
ดูเหมือนว่าในปีนี้ยังคงมีหลายปัจจัยที่ทำให้เกิดความผันผวนทางเศรษฐกิจทั้งในและต่างประเทศ แต่ในขณะเดียวกันนักลงทุนก็เชื่อว่าการแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศควรเป็นภารกิจสำคัญห้าอันดับแรกสำหรับธุรกิจ
นายชาญชัย ชัยประสิทธิ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท PwC ประเทศไทย กล่าวว่า จริงอยู่ว่านักลงทุนไทยเริ่มให้น้ำหนักกับรายงานความยั่งยืนกันมากขึ้น และถูกนำมาใช้เป็นหนึ่งในปัจจัยที่ประกอบการพิจารณาการลงทุนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยปัจจุบันนักลงทุนส่วนใหญ่อยู่ในช่วงของการเรียนรู้และทำความเข้าใจกับรายงานความยั่งยืนของบริษัทจดทะเบียน แต่อย่างไรก็ดีรายงานความยั่งยืนของบริษัทไทยที่ได้มาตรฐานยังจำกัดอยู่เฉพาะในกลุ่มบริษัทจดทะเบียนขนาดใหญ่ที่ทำธุรกิจ หรือเป็นคู่ค้ากับต่างประเทศเท่านั้น ดังนั้นการได้รับการตรวจสอบ ESG Assurance จากหน่วยงานหรือผู้สอบบัญชีที่น่าเชื่อถือ จะเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นให้กับรายการที่บริษัทได้ทำการเปิดเผยให้แก่นักลงทุน
นอกจากนี้ ข้อมูลจากสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือด้าน ESG ก็ไม่ได้เติมเต็มช่องว่างของความน่าเชื่อถือนี้ โดยมีเพียง 22% ของนักลงทุนที่ถูกสำรวจที่กล่าวว่า พวกเขาใช้สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือในระดับที่มาก หรืออย่างมาก
นักลงทุนที่ถูกสำรวจ เห็นว่าการจัดการกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ โดย 2 ใน 3 กล่าวว่า การมุ่งเน้นการลงทุนด้าน ESG นั้น มาจากความปรารถนาที่ต้องการเพิ่มผลตอบแทนจากการลงทุน และ 68% กล่าวว่า การปกป้องผลตอบแทนจากการลงทุนก็เป็นแรงจูงใจเช่นกัน ขณะที่นักลงทุนมากถึง 82% กล่าวว่า เป็นการตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้า
จะเห็นได้ว่า ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงการตระหนักเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ที่เพิ่มขึ้นในฐานะความเสี่ยงที่สำคัญที่อาจเกิดขึ้นกับธุรกิจ โดย 1 ใน 5 เชื่อว่าบริษัทต่างๆ มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น หรือเพิ่มขึ้นอย่างมากที่จะเผชิญกับความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศในอีก 12 เดือนข้างหน้า และเมื่อมองไปในช่วงเวลา 5 ปีข้างหน้า ตัวเลขดังกล่าวยังสูงขึ้นเป็น 37% ซึ่งเท่ากับความกังวลเกี่ยวกับความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ และยังพบว่าในช่วงระยะเวลา 10 ปี การเปลี่ยนแปลงด้านพลังงานเกือบจะสัมพันธ์กับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี เนื่องจากเป็นแนวโน้มที่จะส่งผลกระทบอย่างมีนัย หรือมีนัยอย่างมากต่อความสามารถในการทำกำไร
ขณะที่นักลงทุน 66% กล่าวว่า บริษัทต่างๆ ควรเปิดเผยมูลค่าทางการเงินของ "ผลกระทบจากการดำเนินงานหรือกิจกรรมอื่นๆ ที่มีต่อสิ่งแวดล้อม หรือสังคม" เนื่องจากจะช่วยให้บริษัทต่างๆ เข้าใจถึงผลทางเศรษฐกิจอย่างเต็มที่ของการตัดสินใจทางธุรกิจของพวกเขา และมีเพียง 13% เท่านั้นที่ไม่เห็นด้วย นอกจากนี้เกือบ 3 ใน 4 ของนักลงทุน ต้องการให้บริษัทต่างๆ รายงานต้นทุนเพื่อให้เป็นไปตามพันธสัญญาด้านความยั่งยืนที่พวกเขาได้ตั้งเป้าไว้
ส่วนความเห็นของนายวิล แจ็กสัน-มัวร์ หัวหน้ากลุ่มธุรกิจ ESG ทั่วโลก PwC ประเทศสหราชอาณาจักร กล่าวว่า แม้ในสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจที่ท้าทาย นักลงทุนเกือบครึ่งหนึ่งมองว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นภารกิจที่มีความสำคัญสูงสุด 5 อันดับแรกสำหรับธุรกิจ การเปลี่ยนแปลงองค์กรสู่การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ถือเป็นขั้นตอนสำคัญต่อการบรรลุความสำเร็จทางการค้าและการดึงดูดเงินทุน นักลงทุนคาดหวังให้ธุรกิจเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่จะช่วยเพิ่มผลกำไร สร้างความไว้วางใจ และส่งมอบผลลัพธ์ที่ยั่งยืนได้
ขณะเดียวกัน ความน่าเชื่อถือในการรายงานความยั่งยืน ถือเป็นสิ่งสำคัญสำหรับนักลงทุน ในเรื่องของการตรวจสอบและให้การรับรอง 3 ใน 4 ของนักลงทุนกล่าวว่า การให้การรับรองรายงานที่สมเหตุสมผลจะให้ความมั่นใจแก่พวกเขาในการรายงานความยั่งยืนขององค์กร นอกจากนี้นักลงทุนยังมีมุมมองที่ชัดเจนเกี่ยวกับสิ่งที่พวกเขาต้องการจากผู้ให้การรับรองรายงาน โดย 72% กล่าวว่า สิ่งสำคัญคือผู้ให้การรับรองจะต้องมีความเป็นอิสระและมีมาตรฐานทางจริยธรรม และ 73% เน้นย้ำถึงความสำคัญของการตั้งข้อสังเกตและสงสัยของผู้ประกอบวิชาชีพ โดยการมีความรู้เกี่ยวกับประเด็นเรื่องการตรวจสอบถือเป็นคุณสมบัติอันดับแรกที่นักลงทุนต้องการจากผู้ให้การรับรอง.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ยาแรงหรือแค่ยาแก้ปวด?
ท่ามกลางภาวะสุญญากาศทางเศรษฐกิจที่ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ไทยต้องเผชิญกับมรสุม "วิกฤตซ้ำซ้อน" มาอย่างยาวนาน ตั้งแต่บาดแผลเรื้อรังจากโรคระบาดที่ยังไม่ทันสมานดี กลับต้องมาถูกซ้ำเติมด้วยวิกฤตพลังงานโลกที่ทำให้ต้นทุนการผลิตและค่าขนส่งพุ่งทะยานอย่างควบคุมไม่ได้ สถานการณ์ในวันนี้ไม่ใช่เพียงแค่การกำไรลดลง แต่คือการดิ้นรนเพื่อความอยู่รอดในสภาวะที่ "สภาพคล่องติดขัด หนี้เสียติดหล่ม และหนี้นอกระบบกลายเป็นกับดัก"
กระตุ้นท่องเที่ยวขับเคลื่อนเศรษฐกิจ
อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ถือเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญของเศรษฐกิจไทย ทั้งในด้านการสร้างรายได้ การจ้างงาน และการกระจายเม็ดเงินสู่ภูมิภาคต่างๆ ของประเทศ ภายหลังการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวทั่วโลก
โซลาร์รูฟท็อป ฝ่าวิกฤตค่าไฟฟ้าแพง
สถานการณ์สงครามตะวันออกกลางส่งผลให้ราคาพลังงานเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว ทั่วโลกต่างได้รับผลกระทบกันถ้วนหน้า ซึ่ง คุรุจิต นาครทรรพ ผู้อำนวยการสถาบันปิโตรเลียมและพลังงานแห่งชาติ คาดการณ์ว่าสถานการณ์คงจะยืดเยื้อไม่จบภายในปี 2569 จะทำให้วิกฤตราคาพลังงานลากยาว ดังนั้นประเทศไทยต้องเร่งปรับตัวเพื่อรองรับกับวิกฤตดังกล่าว
เมื่อ‘การมีงาน’ไม่ได้แปลว่า‘มั่นคง’?
เพิ่งจะผ่านพ้นวันที่ 1 พฤษภาคมไป ซึ่งแน่นอนว่า “แรงงาน” ในสังคมไทยนับว่ามีความสำคัญอย่างมากในฐานะกำลังสำคัญของเศรษฐกิจ แต่ในวันแรงงานปี 2569 คำถามของคนทำงานจำนวนไม่น้อยอาจไม่ใช่เพียง “ยังมีงานทำหรือไม่” หากเป็น “รายได้ที่มีอยู่ วันนี้ยังพอรับมือกับความไม่แน่นอนข้างหน้าได้แค่ไหน?”
หนึ่งทศวรรษค่าจ้างขั้นต่ำไทย
ในช่วงกว่าทศวรรษที่ผ่านมา ‘ค่าจ้างขั้นต่ำ’ ของประเทศไทยถูกวางบทบาทให้เป็นทั้งเครื่องมือคุ้มครองแรงงานและกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก ตัวเลขที่ปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องอาจสะท้อนภาพของความก้าวหน้าในเชิงนโยบาย
เมื่อดาต้าไม่ได้มาแค่สร้างตึก
ย้อนกลับไปเมื่อ 2-3 ปีก่อน เราอาจได้ยินข่าวการลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ (Data Center) ในไทยระดับ “หมื่นล้าน” จนคุ้นหู แต่ภาพเหล่านั้นมักจะเป็นเพียงตัวเลขบนกระดาษหรือไซต์ก่อสร้างขนาดใหญ่ในแถบเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) แต่ว่าในปี 2026 นี้ ทิศทางได้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เมื่อยักษ์ใหญ่อย่าง DayOne Data Center ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ประกาศเฟ้นหาบุคลากรไทยกว่า 500 ตำแหน่ง

