โลกดิจิทัลเป็นเรื่องของเทคโนโลยีสื่อสารสนเทศที่ก้าวไกลหยุดไม่อยู่ สามารถย่อโลกใบใหญ่ให้เหลือแค่อยู่บนจอมือถือได้อย่างน่าอัศจรรย์
วันนี้ไปไหนมาไหน จึงเห็นแต่ภาพคนถือเจ้าเครื่องสี่เหลี่ยมขนาดมือของเรา แล้วก็สนใจจับจ้องมัน เหมือนหลุดเข้าไปในโลกสี่เหลี่ยมตรงนั้น โดยไม่มีใครสนใจที่จะทัศนาวิวหรือทิวทัศน์สองข้างทางระหว่างการสัญจรไปโน่นมานี่อีกต่อไป
มันเป็นโลกที่สงบ หรือมันเป็นโลกที่ซับซ้อน สับสน ..มนุษย์ป้าเองก็สงสัย เพราะขึ้นรถไฟฟ้าบ้าง รถไฟดินบ้าง ไม่เคยเห็นคนหยิบหนังสือมาอ่านสักคน และที่ขำคือ พอมนุษย์ป้าหยิบ นสพ.มาอ่าน กลายเป็น "มนุษย์ไดโนเสาร์" ชอบกล
ชีวิตแบบนี้ มีอาจารย์ท่านหนึ่งบอกกับมนุษย์ป้าว่า มันคือยุคดิจิทัล และพวกเราที่อายุ 60 นั้นก็ไม่สามารถเรียกตัวเองว่าเป็นคนในสังคมดิจิทัลได้ แต่เราเป็นแค่ ..Digital immigrant หรือผู้อพยพเข้ามาอยู่ในโลกดิจิทัล ที่มีพวกดิจิทัลโดยกำเนิด หรือ Digital native ครอบครองสังคมทั้งหมดอยู่ เพราะทุกวันนี้สังคมของกลุ่มชนดิจิทัลโดยกำเนิดเริ่มเข้มแข็งขึ้น "กะเหรี่ยงดิจิทัล" หรือผู้อพยพดิจิทัล Digital immigrant อย่างพวกเราก็ต้องปรับตัวและยอมรับว่าเป็นชนกลุ่มน้อยเสียแล้ว
กะเหรี่ยงดิจิทัลอย่างมนุษย์ป้า จะปฏิเสธการไม่เข้าร่วมสังคมของกลุ่มชนดิจิทัลเลย ก็เห็นจะต้องไปอยู่ในถ้ำ อยู่ในป่าเขา ที่ไม่มีไฟฟ้าใช้เลย ดังนั้น การเรียนรู้และหาทางใช้ประโยชน์จากยุคดิจิทัล จึงเป็นสิ่งที่ควรจะเดินเข้าไป เพียงแต่ต้องระมัดระวัง อย่าตกหลุมดิจิทัลจนเกิดอาการแบบว่า มือถือหาย แทบคลั่ง สติหลุด เหมือนโลกทั้งใบสูญสลายไปด้วยนะคะ
ยอมรับเลยค่ะว่า ทุกวันนี้จะจำเบอร์โทรศัพท์สักเบอร์มันยากเย็นเข็ญใจ ไม่เหมือนตอนไม่มีมือถือเลย ..พับเผื่อย.
'ป้าเอง'
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
มาขยับร่างกายกันดีกว่า
โลกใบนี้หนอ?!? นึกๆ ไปมันก็แปลก คนที่ยังขยับได้ กลับไม่ค่อยยอมขยับ นั่งจ่อมอยู่บนเก้าอี้ บ้างก็นั่งๆ นอนๆ อยู่บนเตียง ไถมือถือ ดูทีวี ฟังวิทยุ อ่านหนังสือ ส่วนคนที่ขยับไม่ได้ ประมาณว่า ป่วยติดเตียง หรือว่าเดี้ยงโดยเหตุผลอันใดก็ตาม ก็อยากจะขยับขาขึ้นมาเดินเหลือเกิน
มนุษย์หนอ...ในยามวิกฤต
เมื่อสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางปะทุขึ้นอีกระลอก ผลกระทบไม่ได้จำกัดอยู่เพียงพื้นที่สงคราม แต่ลุกลามมาถึงเศรษฐกิจโลก รวมถึงประเทศไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะต้นทุนพลังงานและราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลต่อราคาสินค้าอุปโภคบริโภคแทบทุกชนิด
กตัญญู..มองผ่านซีรีส์
ในยุคที่ทุกคนก้มหน้าจอโทรศัพท์ จีนได้ใช้มินิซีรีส์แนวตั้ง หรือ “ดรามาสั้นแนวตั้ง” ความยาวตอนละ 1-2 นาที เป็นอาวุธลับในการฟื้นฟูค่านิยมกตัญญู อย่างเป็นระบบ
น้ำมันแพง..ได้เวลาดับไฟ?!?
ลูกหลานเจนใหม่ X Y Z คงจะนึกภาพไม่ออกกระมังว่า สถานการณ์ระส่ำระสายวุ่นวายอันเกิดจากน้ำมันขาดแคลนนั้น มันเป็นอย่างไร แต่มนุษย์ลุงป้าน้าอา เจอะเจอกันมาแล้วหลายครั้งนะ
โลกมันก็เป็นแบบนี้!!
เปิดทีวี ฟังวิทยุ หรือคลิกเข้าไปในโลกโซเชียล รู้สึกแบบมนุษย์ป้า!! ไหมคะว่า โลกทุกวันนี้เต็มไปด้วยข่าวสารที่ดูเหมือนจะหนักหน่วงขึ้นทุกวัน วุ่นวายปั่นป่วนเกินกว่าจะรับไหว ใจรู้สึกเบื่อหน่าย เหนื่อยล้า และกังวลอย่างบอกไม่ถูก และบางคนคงถึงขั้นอยากจะตะโกนบอกว่า “โลกทุกวันนี้มันช่างไม่น่าอยู่เอาเสียเลย”
เรื่องเล่าที่งดงาม "ลุงแฟรงก์กับสมาร์ทโฟน"
“ผมชื่อแฟรงก์ อายุ 73 ปี ปีที่แล้วลูกสาวซื้อสมาร์ทโฟนให้เป็นของขวัญคริสต์มาส บอกให้เลิกใช้โทรศัพท์ฝาพับเสียที” ผมไม่ได้อยากได้มัน ใช้แค่โทร.ออกเหมือนเครื่องเก่า จนวันหนึ่งเผลอเปิดแอปชุมชนชื่อ Nextdoor และเกือบลบทิ้ง กระทั่งเห็นโพสต์หนึ่งถามว่า “มีใครรู้วิธีปะถุงเท้าไหมคะ? ถุงเท้าคุณปู่จากสงครามโลกครั้งที่สองกำลังเป็นรู แต่ฉันอยากเก็บมันไว้”


