กรมการขนส่งทางบก' ที่ให้ความร่วมมืออย่างดี ทำให้งานเร็วขึ้น

ในส่วนนี้ เป็นคนละส่วนกับที่ทาง ป.ป.ส. ยึด ๑,๑๓๑ ล้านบาท ที่แถลงข่าวไปเมื่อ ๘ ธ.ค."

และยังบอกอีกว่า....

"การบูรณาการของทุกหน่วยงานราบรื่นดี ไม่มีอะไรติดขัดหรือขัดแย้งกัน ทุกหน่วยพร้อมที่จะให้ความร่วมมือกันสืบสวนสอบสวน

ทั้งตำรวจ ป.ป.ส., ดีเอสไอ, ปปง.และกรมสรรพากร

ผมอยากให้ประชาชนที่รู้เบาะแส แจ้งข้อมูลเพื่อรับรางวัล ๕% ไม่ต้องกังวล มีชุดคุ้มครองพยานของดีเอสไอ"

ทีนี้ มาดูทาง "คุณชูวิทย์" บ้าง

จาก "เนื้อเหม็น" มานาน

การเป็นพลเมืองดี ให้ข้อมูลตำรวจกวาดล้าง "แก๊งจีนเทา" ที่เข้ามาทำธุรกิจผิดกฎหมายและค้ายาเสพติด จนจับตู้ห่าวและคณะเป็นผู้ต้องหาได้

ชูวิทย์ตอนนี้จึง "เนื้อหอม"

แฟนๆ ยกให้เป็น "ฮีโร่" เป็นแรงบันดาลใจ ให้อีกหลายๆ คน อยากทำหน้าที่ "พลเมืองดี" กวาดล้างคนเลวอย่างที่คุณชูวิทย์ทำบ้าง

เมื่อวาน ที่รัฐมนตรีสมศักดิ์แถลงนั่นแหละ คุณชูวิทย์พูดอะไรที่ "แปลก-แปร่ง" จากแต่แรกพอสมควร ลองอ่านดู

"ช่วงเช้า ผมไป 'สำนักงานอัยการสูงสุด' ขอให้เร่งรัดทำคดีทุนจีนสีเทาให้เป็น 'คดีนอกราชอาณาจักร อาชญากรรมข้ามชาติ'

เพราะยาเสพติด 'ติดฉลาก' ตราประทับเป็นภาษาจีนชัดเจน ซึ่งเป็น 'คดีนอกราชอาณาจักร' ได้

โดยอัยการสูงสุดจะต้องเป็นหัวหน้าพนักงานสอบสวน                   เพราะตำรวจไม่มีความแม่นยำข้อกฎหมายเท่าอัยการ                   รวมทั้งจะร้องดีเอสไอ 'รับเป็นคดีพิเศษ' หากคดีไม่มีความคืบหน้า"

ผมก็ชื่นชมแหละ....

คุณชูวิทย์เมื่อทำแล้ว "กัดไม่ปล่อย" เหตุผลที่ไปขอพบอัยการสูงสุด "ก็รับฟังได้"

แต่สรุปตามเจตนาคุณชูวิทย์ก็คือ อยากให้ดีเอสไอของกระทรวงยุติธรรม เอา "คดีตู้ห่าว" ไปทำแทนตำรวจ!

ทำไมคุณชูวิทย์จึงเกิดไม่ไว้ใจตำรวจขึ้นมาล่ะ?

ทั้งที่ก่อนหน้า........

คุณชูวิทย์เป็นผู้นำข้อมูลไปมอบให้ตำรวจคือ "พล.ต.อ.สุรเชษฐ์" เอง จนได้ชื่อเป็น "คู่ซี้" กับ "บิ๊กโจ๊ก"

แต่ตอนนี้ หน่าย "บิ๊กโจ๊ก" ซะแล้ว

ข้ามห้วยไปเป็น "คู่ซี้" รัฐมนตรี "สมศักดิ์" ถึงขั้นรัฐมนตรีสมศักดิ์ จะตั้งให้เป็นที่ปรึกษา ป.ป.ส. แต่เฮียชูไม่รับ

หรือจะด้วยเหตุที่จะยกมาให้อ่านต่อจากนี้กระมัง ที่ทำให้เฮียชู ต้องไปคบชู้ทางใจกับสมศักดิ์

เอ้า...ก็ฟังดู...              

"การที่ (ตำรวจ) ไม่แจ้ง 'ข้อหาฟอกเงิน' ซึ่งเป็นความผิดมูลฐานคดียาเสพติดกับนายตู้ห่าว

ต้องไปสอบถาม พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ เพราะเป็นส่วนสำคัญในการติดตามยึดอายัดทรัพย์เครือข่าย

ถ้านายตู้ห่าวไม่ถูกตั้งข้อหาฟอกเงิน และนางพัชรินทร์ ที่เป็นนอมินี มีเส้นทางการโอนเงินชัดเจน แต่ถูกกันไว้เป็นพยาน

ก็เลยไม่สามารถดำเนินคดีร่วมกันสมคบฟอกเงินไปด้วย!

ผมเริ่มไม่ค่อยมั่นใจการทำงานของตำรวจ.........

เเละเชื่อว่า 'ตั้งใจไม่แจ้งข้อหาฟอกเงินกับนายตู้ห่าว'

เมื่อถึงชั้นศาล อาจทำให้หลุดคดี และในชั้นฎีกา อาจมีการยกฟ้อง จนทำให้นายตู้ห่าว กลับมาไล่ฟ้องกลับได้"

ฟังเหตุผลเฮียชู ก็เคลิ้มตามนะ เพราะมันมีหน่อ-มีแนวแบบนี้มาก่อน

ทีนี้ลองมาฟังทางตำรวจคือ "บิ๊กโจ๊ก" บ้าง ท่านจะว่าอย่างไร กรณีคุณชูวิทย์ไปยื่นหนังสือต่อ "อัยการสูงสุด"

"การที่นายชูวิทย์ออกมาเคลื่อนไหวในลักษณะดังกล่าว เป็นเพราะนายชูวิทย์เป็นห่วง หลังได้นำข้อมูลหลักฐานต่างๆ มาให้

กลัวตำรวจ 'ทำสำนวนไม่แน่น'

หากสรุปสำนวนแล้ว อัยการหรือศาลยกฟ้องได้

ส่วนหนึ่ง 'อาจเป็น' เพราะนายชูวิทย์เข้าใจว่า 'สน.ยานนาวา' ทำคดี สน.เดียว ไม่มีความชำนาญ

แต่ยืนยันว่า คดีนี้เป็นคดีใหญ่ และ ผบ.ตร.ได้แต่งตั้งเป็น 'คณะพนักงานสืบสวนสอบสวน'

ซึ่งมีทั้งผมเองและตำรวจนครบาล มีการระดมพนักงานสอบสวนฝีมือดี 'จากทั่วประเทศ'

รวมถึงมี อธิบดีอัยการคดียาเสพติด, ป.ป.ส.และปปง. มาร่วมทำงานด้วย

จึงขอให้นายชูวิทย์มั่นใจ ตำรวจทำคดีนี้อย่างรอบคอบรัดกุม หากคดีนี้ ผมทำไม่ดี คนที่เสียหาย นอกจากผมเองแล้ว      

ประชาชนก็จะไม่ศรัทธาสำนักงานตำรวจแห่งชาติ  เรื่องนี้ ขออย่ากังวลใจ

ส่วนของคดี 'มูลฐานฟอกเงิน' ที่นายชูวิทย์เป็นห่วงนั้น จะต้องดำเนินคดีข้อหานี้อยู่แล้ว

แต่มีกระบวนการขั้นตอน โดยเฉพาะการยึดทรัพย์  ตำรวจต้องทำบัญชีส่ง ป.ป.ส.และ ปปง.

จากนั้น ต้องนำเข้า 'คณะกรรมการธุรกรรม' ในการยึดอายัดทรัพย์ ก่อนที่จะเข้าสู่การดำเนินคดีอาญาฐานฟอกเงินได้"

อืมมมม....

ก็เป็นเหตุ-เป็นผล "ตอบโจทย์" คุณชูวิทย์ได้ ผมค่อนข้างเข้าใจ แต่ที่เฮียชู "ดักคอ" ไว้ก่อนอย่างนั้น ก็ไม่เสียหายอะไร

"บิ๊กโจ๊ก" ยังอธิบายต่อว่า......

"ยอมรับว่านายชูวิทย์เป็นประชาชนที่แจ้งเบาะแสได้ดี  เพราะข้อมูลเบาะแสหลายๆ อย่างตรงกันกับที่ตำรวจมี

ขอย้ำว่า ตอนนี้ ตำรวจยังเป็น 'หัวหน้าพนักงานสืบสวนสอบสวนอยู่'                 

แต่หากสืบสวนพบว่ามีการ 'โอนเงินไปต่างประเทศ' จะเข้าความผิดนอกราชอาณาจักร

'อัยการสูงสุด' ถึงจะเป็น 'หัวหน้าพนักงานสืบสวนสอบสวน'

ดังนั้น สิ่งที่นายชูวิทย์พูด อาจเป็นการพูดล่วงหน้าไป  ขอย้ำว่า หลักฐานเดินไปถึงไหน จะต้องดำเนินการตามนั้น           แต่ว่าตอนนี้ ยังอยู่ใน 'กรอบระยะเวลา' และสัดส่วนที่เราทำอย่างรัดกุมอยู่แล้ว

ตลอดจนต้องเร่งรัด เพราะพนักงานสอบสวนและฝ่ายสืบสวน มากกว่า ๖๐-๗๐ คน ที่มาทำคดีนี้ และต้องไปทำคดีอื่นด้วย ไม่อย่างนั้น ก็จะทำให้คดีอื่น ล่าช้าไปด้วย"

ครับ.....

วันนี้ คุยกันน้อย หนักไปทาง "ฉายหนังประกอบ"

แต่จำเป็นครับ ให้ผมพล่ามอย่างเดียว "เอาแต่น้่ำ-ไม่เอาเนื้อ" จะเป็นโรคกะโหลก "พร่องมันสมอง" ได้

คดีนี้ "เดิมพัน" ระดับชาติ

การแทรกแซง "แย่งชิงคดี" ไปตัดตอนด้วยรูปแบบต่างๆ มีแน่

ตู้ห่าว "แค่ตู้กับข้าว"

"แมวหง่าว" ที่แอบกินอยู่ในตู้กับข้าวซีครับ ถ้านายกฯ ถือไม้เรียวกำชับตำรวจ

"๒ พรรคใหญ่" กับอีก "๑ พรรคย่อย"

ก็ยังไม่พอ"ยุบ"!

วันเสาร์ที่ปลายซอย

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ลุงตู่ 'รวยแล้วไม่โกง'

"ลุงตู่" กับ "บิ๊กป้อม" นี่ จาก "ทหารครึ่งตัว-การเมืองครึ่งตัว" โจนลงสนามเลือกตั้งเป็นนักการเมือง "ระบบเลือกตั้่ง" เต็มตัว

คนฉลาดในกรงกรรม

ช่วงนี้ .......... น่าเห็นใจโทรทัศน์ ช่อง Thai PBS เขานะ มีเรื่องให้ต้อง "เล่นใหญ่" ในฐานะแนวร่วมพร้อมๆ กันถึง ๒ เรื่อง

โต๊ะจีน- ดินเนอร์ทอล์ก คืนเดียว เงินเข้าเร็ว “ป้อม”แก้มปริ 510 ล้าน

เมื่อ ปี่กลองเลือกตั้งเริ่มดังระรัวขึ้นเรื่อยๆ บนการคาดหมายกันว่า เมื่อ กติกาเลือกตั้งทุกอย่างเรียบร้อย พลเอกประยุทธ์ นายกรัฐมนตรีอาจยุบสภา ฯ ตามมา

ไทย "พัฒนาไกลเกินมอง"

"ประเทศไทย" ยุค "๘ ปี นายกฯ ประยุทธ์" นี่ หลายๆ ด้าน .... มันพัฒนา "เกินหน้า-เกินตา" ประเทศเพื่อนบ้านเขาเร็วมากไป

ในคราบ 'แพทย์ชนบท'

"นายแพทย์สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ" คุณอยู่แก๊ง "แพทย์ชนบท" ตอนนี้เป็น "ประธานแก๊ง"

“ป้อม”ปิดดีล กลุ่มสมคิด กับเบื้องหลัง ปาดหน้า งานนี้ “เจ๊หน่อย”มีงอน

บิ๊กป้อม พลเอกประวิตร หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ เจรจาทาบทาม กลุ่มการเมืองของดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ แห่งพรรค สร้างอนาคตไทย คัมแบ็ก กลับเข้าพลังประชารัฐ สำเร็จ