ของขวัญปีใหม่ของแม่เภา

ข้อความนี้ส่งต่อมาในไลน์ เหมือนจะต้อนรับปีใหม่ พร้อมกับฉลองการรับ "ของขวัญ" จากรัฐบาลลุงตู่ ในโครงการช้อปดีมีคืน ..น่าสนใจมากถึงมากที่สุดค่ะ..ลองอ่านเลย

ปีใหม่ปีนี้ แม่เภาแอบมาซื้อของขวัญให้พ่อจำนง หลังจากที่ไม่ได้ให้ของขวัญมาหลายปีแล้ว แม่เภาเลือกมาห้างที่ใหญ่ที่สุดในย่านนี้ด้วยหวังว่าเมื่อซื้อของขวัญให้พ่อจำนงแล้วจะได้เลือกซื้อของใช้ในบ้านไปด้วยเลย

วันนี้ผู้คนเดินกันขวักไขว่จนแม่เภาเอะใจว่าปีใหม่ปีนี้มีอะไรพิเศษหรือ ทำไมผู้คนถึงได้ออกมาจับจ่ายกันมากมายอย่างนี้ แล้วแม่เภาก็ได้รับคำเฉลยเมื่อแม่เภาต้องมาเข้าคิวต่อแถวยาวเป็นระยะเกือบสิบเมตรเพื่อให้เจ้าหน้าที่ออกใบกำกับภาษีให้

ค่าที่ผู้คนออกมาจับจ่ายกันค่อนข้างมาก หลังจากร้างลามานาน เลยทำให้แถวของคนที่มารอรับใบกำกับภาษีจึงค่อนข้างยาว พนักงานก็ทำงานกันกุลีกุจอวุ่นวายพอควร ไม่รู้ว่าเป็นเพราะพนักงานที่ไม่ชำนาญเรื่องนี้หรือเปล่า           ในที่สุดเมื่อเหลืออีกราวสองสามคิวก็จะถึงคิว แม่เภาได้มองข้ามไหล่คนที่เข้าคิวอยู่ จึงได้เห็นเจ้าหน้าที่สองคนทำงานกันอย่างเครียดๆ “บิลแค่นี้นะคะ ไม่มีเพิ่มแล้วนะ”

 “บัตรประชาชนด้วย จะได้กรอกชื่อ นามสกุลได้ถูก” น้ำเสียงของเจ้าหน้าที่คนที่ทำเอกสารตรงแถวแม่เภาฟังดูคล้ายมะนาวไม่มีน้ำ แม่เภาเงี่ยหูฟังด้วยความหงุดหงิดระหว่างที่รอคิวที่ใกล้จะถึง และเมื่อเงยหน้ามองข้ามไปดูเจ้าหน้าที่ทีไร ก็จะเห็นแต่ภาพของนางยักษ์ใส่ชุดพนักงานทำงานอยู่ “บิลใบนี้ไม่ใช่ค่ะ” เจ้าหน้าที่ยื่นบิลที่ลูกค้าคนที่อยู่ข้างหน้าคืน

 “โทษทีค่ะ หยิบผิด ใบนี้ค่ะ” ลูกค้าส่งบิลใบใหม่ให้

 “บัตรประชาชนด้วย” เจ้าหน้าที่พูดเสียงดังขณะที่ก้มหน้างุดๆ รื้อเอกสารบางอย่างบนโต๊ะ

 “ถ้าหาไม่เจอมายืนรอตรงนี้ก่อนดีกว่า” เจ้าหน้าที่คนเก่าพูดขึ้นทันทีที่เห็นลูกค้าคนนั้นเริ่มรื้อกระเป๋าถือ

แม่เภาฟังอยู่นาน ในใจก็คิดว่า มาทำงานบริการเหตุไฉนจึงมึนตึงอย่างนี้ เดี๋ยวเถอะ รอให้ถึงคิวแม่ก่อนเถอะ ไม่รู้จักแม่เภาเสียแล้ว

ถึงคิวแม่เภาแล้ว แม่เภายื่นบิลสามใบที่ซื้อของมา เอ้า ดูซิ จะพูดจาแบบมะนาวไม่มีน้ำออกมาอีกไหม จะได้เห็นดีกัน

 “บิลแค่นี้นะคะ ไม่มีเพิ่มแล้วนะ” ประโยคซ้ำๆ เหมือนเดิม และพูดจาไม่มองหน้าเหมือนเดิม

 “บัตรประชาชนด้วย คนด้านหลังด้วยนะคะ” ประโยคหลังเริ่มเสียงดัง “เตรียมบัตรประชาชนไว้ด้วยเลย ไม่ต้องให้ทวง”

แม่เภาขยับเข้าไปใกล้ หยิบบัตรประชาชนออกมา และกำลังจะออกปากสวนกลับไปว่า ลูกค้าเขามาซื้อของ มาขอใบกำกับภาษี ไม่ใช่เทวดานี่ จะไปรู้ได้อย่างไรว่ามันมีขั้นตอนอะไรบ้าง

แต่แล้วอะไรบางอย่างก็ทำให้แม่เภาหยุดปากตัวเองไว้  แม่เภาเห็นเจ้าหน้าที่หน้ายักษ์คนนั้นเอามือเสยผม แล้วก็ถอนใจ อยู่ๆ แม่เภาก็เปลี่ยนคำถาม “ลูกค้าเยอะอย่างนี้ตั้งแต่เช้าเลยหรือหนู”

เจ้าหน้าที่พยักหน้า แม่เภาจึงถามอีก “แล้วได้เปลี่ยนเวรบ้างหรือยัง” เจ้าหน้าที่ส่ายหน้า

แม่เภาดูนาฬิกา นี่มันจะหกโมงอยู่แล้ว “เหนื่อยไหมลูก”

เจ้าหน้าที่เงยหน้ามองแม่เภา จู่ๆ ใบหน้าของนางยักษ์หายไปไหนแล้วก็ไม่รู้ แม่เภารู้สึกอย่างนั้นจริงๆ  “ก็เหนื่อยนิดหน่อยค่ะ” ใบหน้าของนางอัปสรลอยมาสวมลงกับใบหน้าอันแย้มยิ้มของเจ้าหน้าที่คนนั้นทันที

หลังจากแม่เภาส่งบัตรประชาชนให้เจ้าหน้าที่ แม่เภาเห็นได้ชัดเลยว่า เธอทำงานมีความสุขมากขึ้น เธอเขียนเอกสารไปด้วยมีรอยยิ้มบางๆ เปื้อนอยู่บนใบหน้าไปด้วย

 ตอนที่เธอส่งใบกำกับภาษีให้แม่เภา หน้าตาเธอดูอิดโรยน้อยลง และที่ดีกว่านั้นก็คือ น้ำเสียงตอนที่เธอบอกให้คิวต่อไปเข้ามาได้ ก็เป็นเสียงที่ไพเราะกว่าเสียงแม่เภาได้ยินมาก่อนหน้านี้

คืนนั้น ทุกคนในครอบครัวมีความสุขกับของขวัญ แต่ของขวัญที่แม่เภาให้กับตัวเองนี่สิ การได้ฉุกคิดแล้วเอาใจเขามาใส่ใจเรา มันทำให้แม่เภาได้รอยยิ้มจากนางอัปสรมาเป็นของขวัญอีกชิ้นหนึ่ง

ของขวัญชิ้นที่พิเศษไม่แพ้ชิ้นไหนๆ.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

รู้แล้ว..เอามาเล่าต่อ

บางวัน…เราไม่ได้อยากกินของอร่อยมากเท่าอยากกิน “ของดีต่อร่างกาย” มากกว่า เช้าวันที่เรารู้สึกว่าท้องไม่ค่อยสบาย อยากได้อะไรเบาๆ แต่ยังอิ่มท้องและดีต่อลำไส้ เครื่องดื่มอุ่นๆ สักแก้วอาจเป็นคำตอบที่ดีที่สุด และถ้าเครื่องดื่มแก้วนั้นทำจาก “ถั่วลูกไก่” ที่หลายคนรู้จักในชื่อถั่วชิกพี ก็ยิ่งน่าสนใจขึ้นไปอีก

รู้จักไหม..สปาใจ

มนุษย์ป้าเป็นคนหนึ่งนะ ที่พอทำครัวเสร็จก่อนนั่งลงกินข้าว ต้องล้างเครื่องครัว และจานทุกใบให้หมดจดไปรอบหนึ่งก่อน จากนั้นเวลากินข้าวเสร็จก็จะต้องลุกไปล้างจานทันที ก่อนที่จะทำอะไรอย่างอื่นต่อไป

ลัทธิ..บูชาความงาม!

นาทีนี้คอหนังซีรีส์ในแพลตฟอร์มต่างๆ ที่ต้องควักเงินจ่ายค่าดู หากไม่เคยปีนขึ้นไปบนกำแพงจีนนั่งดูละครแนวพีเรียดเรื่อง "ล่าหยก" ก็ถือว่า out ไม่ใช่แฟนคลับซีรีส์ หรือก็น่าจะอายุไม่ถึงเกณฑ์ที่เรียกว่า วัยเกษียณ

คำตอบจาก..ครูใหญ่

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่โรงเรียนมัธยมเป่าอันในเซินเจิ้น กำลังเป็นไวรัลและซึ้งใจชาวเน็ตจีนในขณะนี้ หลังนักเรียนชั้น ม.6 ที่กำลังเครียดกับการเตรียมสอบเข้ามหาวิทยาลัย (เกาเข่า) เขียนจดหมายร้องเรียนขอให้โรงเรียน "รื้อรังนก" เพราะเสียงนกร้องรบกวนสมาธิ แต่คำตอบของครูใหญ่นั้นกลับกลายเป็นบทเรียนชีวิตที่ล้ำค่า

มาขยับร่างกายกันดีกว่า

โลกใบนี้หนอ?!? นึกๆ ไปมันก็แปลก คนที่ยังขยับได้ กลับไม่ค่อยยอมขยับ นั่งจ่อมอยู่บนเก้าอี้ บ้างก็นั่งๆ นอนๆ อยู่บนเตียง ไถมือถือ ดูทีวี ฟังวิทยุ อ่านหนังสือ ส่วนคนที่ขยับไม่ได้ ประมาณว่า ป่วยติดเตียง หรือว่าเดี้ยงโดยเหตุผลอันใดก็ตาม ก็อยากจะขยับขาขึ้นมาเดินเหลือเกิน