Www.thaipost.net ไทยโพสต์ ขับเคลื่อน "อิสรภาพแห่งความคิด" @ ประชาชื่น 46 ผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการ เรียกว่าหักปากกาเซียนการเมือง หรือปฏิวัติภาคประชาชน หลังพรรคก้าวไกลมีคะแนนมาเป็นอันดับหนึ่ง ฉีกอกพรรคเพื่อไทยของลุงโทนี่แบบยับเยิน เพราะเล่นการเมืองไม่ชัดเจน ไม่เห็นหัวประชาชน ถูกพรรคพลังส้มสร้างวาทกรรม “มีลุงไม่มีเรา” วิ่งเข้าป้ายไปเลย
เบื้องต้นพรรคพลังส้มฮึกเหิม โดยเฉพาะนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ประกาศพร้อมเป็นนายกฯ พร้อมจัดตั้งรัฐบาลขั้วฝ่ายค้านเดิม คือ พรรคก้าวไกล, พรรคเพื่อไทย, พรรคประชาชาติ, พรรคไทยสร้างไทย และ พรรคเสรีรวมไทย โดยมีคะแนนเสียง 309 ต้นๆ พร้อมหวังกดดัน ส.ว.เทคะแนนมาให้ เพื่อให้เกิน 376 เสียง ไม่หวังพึ่งคะแนนจากพรรคฝั่งรัฐบาลเดิม
ไม่ทราบว่าสูตรแรกนี้จะสำเร็จหรือไม่ เพราะก่อนหน้านี้พรรคก้าวไกลก็เปรียบเป็นศัตรูและจ้องจะปิดสวิตช์ 250 ส.ว.มาตลอดทั้ง 4 ปี แต่คราวนี้จะมาขอเสียงสภาสูง ที่ประกอบไปด้วยอดีตข้าราชการ ทหาร ตำรวจ ฝ่ายอนุรักษ์จะยอมหรือไม่ เพราะก่อนหน้าก็แสดงท่าทีว่าอาจงดออกเสียง ซึ่งถือว่าไม่ผิดกฎหมายและรัฐธรรมนูญก็เปิดช่อง
หากไม่ผ่านด่าน ส.ว. เป็นโจทย์ต่อไปว่าจะต้องไปขอเสียงจากฝั่งรัฐบาลเดิมหรือไม่ เพื่อให้เสียงเกิน 376 เสียง โดยมีพรรคภูมิใจไทยถือเป็นตัวเลือกสำคัญ ที่มีประมาณ 70 เสียง ก็จะถึงเป้าพอดี เพราะพรรคสีส้มประกาศไม่เอาพรรค 2 ลุง คือ พรรคพลังประชารัฐ จำนวน 40 เสียง และพรรครวมไทยสร้างชาติ 36 เสียง
แต่หากพรรค ก.ก.ดื้อแพ่งไม่เอาพรรคฝ่ายรัฐบาลมาร่วม ก็มีแนวโน้มจะเลือกนายกฯ ไม่ได้ และ “ลุงตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ก็ยังทำหน้าที่รักษาการต่อไป
๐ อาจเห็นว่าพรรคอันดับ 2 อย่างพรรคเพื่อไทย โดย “ทักษิณ” ชิงเกมจัดตั้งรัฐบาลโดยไม่เอาพรรคสีส้ม ที่มีนโยบายสุ่มเสี่ยงและหมิ่นเหม่ ไม่ว่าจะแก้มาตรา 112, ปฏิรูปกองทัพ ฯลฯ พร้อมดึง “ลุงป้อม” พรรคภูมิใจไทย พรรคประชาธิปัตย์ และพรรคชาติไทยพัฒนา สูตรนี้อาจหวัง “บิ๊กป้อม” เป็นสะพานให้ ส.ว.มาช่วยหนุน และใช้เสียงจัดตั้งรัฐบาลจำนวน 250 เสียง แต่ก็ต้องยอมรับว่ามีความเสี่ยง เพราะเป็นการฝืนความต้องการของประชาชนเช่นกัน
อย่างไรก็ตาม แม้ “พิธา” จะประกาศเป็นนายกฯ แต่ก็ยังมีอุปสรรคสำคัญ หลังนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ เปิดเผยว่า ได้ยื่น กกต.ตรวจสอบว่าขาดคุณสมบัติการเป็น ส.ส.และนายกฯ เพราะถือหุ้นสื่อ ITV มีลักษณะต้องห้าม ตามความในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2561 มาตรา 14 วรรคหนึ่ง (2) ประกอบรัฐธรรมนูญ มาตรา 160 (6) และมาตรา 98 (3) หรือไม่ และ กกต.จะวินิจฉัยอย่างไร ศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยว่าผิดกฎหมายหรือบกพร่องโดยสุจริต คงต้องรอลุ้นกัน
๐ ต่อด้วยอนาคตทางการเมืองของ “บิ๊กตู่” โดยนายธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะรองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ตอบคำถามหลังถูกถามว่า พล.อ.ประยุทธ์เปรยหรือไม่หากพรรครวมไทยสร้างชาติไม่ได้เป็นรัฐบาลยังจะทำงานการเมืองต่อ โดยกล่าวว่า ไม่ได้เปรย แต่คิดว่าท่านอาจจะต้องพอแล้วมั้งครับ ผมคิดว่าท่านก็ทำเพื่อประเทศชาติมาทั้งชีวิตแล้ว
“วันนี้ท่านก็ทำประโยชน์ให้กับประเทศชาติ 7-8 ปีที่เป็นนายกฯ ผมเชื่อว่าคนไทยทั้งประเทศก็รู้ว่าท่านนายกฯ ได้ทำประโยชน์ให้กับประเทศมามากมาย และไม่มีเรื่องเสียหายหรือเรื่องคอร์รัปชันเกี่ยวกับตัวท่านเลย และผมเชื่อว่าอย่างน้อย พล.อ.ประยุทธ์หรือลุงตู่ยังอยู่ในใจคนไทยไปอีกยาวนาน”
เช่นเดียวกับพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) หลังคะแนนออกมาได้ 25 เสียง ประกอบด้วยเขต 22 เสียง บัญชีรายชื่อ 3 เสียง นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รับผิดชอบด้วยการลาออกจากหัวหน้าพรรค ขณะที่เลขาธิการพรรคอย่าง “เสี่ยต่อ” เฉลิมชัย ศรีอ่อน เคยบอกว่า หากน้อยกว่าปี 62 ที่ได้จำนวน 52 เสียง จะเลิกเล่นการเมืองเลย ไม่ใช่แค่หยุด ฉะนั้น สปอตไลต์ฉายไปที่ “อ.มาร์ค” อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ว่าจะมากอบกู้พรรคหรือไม่ หากมาจริง ปชป.ก็คงต้องเริ่มต้นด้วยฝ่ายค้าน เว้นแต่ กก.บห.จะยังไม่ยอม ขอดูทิศทางจัดตั้งรัฐบาลให้เกิดความชัดเจนเสียก่อน.
ช่างสงสัย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
บันทึกหน้า 4
บันทึกช่วยจำ วันนี้ 30 มี.ค. อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี จะนำรายชื่อ ครม.ชุดใหม่ขึ้นทูลเกล้าฯถวายเพื่อโปรดพิจารณาตามกระบวนการ ต่อจากนั้น เป็นวาระของการแถลงนโยบาย 7-9 เม.ย.
บันทึกหน้า 4
เดือดกว่าในสภา! ลักหลับตอน 4 ทุ่ม แถมเลือกเวลาช่วงปิดประชุมสภาหลังถกญัตติด่วนวิกฤตน้ำมันพอดิบพอดี บอกว่าเลิกอั้น แต่ใครจะคิดว่าจะขึ้นพรวด 6 บาท เล่นเอาชาวบ้านสะดุ้งตื่น
ผู้จุดประเด็น
ดรามา “ข้าวฟรี สส.” ที่เคยร้อนแรง วันนี้เริ่มคลี่คลายไปในทิศทางที่ทำให้คนเสียภาษียิ้มมุมปากได้บ้าง หลัง “หมอวรงค์” สส.พรรคไทยภักดี ออกมาจุดประเด็นซ้ำในช่วงโหวตประธานสภาผู้แทนราษฎร จนเรื่องนี้กลับมาอยู่ในกระแสสังคมอีกครั้ง
บันทึกหน้า 4
ดูเหมือน การประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 27 ปีที่ 1 ครั้งที่ 3 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่ 1) เมื่อวันพุธที่ 25 มีนาคม พ.ศ.2569 ช่างคึกคักเสียจริง ซึ่งสาเหตุหลักก็คงมาจากเป็นสภาใหม่ถอดด้ามที่มีการประชุมครั้งแรก แต่ก่อนการประชุมนั้น “โสภณ ซารัมย์” ประธานสภาฯ พร้อมด้วยตัวแทนพรรคการเมืองก็ได้หารือถึงการกำหนดวัน-เวลาในการประชุมของทั่นผู้แทนยุคนี้ ...๐
บันทึกหน้า 4
โผ ครม.อนุทิน 2 สะเด็ดน้ำแล้วจำนวน 35 เก้าอี้ เหลือไว้ 1 เก้าอี้ ยังคงเผื่อไว้ให้ใครสักคน สำหรับ ดร.ปื๊ด-นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกฯ ฝ่ายกฎหมาย ชัดเจนแล้วว่าไม่ได้ไปต่อ
บันทึกหน้า 4
แม้รัฐบาลภายใต้การนำของ อนุทิน ชาญวีรกูล จะก้าวขึ้นสู่อำนาจด้วยเสียงสนับสนุนอย่างท่วมท้นในสภา แต่เส้นทางการบริหารประเทศจากนี้ไป ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ หากเต็มไปด้วย “โจทย์ใหญ่” และ “ปมเสี่ยง” ที่อาจกลายเป็นแรงสะเทือนทางการเมืองได้ทุกเมื่อ


