ใกล้ถึงวันดีเดย์ 14 ก.ย. ที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ทั้ง 7 คน ภายใต้การนำของ นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธาน กกต. เตรียมนัดประชุมนัดประวัติศาสตร์เพื่อลงมติชี้ขาดสำนวนคดีทุจริตการเลือกสมาชิกวุฒิสภา หรือที่เรียกกันติดปากว่า “คดีฮั้ว สว.” มหากาพย์สำนวนร้อนที่ลากยาวข้ามปี ทว่าก่อนจะถึงวันดีเดย์ กกต.ตกเป็นเป้าตำบลกระสุนตกชนิดที่ขยับตัวก้าวไหนก็มีแต่กับระเบิดรออยู่
เริ่มจากรอยร้าวลึกภายในสำนักงาน กกต.เอง หลังคณะอนุกรรมการสืบสวนและไต่สวนส่วนกลาง คณะที่ 26 แท็กทีมพนักงานสอบสวนกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ลุยสอบพยานบุคคลทะลุ 700 ปาก หอบแฟ้มหลักฐานเส้นทางการเงินเชื่อมโยงเครือข่าย 17 จังหวัด สรุปสำนวนฟันเปรี้ยงว่าคดีมีมูลความผิดทั้งยวง รวม 229 ราย
ชี้ชัดมี สว.ตัวจริงเสียงจริงที่กำลังนั่งชูคอทำหน้าที่อยู่ในสภาสูงถึง 138 ราย พ่วงด้วยรัฐมนตรี สส. และแกนนำจัดตั้งสายสีน้ำเงินอีก 91 ราย แต่เรื่องกลับตาลปัตร กลับหัวกลับหาง เมื่อสำนวนถูกส่งต่อไปยังคณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาหรือข้อโต้แย้ง คณะที่ 36 ที่เพิ่งคลอดออกมาใหม่ ดันมีมติเสียงข้างมาก 5 ต่อ 2 หักดิบสั่ง “ยกคำร้อง” ปล่อยผีทั้ง 229 คน จนเสียงอึงมี่ มองว่าหรือนี่คือใบสั่งฟอกขาวทางการเมืองแบบไม่เนียน
ความผิดปกติของการตั้งคณะอนุฯ วินิจฉัยชุดที่ 36 กลายเป็นฟางเส้นใหญ่ที่จุดไฟลามทุ่ง เพราะตามระเบียบ กกต. มีคณะอนุกรรมการวินิจฉัยหมุนเวียนอยู่แล้ว 35 คณะ แต่จู่ๆ กลับมีการตั้งชุดที่ 36 ขึ้นมาเพื่อรับเผือกร้อนสำนวนนี้โดยเฉพาะ ซ้ำร้ายบุคคลที่ถูกแต่งตั้งเข้ามานั่งเป็นกรรมการหลายคนกลับถูกตั้งคำถามเรื่องคอนเน็กชันสายสัมพันธ์รุ่นพี่รุ่นน้อง และเครือข่ายอำนาจที่โยงไปถึงพรรคการเมืองใหญ่ พรรครัฐบาล รวมอยู่ด้วย
และการที่ อนุฯ ชุด 26 ใช้เวลาคลุกวงในนานหลายเดือน รวบรวมโพยคะแนน พยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ บันทึกการเข้าพักโรงแรม และไทม์ไลน์การนัดแนะลงคะแนนอย่างเป็นระบบ แต่คณะ อนุฯ ชุด 36 กลับใช้เวลาเพียงไม่นาน ปัดตกพยานหลักฐานทั้งหมดด้วยเหตุผลง่ายๆ ว่าหลักฐานไม่เพียงพอที่จะระบุเจตนาทุจริตเป็นรายบุคคล มติ 5 ต่อ 2 ที่สั่งคว่ำสำนวนจึงกลายเป็นการส่งสัญญาณชัดเจนว่า มีความพยายามตัดตอนคดีเพื่อไม่ให้ลุกลามไปถึงขั้วอำนาจเบื้องหลัง
จึงไม่แปลกที่นาทีนี้ กกต.กำลังโดนรุมสกรัมรอบทิศทางแบบไม่ทันตั้งตัว ฟากฝ่ายค้านในสภา “ไอติม” พริษฐ์ วัชรสินธุ ประธานวิปฝ่ายค้าน พร้อมทีมกฎหมายพรรคประชาชน ชิงจังหวะเปิดหน้าชนเต็มสูบ ลั่นดักคอชัดๆ กลางวงแถลงข่าวว่า ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว. มาตรา 62 เจตนารมณ์ของกฎหมายกำหนดไว้อย่างแจ้งชัดว่า กกต.มีหน้าที่แค่พนักงานสอบสวนต้นทาง เมื่อพยานหลักฐานเบื้องต้นมีมูลอันควรเชื่อได้ว่าการเลือกมิได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม กกต.มีหน้าที่ต้องส่งสำนวนให้ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งเป็นผู้ไต่สวนและชี้ขาด กกต.ไม่มีอำนาจตั้งตนเป็นศาลเตี้ยมานั่งพิพากษายกคำร้องตัดตอนคดีเสียเอง
หากวันที่ 14 ก.ย.นี้ เสียงข้างมากของ กกต.ยังดันทุรังลงมติยกคำร้องตามอนุฯ ชุด 36 พรรคประชาชน ประกาศลั่นกลองรบลาก กกต.ขึ้นเขียง ยื่น ป.ป.ช.เช็กบิลคดีอาญาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ฐานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบทันทียกแผง
ข้ามมาที่การเมืองนอกสภาก็ร้อนไม่แพ้กัน เครือข่ายภาคประชาชนนำโดย ยิ่งชีพ อัชฌานนท์ จาก iLaw จับมือกลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย (DRG) นัดมวลชนเปิดแคมเปญเสียดสีเชิงสัญลักษณ์ “วิ่งสิวะ” ชวนคนรักประชาธิปไตยสวมเสื้อสีน้ำเงิน วิ่งออกจากหน้าจามจุรีสแควร์ แวะชูป้ายผ้าประจานถ่ายภาพตรงจุดแลนด์มาร์กป้าย Bangkok บนสกายวอล์กปทุมวัน เพื่อส่งภาพฟ้องสังคมไทยและชาวโลก ก่อนจะเคลื่อนขบวนไปปักหลักเปิดเวทีปราศรัยใหญ่ “ประชาชนปล่อยของ สั่งฟ้อง 229” ที่ลานหน้าหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพฯ ในวันที่ 13 ก.ย.ปักหมุดขีดเส้นตาย กกต.ต้องส่งฟ้องยกเข่ง 229 ราย ห้ามมีรายการหมกเม็ดหรืออุ้มใครทั้งสิ้น หาก กกต.เล่นตุกติก ข้อมูลพยานหลักฐานในสำนวนที่รั่วไหลจะถูกนำมากางแฉกลางลานหอศิลป์ทันที
แนวรบมวลชนไม่ได้มีแค่กลุ่มคนรุ่นใหม่ แต่ยังขยายวงไปถึงค่ายมวลชนรุ่นเก๋าอย่าง สนธิ ลิ้มทองกุล อดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่ประกาศเดินสายเปิดยุทธการ “เอาประเทศไทยของเราคืนมา” ส่งสารเตือนตรงถึงตึกแจ้งวัฒนะอย่างว่า หากผลการประชุมวันที่ 14 ก.ย. ออกมาในลักษณะ 5 ต่อ 2 เพื่อช่วยฟอกขาวหรือตัดตอนผู้บงการสายการเมือง จะถือเป็นฟางเส้นสุดท้ายที่ทำลายกระบวนการยุติธรรม และพร้อมจะใช้เป็นเงื่อนไขจุดม็อบระดมมวลชนลงถนนทั่วประเทศทันที สอดรับกับ นพ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ แกนนำ กลุ่มเสื้อหลากสี ที่ออกมาดักทางล่วงหน้าว่า หาก กกต.เล่นเหลี่ยมโจร เลือกฟ้องเฉพาะปลาซิวปลาสร้อยแล้วปล่อยตัวการใหญ่ กกต.ชุดนี้ก็เตรียมเก็บกระเป๋าเดินตามรอย กกต.ยุคปี 2549 เข้าเรือนจำได้เลย เพราะฝ่ายกฎหมายเตรียมยื่นฟ้องต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางไว้รอท่าแล้ว
ไม่เพียงเท่านั้น วิกฤตศรัทธาของ กกต.ยังถูกขยี้ซ้ำ โดย พลภาขุน เศรษฐญาบดี ตัวแทนคณะราษฎรไทยแห่งชาติ และผู้สมัคร สว.หอบหลักฐานยื่นหนังสือต่อประธาน กกต.และ ป.ป.ช.สกัดขา 2 กกต.ป้ายแดง คือ นายอนันต์ สุวรรณรัตน์ และ นายณรงค์ รักร้อย ให้ถอนตัวออกจากการร่วมประชุมลงมติในวันที่ 14 ก.ย เนื่องจากทั้ง 2 ท่านเพิ่งผ่านความเห็นชอบให้ดำรงตำแหน่งด้วยเสียงโหวตของ สว.ชุดปัจจุบัน ซึ่งในจำนวนนั้นมีถึง 138 คน ที่เป็นผู้ถูกกล่าวหาในสำนวนนี้โดยตรง จึงเข้าข่ายมีสภาพร้ายแรงอันอาจทำให้การพิจารณาไม่เป็นกลางตาม พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง ขืนยังดันทุรังนั่งโหวตเพื่อช่วย สว.ที่เคยโหวตให้ตัวเอง จะถูก ยื่นฟ้องศาลปกครอง ขอให้เพิกถอนมติ และถูกสอยด้วยคดีจริยธรรมร้ายแรงซ้ำเข้าไปอีกระลอก
ขณะเดียวกัน นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต. ก็เปิดปฏิบัติการแฉข้อมูลวงในรายวัน ทั้งเอกสารรายงานการประชุมของอนุฯ ชุด 36 และรายงานความเห็นของเลขาธิการ กกต.ที่เสนอให้ส่งฟ้อง ชี้เป้าให้สังคมจับตาคอนเน็กชัน “สงครามดอกกุหลาบ” ที่เชื่อมโยงระหว่างผู้บริหาร กกต. กรรมการอนุฯ และแกนนำรัฐบาล ผสมโรงกับ นายสมชาย แสวงการ อดีต สว. ที่ออกโรงเตือน 7 เสือ กกต. ให้ยึดรัฐธรรมนูญ และบทเรียนในประวัติศาสตร์ อย่าเอาชีวิตและอิสรภาพของตัวเองไปเสี่ยงเพื่อแลกกับการปกป้องนักการเมือง
อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 14 ก.ย.นี้ จึงเป็นทาง 3 แพร่งที่ กกต.ต้องเลือกว่าจะเอาอย่างไร ทางแพร่งแรก หาก กกต.ตัดสินใจ “สั่งฟ้อง” ส่งสำนวน 229 ราย ให้ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง ผลสะเทือนจะกลายเป็นแผ่นดินไหวการเมืองระลอกใหญ่ทันที ทันทีที่ศาลฎีการับคำร้อง สว.ทั้ง 138 คนจะต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราวจนกว่าจะมีคำพิพากษา ส่งผลให้สภาสูงตกอยู่ในภาวะอัมพาต และที่ร้ายแรงที่สุดคือ หากศาลฎีกาชี้มูลว่ามีมูลความผิดฐานมีพรรคการเมืองเข้ามาครอบงำ จะกลายเป็นหลักฐานติดจรวดให้ฝ่ายค้านยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรคภูมิใจไทย และตัดสิทธิ์กรรมการบริหารพรรคทันที แต่ในมุมของ กกต. ทางนี้คือทางรอดเดียวที่จะลอยตัวพ้นบ่วงอาญา ม.157
ทางแพร่งที่ 2 หาก กกต.เลือกหักดิบเดินตามอนุฯ ชุด 36 คือ “สั่งยกคำร้องทั้งหมด” หรือเล่นละครตบตา “ตัดตอนฟ้องเฉพาะปลาซิวปลาสร้อย” เพื่อเซฟเก้าอี้ สว.ค่ายสีน้ำเงินไว้ กกต.จะกลายสภาพเป็นจำเลยหมายเลข 1 ทันที พรรคประชาชน, สว.สำรอง และกลุ่มนักร้องเรียนจะประสานงวงยื่นฟ้องศาลอาญาคดีทุจริตฯ และ ป.ป.ช.เช็กบิล กกต.รายคน ขณะที่การเมืองนอกสภาจะจุดติดแบบกู่ไม่กลับ มวลชนทุกขั้วทั้งสายอนุรักษนิยมของสนธิ และสายเสรีนิยมคนรุ่นใหม่ จะไหลมารวมกันบนท้องถนน เกิดเป็นวิกฤตศรัทธาขับไล่องค์กรอิสระที่จะลุกลามไปเขย่าเก้าอี้นายกรัฐมนตรีและรัฐบาลทั้งคณะ
ส่วนทางแพร่งสุดท้าย หาก กกต.เลือกทางหนีแบบชิ่งปัญหา คือ “มีมติเลื่อนการลงมติ หรือสั่งให้สอบสวนเพิ่มเติม” เพื่อเตะถ่วงซื้อเวลาหน้าตักทางการเมืองออกไปก่อน ก็รังแต่จะทำให้สังคมมองว่า กกต.กำลังเล่นเกมยื้อเวลาเพื่อรอสัญญาณอำนาจ และยิ่งกระพือให้กระแสม็อบที่จ่อรออยู่หน้าศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะและลานหอศิลป์ปทุมวัน ยกระดับความเดือดดาลขึ้นเป็นทวีคูณ
วันที่ 14 ก.ย.2569 จึงไม่ใช่แค่วันชี้ชะตา สว. 229 คน แต่คือวันพิพากษาอนาคตของ กกต.ทั้งคณะ ว่าจะเลือกยอมพลีชีพเอาตัวเข้าแลกเพื่อเป็นโล่มนุษย์ให้อำนาจสีน้ำเงิน หรือจะเลือกเอาชีวิตรอดด้วยการโยนเผือกร้อนไปให้ศาลฎีกาชี้ขาดตามกระบวนการยุติธรรม.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เอาแล้วไง! แฉฮั้ว สว. 'สายสีส้ม' นัดเกือบ 400 คน เก็บมือถือ-กักตัว ก่อนแจกโพย 190 ชื่อ
อดีตผู้สมัคร สว.กลุ่มท่องเที่ยว อ้างมีหลักฐานเครือข่าย “สว.ประชาชน” นัดผู้สมัครเกือบ 400 คนก่อนเลือกระดับประเทศ ชี้ กกต.ตั้งคณะไต่สวนแล้ว มีผู้ถูกกล่าวหาพัว
'สมชัย' เปิดรายงานอนุฯที่ 36 ตอน 7 สำนวนอ่อน ของกลุ่มนักการเมือง เริ่มมาจากขั้นไหน
'สมชัย' เปิดรายงานอนุฯที่ 36 ตอน 7 สำนวนอ่อน ของกลุ่มนักการเมือง เริ่มมาจากขั้นไหน ชี้พิจารณาสำนวนฝ่ายการเมือง 22 คน มี 'อนุทิน-เนวิน' เป็นผู้ถูกร้อง ข้องใจอนุ26 สอบสวนหยาบหรือ มาสรุปแบบหยาบ ของทีมเลขาชุด36
สว.หลายพันธุ์…เข้าประตูเดียวกัน
จำวันที่ผมเขียน “ก่อนถึง 14 กันยา…ใจเย็นกันหน่อยก็ได้” กันได้ไหมครับ
ทิ้งซากเมือง'สแกมเมอร์' แขวนปมร้อนชายแดน
ประเด็นปัญหาร่วมของประชากรโลกที่ถูกกระทำจากแก๊งอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือสแกมเมอร์ คือการสูญเสียเงินทองอย่างมหาศาลของผู้ถูกหลอกลวง หลายประเทศออกมาตรการป้องกันเฉพาะหน้าเพื่อบรรเทาปัญหา แต่ยังไม่รื้อทำลายเครือข่ายนี้ได้สำเร็จ
อนุทินลั่นรู้ที่สูงที่ตํ่า โต้แอบอ้างเอื้อการเมือง เท้งปลุก13ก.ย.บีบ‘กกต.’
“นายกฯ” แจงถูกกล่าวหาแอบอ้างสถาบันฯ หลังออกงานร่วมองคมนตรีบ่อย ยันรู้ที่สูงที่ต่ำ-รู้มากกว่าคนอื่น ทำทุกอย่างตามขั้นตอน โผล่คอมเมนต์ตอก "วิโรจน์”
เอ้า! ผู้นำฝ่ายค้าน ปลุกม็อบลงถนน บีบ กกต. สั่งฟ้องฮั้ว สว.
นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชนและผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก

