เปิดประเทศนักท่องเที่ยวทะลัก

เป็นที่น่าปลื้มใจมากกับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในไทย หลังจากต้องเจอกับวิกฤตจากโควิด-19 กันมานาน ซึ่งนั่นก็กระทบไปทั่วโลก เมื่อวิกฤตคลี่คลายลงก็หมายความว่าแต่ละประเทศต้องลุกขึ้นมาต่อสู้เพื่อชิงความได้เปรียบในการฟื้นตัวในครั้งนี้ แน่นอนว่าไทยเราก็เป็นประเทศแรกๆ ที่ประกาศนโยบายเปิดประเทศแบบที่ทำให้ทั่วโลกตะลึงในความกล้าครั้งนี้ ที่สุดแล้วก็ได้ผลเกินคาด

หลังจากที่หน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนต่างร่วมมือร่วมใจให้วิกฤตผ่านพ้นไป เรียกได้ว่าไม่สูญเปล่า ล่าสุดจะเห็นได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ทยอยเดินทางเข้าไทยต่อเนื่อง ประจวบเหมาะกับที่จีนเปิดประเทศเมื่อวันที่ 8 ม.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งส่วนใหญ่ปักหมุดเดินทางมาท่องเที่ยวที่ไทย เรียกว่าปัจจุบันนักท่องเที่ยวมืดฟ้ามัวดิน จนทำให้เกิดดรามาที่สนามบินมีผู้โดยสารใช้บริการคับคั่ง ซึ่งก็พบว่าเป็นในบางช่วงเวลา แน่นอนว่าในต่างประเทศทั่วโลกก็เจอปัญหาเช่นเดียวกัน ซึ่งเกิดจากการขาดแคลนพนักงานจากผลกระทบโควิด-19 ก่อนหน้านี้นั่นเอง

ไม่พูดพร่ำทำเพลง ล่าสุดนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม ให้ข้อมูลปริมาณผู้โดยสารในระบบขนส่งสาธารณะระหว่างประเทศประจำเดือน ก.พ.2566 ว่า ภาพรวมการเดินทางประจำเดือน ก.พ.2566 (ข้อมูล ณ วันที่ 1 มี.ค.2566) พบว่ามีปริมาณผู้โดยสารเดินทางเข้า-ออกประเทศในทุกมิติการขนส่งรวม 4,562,670 คน โดยเมื่อพิจารณาปริมาณผู้โดยสารรายมิติการขนส่ง พบว่าทางอากาศมีสัดส่วนปริมาณผู้โดยสารสูงสุด คิดเป็น 96.73% รองลงมาคือ ทางน้ำ 1.84% ทางถนน 1.10% และทางราง 0.33%

สำหรับปริมาณการเดินทางของผู้โดยสารในระบบขนส่งสาธารณะ แบ่งเป็น 1.ทางถนน มีปริมาณผู้โดยสารเดือน ก.พ.2566 รวม 50,136 คน เพิ่มขึ้นจากค่าเฉลี่ยรายเดือนปี 2565 ซึ่งมีผู้โดยสารเฉลี่ยเดือนละ 41,050 คน คิดเป็น 22.13% แต่เมื่อเปรียบเทียบกับเดือน ม.ค.2566 ซึ่งมีผู้โดยสาร 56,170 คน พบว่ามีจำนวนผู้โดยสารลดลง คิดเป็น 10.74% อีกทั้งเมื่อพิจารณาสัดส่วนการเดินทางขาเข้าและขาออกประเทศในเดือน ก.พ.2566 พบว่ามีผู้โดยสารขาเข้า 15,363 คน หรือ 31% และมีผู้โดยสารขาออก 34,773 คน หรือ 69%

2.ทางราง มีปริมาณผู้โดยสารเดือน ก.พ.2566 รวม 14,996 คน ลดลงจากค่าเฉลี่ยรายเดือนปี 2565 ซึ่งมีผู้โดยสารเฉลี่ยเดือนละ 15,021 คน หรือลดลง 0.17% ทั้งนี้ เมื่อเปรียบเทียบกับเดือน ม.ค.2566 ซึ่งมีผู้โดยสาร 14,271 คน พบว่ามีจำนวนผู้โดยสารเพิ่มขึ้น คิดเป็น 5.08% เมื่อพิจารณาสัดส่วนการเดินทางขาเข้าและขาออกประเทศในเดือน ก.พ.2566 พบว่ามีผู้โดยสารขาเข้า 7,339 คน หรือ 49% และมีผู้โดยสารขาออก 7,657 คน หรือ 51%

3.ทางน้ำ มีปริมาณผู้โดยสารเดือน ก.พ.2566 รวม 83,950 คน เพิ่มขึ้นจากค่าเฉลี่ยรายเดือนปี 2565 ซึ่งมีผู้โดยสารเฉลี่ยเดือนละ 22,291 คน หรือเพิ่มขึ้น 276.61% ทั้งนี้ เมื่อเปรียบเทียบกับเดือน ม.ค.2566 ซึ่งมีผู้โดยสาร 92,026 คน พบว่ามีจำนวนผู้โดยสารลดลง คิดเป็น 8.78% เมื่อพิจารณาสัดส่วนการเดินทางขาเข้าและขาออกประเทศในเดือน ก.พ.2566 พบว่ามีผู้โดยสารขาเข้า 43,844 คน หรือ 52% และมีผู้โดยสารขาออก 40,106 คน หรือ 48% และเมื่อพิจารณาสัดส่วนการเดินทางขาเข้าระหว่างท่าเรือชายแดนและเรือยอชต์ พบว่ามีผู้โดยสารเดินทางผ่านท่าเรือชายแดน 43,368 คน หรือ 99% และมีปริมาณผู้โดยสารเดินทางด้วยเรือยอชต์ 476 คน หรือ 1%

4.ทางอากาศ มีปริมาณผู้โดยสารเดือนกุมภาพันธ์ 2566 รวม 4,413,588 คน เพิ่มขึ้นจากค่าเฉลี่ยรายเดือนปี 2565 ซึ่งมีผู้โดยสารเฉลี่ยเดือนละ 1,828,077 คน หรือเพิ่มขึ้น 141.43% ทั้งนี้ เมื่อเปรียบเทียบกับเดือน ม.ค.2566 ซึ่งมีผู้โดยสาร 4,506,730 คน พบว่ามีจำนวนผู้โดยสารลดลง คิดเป็น 2.07% โดยในเดือน ก.พ.2566 เป็นการเดินทางขาเข้าประเทศ จำนวน 2,194,529 คน เพิ่มขึ้นจากค่าเฉลี่ยรายเดือนปี 2565 ซึ่งมีผู้โดยสารขาเข้าเฉลี่ยเดือนละ 937,458 คน คิดเป็น 134.09%

ขณะเดียวกันเมื่อพิจารณาสัดส่วนการเดินทางรายท่าอากาศยานในเดือน ก.พ.2566 พบว่ามีปริมาณการเดินทางผ่านท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ 2,953,452 คน คิดเป็น 67% มีปริมาณการเดินทางผ่านท่าอากาศยานดอนเมือง 591,017 คน คิดเป็น 13% และมีปริมาณการเดินทางผ่านท่าอากาศยานภูมิภาค 869,119 คน คิดเป็น 20% หรือสัดส่วนการเดินทางผ่านท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ท่าอากาศยานดอนเมือง และท่าอากาศยานภูมิภาค คิดเป็น 67:13:20.

กัลยา ยืนยง

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ยาแรงหรือแค่ยาแก้ปวด?

ท่ามกลางภาวะสุญญากาศทางเศรษฐกิจที่ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ไทยต้องเผชิญกับมรสุม "วิกฤตซ้ำซ้อน" มาอย่างยาวนาน ตั้งแต่บาดแผลเรื้อรังจากโรคระบาดที่ยังไม่ทันสมานดี กลับต้องมาถูกซ้ำเติมด้วยวิกฤตพลังงานโลกที่ทำให้ต้นทุนการผลิตและค่าขนส่งพุ่งทะยานอย่างควบคุมไม่ได้ สถานการณ์ในวันนี้ไม่ใช่เพียงแค่การกำไรลดลง แต่คือการดิ้นรนเพื่อความอยู่รอดในสภาวะที่ "สภาพคล่องติดขัด หนี้เสียติดหล่ม และหนี้นอกระบบกลายเป็นกับดัก"

กระตุ้นท่องเที่ยวขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ถือเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญของเศรษฐกิจไทย ทั้งในด้านการสร้างรายได้ การจ้างงาน และการกระจายเม็ดเงินสู่ภูมิภาคต่างๆ ของประเทศ ภายหลังการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวทั่วโลก

โซลาร์รูฟท็อป ฝ่าวิกฤตค่าไฟฟ้าแพง

สถานการณ์สงครามตะวันออกกลางส่งผลให้ราคาพลังงานเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว ทั่วโลกต่างได้รับผลกระทบกันถ้วนหน้า ซึ่ง คุรุจิต นาครทรรพ ผู้อำนวยการสถาบันปิโตรเลียมและพลังงานแห่งชาติ คาดการณ์ว่าสถานการณ์คงจะยืดเยื้อไม่จบภายในปี 2569 จะทำให้วิกฤตราคาพลังงานลากยาว ดังนั้นประเทศไทยต้องเร่งปรับตัวเพื่อรองรับกับวิกฤตดังกล่าว

เมื่อ‘การมีงาน’ไม่ได้แปลว่า‘มั่นคง’?

เพิ่งจะผ่านพ้นวันที่ 1 พฤษภาคมไป ซึ่งแน่นอนว่า “แรงงาน” ในสังคมไทยนับว่ามีความสำคัญอย่างมากในฐานะกำลังสำคัญของเศรษฐกิจ แต่ในวันแรงงานปี 2569 คำถามของคนทำงานจำนวนไม่น้อยอาจไม่ใช่เพียง “ยังมีงานทำหรือไม่” หากเป็น “รายได้ที่มีอยู่ วันนี้ยังพอรับมือกับความไม่แน่นอนข้างหน้าได้แค่ไหน?”

หนึ่งทศวรรษค่าจ้างขั้นต่ำไทย

ในช่วงกว่าทศวรรษที่ผ่านมา ‘ค่าจ้างขั้นต่ำ’ ของประเทศไทยถูกวางบทบาทให้เป็นทั้งเครื่องมือคุ้มครองแรงงานและกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก ตัวเลขที่ปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องอาจสะท้อนภาพของความก้าวหน้าในเชิงนโยบาย

เมื่อดาต้าไม่ได้มาแค่สร้างตึก

ย้อนกลับไปเมื่อ 2-3 ปีก่อน เราอาจได้ยินข่าวการลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ (Data Center) ในไทยระดับ “หมื่นล้าน” จนคุ้นหู แต่ภาพเหล่านั้นมักจะเป็นเพียงตัวเลขบนกระดาษหรือไซต์ก่อสร้างขนาดใหญ่ในแถบเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) แต่ว่าในปี 2026 นี้ ทิศทางได้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เมื่อยักษ์ใหญ่อย่าง DayOne Data Center ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ประกาศเฟ้นหาบุคลากรไทยกว่า 500 ตำแหน่ง