เย็นศิระเพราะพระบริบาล

พสกนิกรไทยใต้ร่มพระบรมโพธิสมภารของพระมหากษัตริย์ไทยตั้งแต่ครั้งกรุงสุโขทัยจวบจนปัจจุบัน มีความผาสุกตรงตามประโยคหนึ่งในเพลงสรรเสริญพระบารมี นั่นคือข้อความที่ว่า “เย็นศิระเพราะพระบริบาล” ทั้งนี้เพราะพระมหากษัตริย์ไทยทุกพระองค์ทรงมีทศพิธราชธรรมและปฏิบัติพระราชกรณียกิจใหญ่น้อยตามกฎมณเฑียรบาลอย่างเคร่งครัด ทุกพระองค์ต่างมีพระมหากรุณาธิคุณต่อพสกนิกรปวงชนชาวไทย ด้วยพระปรีชาสามารถและพระวิสัยทัศน์ที่มองการณ์ไกล ทรงมุ่งเน้นที่จะพัฒนาประเทศไทยเพื่อความผาสุกของปวงชนชาวไทย ตั้งแต่อดีตที่ผ่านมา คนที่ได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์ชาติไทยก็จะพบว่า

ในยามที่ประเทศไทยต้องเผชิญกับภยันตรายและวิกฤตต่างๆ เราก็สามารถผ่านพ้นภัยและวิกฤตต่างๆ ด้วยพระบารมีและพระมหากรุณาธิคุณของพระมหากษัตริย์ที่ทรงช่วยแก้ปัญหาต่างๆ ด้วยพระวิริยอุตสาหะ พระวิสัยทัศน์และพระปรีชาสามารถ ทั้งนี้เพราะทุกพระองค์ทรงห่วงใยสารทุกข์สุกดิบของอาณาประชาราษฎร์

น่าเสียดายที่เยาวชนคนรุ่นใหม่ไม่ได้เรียนประวัติศาสตร์ เพราะมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาฯ สมัยหนึ่ง ไม่รู้ว่ามีผีห่าซาตานตนใดเข้าสิง จึงทำให้เขาประกาศยกเลิกการเรียนประวัติศาสตร์ที่ทำให้เยาวชนรุ่นใหม่ไม่ได้เรียนรู้รากเหง้าความเป็นไทย ไม่ซาบซึ้งพระมหากรุณาธิคุณของพระมหากษัตริย์ไทยที่ทรงทำนุบำรุงบ้านเมืองของเรามาโดยตลอด มีคำกล่าวว่า “สำนึกประวัติศาสตร์ก่อให้เกิดสำนึกความรักชาติ” ดังนั้นเมื่อเยาวชนของเราไม่ได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์ ไม่มีสำนึกประวัติศาสตร์ ไม่ได้เรียนรู้พระวีรกรรมของพระมหากษัตริย์ตั้งแต่ครั้งกรุงสุโขทัยมาจนถึงรัชกาลปัจจุบันแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ เราจะให้พวกเขารักประเทศไทยอย่างที่ผู้สูงวัยทั้งหลายรักได้อย่างไร เราจึงต้องประสบกับพฤติกรรมที่พวกเราเรียกว่า “ชังชาติ” เกิดขึ้นในสังคมไทยในปัจจุบัน

นอกเหนือจากการไม่ได้เรียนประวัติศาสตร์แล้ว เยาวชนของเรายังถูกครอบงำ ถูกล้างสมองโดยนักวิชาการชังชาติบางคน บางพวกที่พยายามบิดเบือนประวัติศาสตร์เพื่อด้อยค่าสถาบันพระมหากษัตริย์ พยายามปลูกฝังเยาวชนให้มีทัศนคติที่เป็นปรปักษ์กับสถาบันพระมหากษัตริย์ มองว่าสถาบันพระมหากษัตริย์เป็นสิ่งที่ล้าสมัย ไม่มีความจำเป็นและเป็นภาระด้านงบประมาณของประเทศ ซึ่งวาทกรรมทั้งหลายทั้งปวงที่นักวิชาการพวกนี้นำมาเผยแพร่ครอบงำเยาวชนเป็นเรื่องเท็จ เป็นการบิดเบือนความจริง แต่เยาวชนของเราที่ไร้เดียงสา ไม่ค้นหาข้อเท็จจริงที่สามารถหาได้ง่ายใน Google และการสนทนาของคนที่จงรักภักดีบนพื้นที่ Social media มีให้หาได้มากมาย แต่พวกเขากลับสิงสถิตกันอยู่ใน Twitter ที่เป็นเหมือนแหล่งความรู้ของพวกเขา ทำให้พวกเขาได้ทัศนคติที่ไม่ถูกต้องเกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์

ประเทศไทยเราผ่านศึกสงครามมาหลายครั้งตั้งแต่สมัยกรุงสุโขทัยเป็นราชธานีจนถึงตอนต้นของกรุงรัตนโกสินทร์ เรามีพระมหากษัตริย์เป็นจอมทัพ ทำให้ประเทศไทยหลุดพ้นจากสงครามมาได้ แม้ในยามที่เราต้องตกเป็นเมืองขึ้นของข้าศึก เราก็มีพระมหากษัตริย์ที่มีพระปรีชาสามารถ ทำให้เราได้อิสรภาพกลับคืนมา ในยามที่ประเทศมหาอำนาจตะวันตกออกมาล่าอาณานิคม หลายประเทศต้องตกเป็นเมืองขึ้นของฝรั่งจากแดนไกล แต่ประเทศไทยก็หลุดพ้นจากการเสียเมืองได้ ด้วยวิเทโศบายทางด้านการทูตและการค้าจากการวินิจฉัยของพระมหากษัตริย์ ทำให้เราเปิดประเทศเจริญสัมพันธไมตรีกับต่างชาติด้วยการทูตและการค้า ไม่ถูกบังคับให้เปิดประเทศด้วยปืนใหญ่และเรือรบอย่างที่หลายประเทศเพื่อนบ้านของเราต้องเผชิญ เมื่อไม่ได้ตกเป็นอาณานิคมของใคร ทรัพยากรของประเทศ ก็ไม่มีใครแย่งชิงเอาไป

ในยามที่ฝรั่งเขาใช้เหตุผลว่าเขาต้องครอบครองบางประเทศนั้น เป็นเพราะประเทศเหล่านั้นไม่มีความเจริญ ไม่มีการพัฒนา พวกเขาจึงต้องเข้ามาช่วยพัฒนา พระมหากษัตริย์ของไทยตั้งแต่รัชกาลที่ 3 มาจนถึงรัชกาลที่ 6 ทรงมุ่งมั่นในการพัฒนาประเทศให้เป็นประเทศที่เจริญ มีความเป็นศิวิไลซ์มากพอที่ ฝรั่งไม่อาจจะอ้างเอาความเป็นบ้านป่าเมืองเถื่อนเข้ามาครอบครองประเทศไทยได้ เราจึงไม่ตกเป็นอาณานิคมของใคร แต่ได้ประโยชน์ทางด้านการค้า การศึกษา การสาธารณสุข ที่ส่งผลให้เกิดความผาสุกแก่พสกนิกรของประเทศไทยโดยถ้วนหน้า และการพัฒนาเหล่านี้มีความต่อเนื่องมาโดยตลอด เพราะพระมหากษัตริย์ทุกพระองค์เมื่อเสด็จขึ้นครองราชย์ก็จะทรงยึดมั่นในหลักการ “รักษา สืบสาน และต่อยอด” จึงทำให้ความเจริญของประเทศไทยมีการพัฒนาต่อเนื่องมาโดยตลอด

ในยามที่ประเทศไทยเกิดความขัดแย้ง ประชาชนมีความแตกแยก จนอาจจะเกิดสงครามกลางเมืองที่ประชาชนฆ่าฟันกันเอง เราก็ได้พระมหากษัตริย์ทรงทำหน้าที่เป็นผู้หย่าศึก ทำให้ประชาชนที่มีความขัดแย้งกัน หันหน้าเข้าหากัน เป็นพสกนิกรของพระราชาผู้ทรงคุณอันประเสริฐ ทำให้บ้านเมืองกลับสู่สันติได้ทุกครั้งที่มีความขัดแย้ง ทั้งนี้เพราะพระมหากษัตริย์ของไทยทรงเป็นศูนย์รวมใจของคนไทยทั้งชาติ และทุกหมู่เหล่าต่างก็ยอมรับพระกระแสรับสั่งของพระมหากษัตริย์ผู้ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณแก่ปวงชนชาวไทย ความขัดแย้งจึงหายไปและประเทศไทยก็กลับคืนสู่สันติ แต่สิ่งที่น่าเสียดายก็คือเยาวชนที่ไม่ซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณ ไม่พร้อมที่จะรับฟังพระกระแสรับสั่ง มองไม่เห็นพระมหากรุณาธิคุณของพระมหากษัตริย์ที่ทรงปรารถนาให้ปวงชนชาวไทยทุกหมู่เหล่าอยู่ร่วมกันด้วยความสามัคคีเพื่อสันติสุข

ยามที่ประเทศไทยต้องเผชิญกับโรคระบาดหรืออันตรายใดๆ พระมหากษัตริย์มิเคยเพิกเฉย แต่จะทรงมีกระแสรับสั่งให้คำแนะนำการแก้ปัญหา ทรงสละราชทรัพย์ส่วนพระองค์ในการหาเครื่องมือ อุปกรณ์ทางการแพทย์ และหยูกยามาพระราชทานแก่ปวงชนชาวไทยให้พวกเราสามารถผ่านพ้นวิกฤตเรื่องโรคภัยไข้เจ็บได้ สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องที่พสกนิกรทั้งหลายพึงควรรับรู้ คนที่จงรักภักดีทั้งหลายรับรู้ แต่เยาวชนคนชังชาติทั้งหลายปฏิเสธที่จะรับรู้ ทำให้พวกเขาไม่เห็นคุณค่าของการมีสถาบันพระมหากษัตริย์ของประเทศไทย พ่อแม่ ครูบาอาจารย์ที่จงรักภักดีต่อสถาบัน ต้องช่วยกันปลูกฝังสำนึกของการจงรักภักดีต่อสถาบัน พระมหากษัตริย์ให้เยาวชนของเราด้วยเถิด อย่าให้สถานการณ์เป็นเยี่ยงที่เราเห็นเวลานี้อีกต่อไปเลย.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'การเลือกตั้ง'กับภาวะ'จิตวิปลาสหมู่'!!!

อาทิตย์นี้ 8 กุมภา.ตรงกับวัน เลือกตั้ง พอดิบพอดี ดังนั้น...การจะไป ด่าใคร-เชียร์ใคร หรือชี้แนะ ชี้นำ ให้ไปเลือกพรรคไหน-ไม่เลือกพรรคไหน จึงไม่น่าจะเหมาะกับกาละ-เทศะไปด้วยกันทั้งสิ้น ทั้งปวง

วัดใจ Gen Z ในรั้วทหาร

ผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) จะออกหัวหรือก้อย นับถอยหลังไม่กี่ชั่วโมงก็จะได้รู้กัน แต่สิ่งที่จะเกิดขึ้นตามมาหลังการเลือกตั้ง ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะ "ตำรวจ"

คาดผลดาวโทษทุกข์เดินในราศีมีนต่อคนทุกลัคนาราศี(ตอนที่1)

ก่อนอื่นผู้เขียนต้องขออภัย ดร.ทักษิณ ชินวัตร และแฟนประจำทุกท่าน ที่บทความตอนที่แล้วเกิดอาการ หลงปี เสียเพลิน แม้จะได้แก้ไขไปแล้วก็ตาม

โลกและประเทศไทย...บ้าก็บ้าวะ!!!

เห็นว่า... ราคาทอง ช่วงนี้ ปาเข้าไปถึงเจ็ดหมื่น-แปดหมื่นต่อทองคำน้ำหนัก 1 บาทไปแล้วถึงขั้นนั้น หรือถ้าว่ากันตามราคาตลาดโลก พุ่งขึ้นไปถึง 5,100-5,300 ดอลลาร์ต่อทองคำ 1 ออนซ์

'แก้ไขในสิ่งผิด' เกราะป้องกันทหาร

เป็นอีกหนึ่งโปรเจกต์ที่ต้องยกนิ้ว "ชื่นชม" การร่วมกันระหว่างโรงพยาบาลตำรวจ กับกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) ในการเปิดให้บริการ "ศูนย์บริการดูแลรักษาสุขภาพ"