
มองย้อนกลับไป ๒๕ มีนาคม คนมือสกปรกพ่นสีกำแพงพระบรมมหาราชวัง
เป็นสัญลักษณ์ “ไม่เอา ๑๑๒”
ถือเป็นการเคลื่อนไหวใกล้ประชิดเขตพระราชฐานมากที่สุด นับแต่ขบวนการ ๓ นิ้วเริ่มปฏิบัติการมาเมื่อปี ๒๕๖๓
หลังจากนั้นสัญลักษณ์เดียวกันนี้ไปปรากฏตามอาคาร ป้ายรถเมล์หลายแห่งใน กทม.
กลุ่มสนับสนุนเชิดชูว่าเป็นการกระทำของ ศิลปิน
พรรคก้าวไกลออกมาประกาศสนับสนุนว่าควรเปิดพื้นที่ปลอดภัยให้มีการพูดถึง ม.๑๑๒
๑ เมษายน พรรคพลังประชารัฐ จัดเวทีปราศรัยย่อย โซนธนบุรีเหนือ ภายใต้ชื่องาน "พลังใหม่ พลังกรุงเทพ พลังประชารัฐ" ที่ สวนสาธารณะใต้สะพานพระราม ๘
ขณะกำลังปราศรัยกันออกรส กลุ่ม ๓ นิ้วตามป่วนถึงที่
นำโดย "ตะวัน" ทานตะวัน ตัวตุลานนท์ และ "แบม" อรวรรณ ภู่พงษ์ ที่อดอาหาร ออกข่าวว่าปางตาย ตับไตไส้พุงแทบจะพัง ปักหลักตะโกนให้คนอื่นเชื่อตัวเองอย่างแข็งขัน
มีกลุ่มทะลุวัง เป็นหัวหมู่ทะลวงฟัน
ตุ๊บตั๊บกันพอหอมปากหอมคอ แต่สิ่งที่ได้มาคือ ความเป็นเผด็จการทางความคิดของคนรุ่นใหม่ที่อ้างว่าอยากให้ประเทศนี้มีความยุติธรรม เป็นประชาธิปไตยเต็มใบ
๑ เมษายน "อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล" อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล โพสต์เฟซบุ๊ก Amarat Chokepamitkul อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ปรากฏข้อความดังนี้
"...หลายคน 'แถ' ว่า ๑๑๒ ต้องไปแก้ในสภา
ก็ถูกแล้วเพราะแก้ กม.ในวัด
หรือในครัวคงเป็นไปไม่ได้
หลายคนถากถางว่าทำไมไม่ประกาศเป็นนโยบายเลยล่ะ
ข้างล่างนี้คือนโยบายที่พรรคก้าวไกลประกาศไว้แล้ว ซึ่งดิฉันไม่ติดอะไร
เพราะแก้ไข ๑๑๒ ในแบบก้าวไกลผลลัพธ์ที่ได้ก็ใกล้เคียงกับ #ยกเลิก ๑๑๒ นั่นเอง..."
ข้างล่างที่ว่าคือข้อความที่ระบุดังนี้
....๑ ใน ๓๐๐ นโยบายพรรคก้าวไกลคือ แก้ไข กม. ๑๑๒ ที่หาก แก้ไขสำเร็จก็ไม่ต่างอะไรกับการยกเลิก
นั่นคือ
๑.ลดโทษขั้นต่ำเหลือ ๐ ปี
๒.ให้สำนักพระราชวังหรือตัวแทนเป็นผู้ฟ้องร้องเอง และ
๓.มีบทยกโทษความผิด ในกรณีที่เป็นการวิจารณ์ติชมโดยสุจริต....
หากไปดูรายละเอียดการแถลงนโยบายพรรคก้าวไกลก่อนนี้ การแก้ไข ม.๑๑๒ ถูกเลี่ยงไปอยู่ในหมวดศาล
นโยบายการเมืองพรรคก้าวไกลในหมวดศาลและกระบวนการยุติธรรม จะเริ่มจากการปฏิรูปศาล ให้ยึดโยงรับใช้ประชาชน ให้ผู้พิพากษาต้องเปิดเผยบัญชีทรัพย์สิน และแก้ไขกฎหมายที่ละเมิดสิทธิเสรีภาพของประชาชน ได้แก่ กฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๒ มาตรา ๑๑๖ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์
โดยพรรคก้าวไกลย้ำว่าการแก้ ๑๑๒ ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ ไม่ได้กระทบต่อพระราชสถานะองค์พระมหากษัตริย์ในฐานะประมุขของประเทศ
๓ เมษายน วันสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.วันแรก ประเด็นที่มีการพูดถึงการมากหนึ่งในนั้นคือ นโยบายแก้ไข หรือ ยกเลิก ม.๑๑๒
กองหนุนพรรคก้าวไกล อดีต ส.ส.พรรคก้าวไกล จำนวนหนึ่งสวมเสื้อ มีสัญลักษณ์ “ไม่เอา ๑๑๒” มาร่วมให้กำลังใจผู้สมัคร ส.ส.
จะตั้งใจหรือบังเอิญก็ตามแต่ นับตั้งแต่วันที่ ๒๘ มีนาคม เป็นต้นมา เกิดปรากฏการณ์ปลุกกระแส แก้ไข-ยกเลิก ม.๑๑๒ ขึ้นมาอีกครั้ง
และแน่นอนครับในวันสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. สิ่งที่ผู้คนนึกถึงพรรคก้าวไกล ไม่มีเรื่องอื่น นอกจาก แก้-ยกเลิก ม.๑๑๒
"พิธา ลิ้มเจริญรัตน์" พาผู้สมัคร ส.ส.กทม.ของพรรคทั้ง ๓๓ เขตไปถ่ายรูปกันที่ อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย อ้างเหตุผลว่า ในวันที่ประเทศไทยยังไม่มีประชาธิปไตยเต็มใบ เป็นการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ที่พรรคก้าวไกลต้องการแสดงออกทางการเมือง อยากทำให้การเมืองดี ปากท้องดี มีอนาคต
"ประชาธิปไตยจะต้องเต็มใบก่อน ต้องมีการกระจายอำนาจและไม่มีรัฐประหาร การแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยรัฐธรรมนูญฉบับปี ๖๖ และปี ๒๒ ซึ่งเป็นปีเกิดของผม คนเขียนก็เป็นคนเดียวกัน มองว่ามีประชาธิปไตยไม่เต็มใบ ก็จะไม่มีสมาธิในการแก้ไขปัญหาต่างๆ ทั้งเรื่องเศรษฐกิจและการศึกษา..."
แม้ไม่ได้พูดถึงการแก้ ม.๑๑๒ ตรงๆ แต่โดยนัยการอ้างเรื่อง ประชาธิปไตยไม่เต็มใบ รัฐประหาร แก้รัฐธรรมนูญ ล้วนเป็นเหตุผลในการแก้ไข ม.๑๑๒ สำหรับพรรคก้าวไกลทั้งสิ้น
การคาดการณ์ผลการเลือกตั้ง ที่มองกันว่า ยุทธศาสตร์แลนด์สไลด์ของพรรคเพื่อไทยจะกระทบกับพรรคก้าวไกลมากที่สุด เพราะเป็นการบีบให้เลือกพรรคใดพรรคหนึ่งระหว่างพรรคเพื่อไทยกับพรรคก้าวไกล
แฟนคลับที่ยังลังเล อาจหันไปเลือกพรรคเพื่อไทย เพราะมีโอกาสเป็นพรรคที่ชนะการเลือกตั้งลำดับที่ ๑ มากกว่า
หากเลือกก้าวไกลอาจเสียของ
กระแสนี้ แกนนำพรรคก้าวไกล น่าจะประเมินออก และหาวิธีแก้เกม
การเลือกตั้งครั้งนี้พรรคการเมืองชูนโยบายไม่ต่างกันนัก แจกเด็กยันคนแก่
อาจถึงเวลาที่พรรคก้าวไกลต้องฉีกออกไปเพื่อความแตกต่าง
แก้ ม.๑๑๒ อาจเป็นคำตอบ
เพราะมวลชนพรรคเพื่อไทยและพรรคก้าวไกลจำนวนไม่น้อยต้องการความชัดเจนในนโยบายแก้หรือยกเลิก ม.๑๑๒
หลายพรรคชัดเจนว่า ไม่แก้ไม่ยกเลิก โดยเฉพาะพรรคร่วมรัฐบาลเดิม
แต่พรรคที่เคยร่วมกันเป็นฝ่ายค้านเสียงแตก
พรรคเพื่อไทยไม่อยากพูดถึงเรื่องนี้นัก
คงมีเฉพาะพรรคก้าวไกลที่มีความชัดเจน
และเนื้อหาก็เปิดเผยโดยคนของพรรคก้าวไกลแล้วว่า...
แก้ไข ม.๑๑๒ = ยกเลิก
จึงเป็นไปได้ว่าหลังจากนี้ พรรคก้าวไกลจะทุ่มกับการชูประเด็น แก้ไข ม.๑๑๒ = ยกเลิก ในการหาเสียงเลือกตั้งครั้งนี้ มากขึ้น
ให้หลุดจากเงาเพื่อไทย.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ถอดรหัส 'จงรักภักดี'
จู่ๆ ก็มีการถกเถียงกันเรื่องสถาบันเบื้องสูง ประเด็นแตกต่างจากช่วง ๓ นิ้วฮึกเหิมครับ ช่วงนั้นทั้งห่ามทั้งดิบ จนกลายเป็นผู้ต้องหา เป็นนักโทษ เป็นผู้ลี้ภัยกันหลายคน
จัดแถว
ตามคาด... กกต.ถูกบังคับให้ทำงานภายใต้ความกดดันทางการเมือง กกต.จะถูกบีบให้ต้องตัดสินใจไปตามความต้องการของพรรคการเมือง
อิทธิพลของคนโกง
“ผมไม่ต้องการล้มรัฐบาลชุดนี้ แต่ให้อยู่ไม่เป็นสุข” นั้นคือคำประกาศของ "สนธิ ลิ้มทองกุล" ก็ว่ากันไป... สรุปคือต้องรอวันที่ ๑๔ กันยายน วันที่ กกต.จะเอาไงกับคดีฮั้ว สว. "สนธิ" บอกว่าหากผลการพิจารณาคดีฮั้ว สว.ออกมาเป็นไปตามแนวทางมติ ๕ ต่อ ๒ ของคณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาและข้อโต้แย้ง คณะที่ ๓๖ เป็นการตัดตอนผู้เกี่ยวข้องระดับสูง ก็จะมีความเคลื่อนไหวภายในสัปดาห์ดังกล่าว
มันมากกว่าฮั้ว สว.
เรื่องฮั้ว สว.จะเป็นชนวนสำคัญทางการเมืองครับ ถึงขั้นล้มรัฐบาลได้ ไม่ใช่เพราะ “ไอติม-ไอลอว์” ออกมาแฉ
อาถรรพ์กันยายน
ดุเดือดครับ...การเมืองรอบสัปดาห์นี้ โหมโรงนำไปสู่การซักฟอกรัฐบาลที่ฝ่ายค้านยังปิดเป็นความลับว่าจะยื่นเมื่อไหร่ แต่ที่แน่ๆ คือ ยื่นในสมัยประชุมนี้อย่างแน่นอน สรุปคือไม่เกิน ๒๒ ธันวาคม
เอาประเทศของเราคืนมา
มาแล้วครับ... สนธิ ลิ้มทองกุล ประกาศ "ลงถนน" ผ่านเพจ "คุยทุกเรื่องกับสนธิ" "...ถึงเวลาแล้ว 'เอาประเทศไทยของเราคืนมา' สนธิแถลงข่าว ๗ กันยา. แสดงจุดยืนลงถนน

