สำนึกรู้ดูแล..ยักษา

ถ้าไปวัดโพธิ์ เราก็ต้องคิดถึง "ยักษ์"

ในสมัยป้ายังผูกคอซอง เราเคยได้ยินเพลงจากหนังพญาโศก ที่ร้องโฆษณาว่า ..ยักษ์วัดแจ้งแต่งตัวโก๋ ชวนยักษ์วัดโพธิ์ไปดูพญาโศก..555 จำได้แค่นี้แหละ เนื้อเรื่องของหนังเป็นยังไงจำไม่ได้แล้วล่ะ

วันก่อน..ไปเที่ยวที่วัดโพธิ์แบบชิลๆ ด้วยรถไฟใต้ดิน โผล่ที่สถานีสนามไชย อันแสนงดงาม นักท่องเที่ยวยังไม่คึกคักสักเท่าไร แต่ก็สามารถเรียกว่านักท่องเที่ยวกลับมาแล้ววววว

หลังจากใช้เวลาพอสมควร มนุษย์ป้ากำลังจะกลับ ดั๊นสอดส่ายสายตาไปเห็นคุณยักษ์จีน (บ้างก็บอกไม่ใช่ยักษ์ แต่เป็นตุ๊กตาหินจำลองจากเรื่องสามก๊ก) หน้าตาดุดัน ใจดี๊ดี!! ยอมให้ใครก็ไม่รู้มาฝาก "แขวน" ของไว้ตรงชายผ้าไหวของเครื่องแบบยักษ์จีน ...บอกตามตรงว่า ให้รู้สึกตะหงิดๆ หุดหิดใจ

ถ้าพี่ยักษ์พูดได้..คงอยากจะบอกว่า โควิด-19 ค่อยๆ ทุเลาลงแล้ว ซึ่งหมายถึงนักท่องเที่ยวที่หายหน้าหายตาไปนาน จะหลั่งไหลกลับมาเยี่ยมพี่ยักษ์ให้หายเหงา หมดภาวะซึมเศร้าอย่างแน่นอน ดังนั้น..พี่น้องทั้งหลายไม่ว่าจะเป็นขาจร ขาประจำเฝ้าวัดโพธิ์ กรุณาหาที่ "ฝาก" แขวนของที่ใหม่ ดูให้เหมาะและไม่ดูรกหูรกตานะจ๊ะ เพราะพี่ยักษ์คงต้องทำงานหนักตั้งแต่เช้าจนย่ำค่ำ สู้แสงแดด สู้กล้อง จ้องมือถือรุ่นต่างๆ และรวมเซลฟี "เช็กอิน" กับนานาชาติสารพัด รับรองว่าไม่มีเวลามารับภาระน่าอเนจอนาถแบบในรูปที่เห็นแน่นอน

อยากจะบอกว่า การมีสำนึกดูแลรักษาสถานที่ท่องเที่ยว โบราณสถาน และโบราณวัตถุนั้น เป็นหน้าที่พลเมืองอย่างหนึ่ง เพราะมันคือ "หน้าตา" ของประเทศ และมันคือความภาคภูมิใจของประชาชนคนไทย..นะคะ

ลองคิดดู แค่ไอดอลชาวจีนไต้หวันเอาเรื่องไม่ดีของตำรวจไทยไปโพสต์ในโซเชียล พวกเราก็เหมือนโดนตบหน้าไปด้วย ฉะนั้น คิดถึงพี่ยักษ์ หรือรูปปั้นในทุกแห่งที่เราได้ไปด้วยนะคะ ว่าเราควรจะดูแลสิ่งเหล่านี้อย่างไร โดยเฉพาะคนที่รับผิดชอบสถานที่นั้นๆ..ฝากด้วยนะจ๊ะ.                                                                

'ป้าเอง'

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

มาขยับร่างกายกันดีกว่า

โลกใบนี้หนอ?!? นึกๆ ไปมันก็แปลก คนที่ยังขยับได้ กลับไม่ค่อยยอมขยับ นั่งจ่อมอยู่บนเก้าอี้ บ้างก็นั่งๆ นอนๆ อยู่บนเตียง ไถมือถือ ดูทีวี ฟังวิทยุ อ่านหนังสือ ส่วนคนที่ขยับไม่ได้ ประมาณว่า ป่วยติดเตียง หรือว่าเดี้ยงโดยเหตุผลอันใดก็ตาม ก็อยากจะขยับขาขึ้นมาเดินเหลือเกิน

มนุษย์หนอ...ในยามวิกฤต

เมื่อสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางปะทุขึ้นอีกระลอก ผลกระทบไม่ได้จำกัดอยู่เพียงพื้นที่สงคราม แต่ลุกลามมาถึงเศรษฐกิจโลก รวมถึงประเทศไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะต้นทุนพลังงานและราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลต่อราคาสินค้าอุปโภคบริโภคแทบทุกชนิด

กตัญญู..มองผ่านซีรีส์

ในยุคที่ทุกคนก้มหน้าจอโทรศัพท์ จีนได้ใช้มินิซีรีส์แนวตั้ง หรือ “ดรามาสั้นแนวตั้ง” ความยาวตอนละ 1-2 นาที เป็นอาวุธลับในการฟื้นฟูค่านิยมกตัญญู อย่างเป็นระบบ

น้ำมันแพง..ได้เวลาดับไฟ?!?

ลูกหลานเจนใหม่ X Y Z คงจะนึกภาพไม่ออกกระมังว่า สถานการณ์ระส่ำระสายวุ่นวายอันเกิดจากน้ำมันขาดแคลนนั้น มันเป็นอย่างไร แต่มนุษย์ลุงป้าน้าอา เจอะเจอกันมาแล้วหลายครั้งนะ

โลกมันก็เป็นแบบนี้!!

เปิดทีวี ฟังวิทยุ หรือคลิกเข้าไปในโลกโซเชียล รู้สึกแบบมนุษย์ป้า!! ไหมคะว่า โลกทุกวันนี้เต็มไปด้วยข่าวสารที่ดูเหมือนจะหนักหน่วงขึ้นทุกวัน วุ่นวายปั่นป่วนเกินกว่าจะรับไหว ใจรู้สึกเบื่อหน่าย เหนื่อยล้า และกังวลอย่างบอกไม่ถูก และบางคนคงถึงขั้นอยากจะตะโกนบอกว่า “โลกทุกวันนี้มันช่างไม่น่าอยู่เอาเสียเลย”

เรื่องเล่าที่งดงาม "ลุงแฟรงก์กับสมาร์ทโฟน"

“ผมชื่อแฟรงก์ อายุ 73 ปี ปีที่แล้วลูกสาวซื้อสมาร์ทโฟนให้เป็นของขวัญคริสต์มาส บอกให้เลิกใช้โทรศัพท์ฝาพับเสียที” ผมไม่ได้อยากได้มัน ใช้แค่โทร.ออกเหมือนเครื่องเก่า จนวันหนึ่งเผลอเปิดแอปชุมชนชื่อ Nextdoor และเกือบลบทิ้ง กระทั่งเห็นโพสต์หนึ่งถามว่า “มีใครรู้วิธีปะถุงเท้าไหมคะ? ถุงเท้าคุณปู่จากสงครามโลกครั้งที่สองกำลังเป็นรู แต่ฉันอยากเก็บมันไว้”