ณ สวนดอกไม้ที่สวยงามมีชื่อเสียงมากแห่งหนึ่ง ตลอดทั้งปีจะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวชมความงามของสวนนี้ไม่เคยขาด เป็นเพราะเจ้าของสวนและคนทำสวนเอาใจใส่ดูแลจัดแต่งดอกไม้, ต้นไม้ ด้วยความรัก ทำให้สดชื่นสวยงามอยู่เสมอ มีทั้งดอกกุหลาบ พิทูเนีย รักเร่ ทิวลิป ดอกไม้แต่ละแปลงก็ทำหน้าที่เป็นอย่างดี บานสลับสีเหลือง แดง ม่วง ขาว สวยงามบาดตา
อยู่มาวันหนึ่งดอกเข็มที่ถูกปลูกไว้เป็นแนวริมทางเดินในสวนก็เกิดน้อยใจขึ้นมา เพราะเมื่อนักท่องเที่ยวเข้ามาในสวน ก็พากันไปถ่ายรูปกับดอกไม้สวยๆ ไม่เคยมีใครอยากมาถ่ายรูปกับพวกตนบ้างเลย
ดอกเข็มดอกหนึ่งพูดขึ้นว่า “นี่พวกเราดูซิ ที่แปลงกุหลาบนั่นมีคนเข้าคิวรอถ่ายรูปอีกแล้ว ทำไมไม่มีใครมาสนใจเราบ้างเลย เราเป็นดอกไม้ไร้คุณค่าจริงๆ”
ดอกเข็มอีกดอกเสริมขึ้น “ใช่ๆ ชั้นก็คิดอย่างนั้นเหมือนกัน ขนาดชูดอกก็แล้ว พยายามโบกไหวก็แล้ว ไม่มีใครมาถ่ายรูปพวกเราเลย น่าน้อยใจจริงๆ” แล้วพวกดอกเข็มก็พากันร้องไห้ด้วยความน้อยใจและอิจฉาดอกไม้อื่นๆ
ดอกเข็มอีกดอกพูดว่า ชั้นคิดแผนการออกแล้ว เราขอให้พวกแมลงช่วยดีกว่า แล้วเหล่าดอกเข็มในแปลงก็ตกลงกับฝูงแมลงว่าขอให้แมลงไปวางไข่ไว้ที่ดอกไม้อื่นๆ ให้ทั่วสวน ถ้าคุณแมลงตกลงพวกเราดอกเข็มจะให้น้ำหวานแสนอร่อยเป็นรางวัล
พวกแมลงก็ตกลงรับงานนี้ เพราะใครๆ ก็รู้ว่าน้ำหวานจากดอกเข็มนั้นอร่อยมากๆ พวกแมลงพากันไปวางไข่ไว้ที่ดอกไม้ต่างๆ ทั่วทั้งสวน ผ่านไปเพียง 7 วันลูกหนอนเล็กๆ ก็ฟักออกจากไข่พร้อมกัน ดอกไม้ทุกดอกในสวนต่างมีหนอน เหล่าหนอนก็กัดกินดอกไม้ด้วยความหิวและโตขึ้นอย่างรวดเร็ว สวนดอกไม้ที่เคยสวยงามกลับมีแต่ดอกไม้กลีบแหว่ง ใบขาด บางต้นก็ถึงกับตายไปเลย เมื่อเหตุการณ์เป็นเช่นนี้ก็ไม่มีนักท่องเที่ยวมาชมสวนอีกเลย เจ้าของสวนจึงขาดรายได้ นานเข้าก็ต้องปลดคนทำสวนออก และปิดกิจการลงในที่สุด
เมื่อประตูของสวนปิดลงอย่างถาวร ไม่มีดอกไม้สวยๆ บานอยู่ในสวนอีกต่อไป เหลือเพียงดอกเข็มเท่านั้น ไม่มีคู่แข่งอีกแล้ว แต่ก็ไม่มีใครมาเที่ยวชมสวนแล้วเช่นกัน ถึงตอนนี้ดอกเข็มทั้งหลายก็เข้าใจแล้วว่า การที่ตนวางแผนทำร้ายคนอื่นนั้น มันย่อมส่งผลร้ายมาถึงตัวเองด้วย
........เรื่องทั้งหมดนี้ เป็นนิทานที่ส่งแชร์กันมาทางห้องไลน์ โดยมีการตั้งคำถามว่า หลายคนในบ้านเรากำลังจะมีอาการเหมือน "ดอกเข็มหลงผิด" หรือไม่ คือ รู้สึกผิดหวัง ไม่ได้ดั่งใจ ก็จะใช้วิธีเคลื่อนไหวสร้างประเด็นก่อปัญหาดรามา โดยไม่สนใจถึงผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นว่า สุดท้ายบ้านเมืองวุ่นวาย ก็ไม่มีใครเลยที่จะชนะ!!!.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
“Kevin Protocol”
ชื่อของเขาคือเควิน อายุสิบเจ็ดปี ทำงานอยู่ที่ช่องไดรฟ์ทรูของแมคโดนัลด์บนถนนรูท 9 งานค่าแรงขั้นต่ำ รับออร์เดอร์ ส่งถุงอาหาร เช็ดเคาน์เตอร์ในช่วงที่ลูกค้าบางตา
หมวก..มีความหมายมากกว่าที่คุณคิด
หมวกเป็นของใช้ธรรมดาที่หลายคนมีติดบ้าน บางใบถูกแขวนไว้เฉยๆ บางใบใส่เวลาแดดแรง หรือวันที่ไม่อยากจัดทรงผม บางใบก็เอาไว้ใส่อวดโฉมเช็กอินตามสถานที่ต่างๆ ให้ดูชิกๆ โดยเฉพาะในวันที่อายุมากขึ้น เส้นผมก็มักจะบางลงไปตามกาลเวลา
กูรู้!!ที่กลายเป็นกูรู?!?
โลกโซเชียลเหมือนเวทีเปิดกว้างสุดๆ ที่ใครมีสมาร์ทโฟนดีๆ กล้องสวยๆ แล้วพูดเก่งหน่อย ก็กลายเป็น "กูรู" ได้ในช่วงข้ามคืนก็มี
ห่วง..หวงประเทศไทย
ยิ่งใกล้วันหย่อนบัตรเลือกตั้ง ไม่เพียงสนามการเมืองเรื่องหาเสียงจะเข้มข้น ดุเดือด คึกคักมากยิ่งขึ้นเป็นเงาตามตัวเท่านั้น แม้แต่ในโลกสังคมโซเชียลก็มีการแชร์การโพสต์และการคอมเมนต์วิพากษ์วิจารณ์กันอุตลุด
สังคมเร่งรีบทำให้คนเห็นแก่ตัว!?!
นานๆ ที..ที่จะเดินเข้าห้างกลางใจเมืองย่านสยามสแควร์ ตื่นตาตื่นใจกับความแปลกใหม่ของสถานที่ ถือเป็นเรื่องปกติวิสัยของคนวัยเกษียณ แต่ที่รู้สึกมากกว่า คือ แปลกใจที่คนรุ่นใหม่ ทำไมไม่ใส่ใจที่จะแสดงความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ให้กับคนที่่อ่อนแอ หรือมีปัญหาด้านสุขภาพ ช่วยตัวเองได้ค่อนข้างลำบาก
มีแต่ "สุขภาพ" เท่านั้นที่เป็นของเรา
ข้อคิดจากมหาเศรษฐีของจีน "แจ็ก หม่า" ที่น่าคิดที่สุด นั่นคือ • หากชีวิตเรา ถือเงินทองเป็นจุดมุ่งหมาย ชีวิตนั้นมีแต่ความยากลำบาก


