ฤาตัดสินใจแบบไร้ทางเลือก

มีประเด็นถกเถียงกันเรื่องการเชิญวิทยากรไปบรรยายให้นักศึกษาสถาบัน ที่ชื่อของสถาบันเป็นพระนามของพระมหากษัตริย์ แต่พฤติกรรม ทัศนคติ และอุดมการณ์ทางการเมืองของคนที่ได้รับเชิญเป็นวิทยากรเป็นเช่นไรนั้น ชัดยิ่งกว่าชัด จนทำให้คนจำนวนมากมองเห็นว่าสถาบันไม่น่าเชิญให้เขาเป็นผู้บรรยายในประเด็นเรื่องการจัดการสมัยใหม่ที่เน้นเรื่องการกระจายการบริหาร และการกระจายทรัพยากร

ที่คนเข้าท้วงติงก็เพราะว่าเขามองว่าผู้บริหารสถาบันน่าจะมีทางเลือกในการกำหนดผู้บรรยายในเรื่องนี้ โดยเป็นบุคคลที่รู้เรื่องที่ต้องบรรยาย และไม่เป็นบุคคลที่ก่อให้เกิดการถกเถียงอย่างที่ฝรั่งเขาเรียกว่าเป็นเรื่อง

Controversial หมายความว่า มีทั้งคนเห็นด้วย และคนไม่เห็นด้วย นอกจากนั้นแล้วคนที่ทางสถาบันเชิญไปบรรยายนั้น อาจจะเป็นคนที่มีภาพลักษณ์ต้องการทำการเมืองแบบใหม่

แต่หลายคนก็ตั้งคำถามว่า แล้วเขาได้ทำงานอะไรที่แสดงให้เห็นว่าเขาเป็นผู้รู้ ผู้เชี่ยวชาญด้านการกระจายการบริหาร และการกระจายทรัพยากร จะบอกว่าเป็นนักวิชาการด้านนี้ก็ไม่ใช่ จะบอกว่ามีผลงานทางด้านนี้ก็ไม่เห็น แต่ที่แน่ๆ เขามีประเด็นที่ทำให้หลายคนมองว่าเขาไม่เหมาะสมที่จะเป็นวิทยากรในหัวข้อดังกล่าว ณ สถาบันดังกล่าว

เขาเป็นผู้ต้องหาคดีอาญามาตรา 112 พฤติกรรมของเขาหลายปีที่ผ่านมาแสดงความเป็นปรปักษ์กับสถาบันพระมหากษัตริย์มาตลอด ในขณะที่สถาบันแห่งนี้ใช้พระนามของพระมหากษัตริย์เป็นชื่อของสถาบัน ถ้าจะเรียนรู้การเมืองใหม่ไม่จำเป็นต้องใช้คนที่โดนคดีอาญา 112 ทั้งนี้เราเชื่อว่าในประเทศไทยยังมีคนที่สามารถบรรยายหัวข้อนี้ได้เป็นอย่างดีตั้งมากมาย ไม่ว่าจะเป็นนักวิชาการที่จบและสอนด้านนี้ในคณะรัฐศาสตร์ของหลายๆ มหาวิทยาลัย อีกทั้งยังมีผู้บริหารระดับสูงขององค์กรที่เคยทำหน้าที่เกี่ยวกับการกระจายอำนาจบริหารและการกระจายทรัพยากรที่มีผลงานเชิงประจักษ์อยู่หลายคน ทั้งนักการเมือง และข้าราชการประจำ

จากการวิเคราะห์พฤติกรรมของพวกเขาที่แสดงออกหลายๆ ครั้ง หลายๆ กรณี ทำให้หลายคนเป็นห่วงว่าสิ่งที่เขาจะพูดให้นักศึกษาฟังนั้น จะเป็นเรื่องที่ถูกต้องแค่ไหน จะเป็นไปตามหลักวิชาการ และการประยุกต์ใช้วิชาการนั้นด้วยปัญญาหรือไม่ หรือว่าจะเป็นการบรรยายที่ใส่ทัศนคติและจุดยืนทางการเมืองของเขาให้นักศึกษาฟังแบบไม่ครบมิติ แต่ให้สอดคล้องกับความต้องการทางการเมืองของผู้บรรยาย จริงๆ แล้ว นอกเหนือจากความเป็นจริงที่ว่าสถาบันน่าจะมีทางเลือกในการเชิญผู้บรรยายแล้ว ยังมีวิธีการอื่นที่จะทำให้นักศึกษาเรียนรู้เรื่องดังกล่าวได้

นักศึกษาส่วนใหญ่หรือทั้งหมดเป็นผู้บริหารระดับสูงขององค์กร มีทั้งความรู้ ประสบการณ์ และความสามารถในการวิเคราะห์ ทางสถาบันสามารถหาผู้บรรยายมาทำหน้าที่เป็นผู้นำการสัมมนาหัวข้อนี้ หลังจากบรรยายแล้วก็ให้นักศึกษาไปค้นคว้าหาเรื่องราวดังกล่าวบนพื้นที่ Social Media ที่มีความคิดเห็นของผู้คนที่หลากหลาย รวมทั้งของคนที่ทางสถาบันเชิญไปบรรยายด้วยก็ได้ แล้วให้นักศึกษานำเอาเรื่องราวที่ค้นคว้าหามาได้ ใช้เป็นข้อมูลในถกอภิปรายเชิงวิเคราะห์ แต่ละคนผ่านประสบการณ์มามากมายย่อมทำได้ และน่าจะทำได้ดี มีประโยชน์มากกว่าการฟังบรรยายจากคนคนเดียวที่มีแนวคิดเกี่ยวกับการเมืองสมัยใหม่อย่างไร การอ้างว่าการเชิญเขามาบรรยายนั้น ต้องการให้นักศึกษาได้รับรู้การคิดต่าง เพราะการแสดงออกของเขานั้น ไม่อาจจะเรียกว่าคิดต่าง แต่เรียกว่าคิดอย่างไร ก็นิยามกันเอาเองเถิด แต่ที่แน่ๆ ความคิดของเขานั้น หลายประเด็นเป็นอันตรายต่อความมั่นคงของสถาบันหลักของประเทศ

ราชกิจจาฯ ประกาศชัดเจนว่า วิทยากรของสถาบันแห่งนี้ต้องเป็นคนที่ไม่มีปัญหาด้านจริยธรรม ดังนั้น เราจึงเชื่อว่าการที่ผู้คนจำนวนหนึ่ง (และน่าจะเป็นจำนวนมากด้วย) ไม่อยากให้เขาไปบรรยายที่สถาบัน พวกเขาไม่ได้ใช้อารมณ์ในการประเมิน แต่ใช้ข้อมูลที่เป็นข้อเท็จจริงเป็นเหตุผลในการแสดงจุดยืน ดังนั้นไม่ควรจะพูดว่า "ให้ใจร่มๆ" เพราะมันเป็นการกล่าวหาว่าเป็นการใช้อารมณ์ ในความเป็นจริง คนที่ตัดสินไปแล้วว่าคนที่ได้รับเชิญไม่มีความเหมาะสมนั้น พวกเขาไม่ได้มีอคติหรือใช้อารมณ์ แต่ใช้เหตุผลเชิงประจักษ์ว่าคนที่ได้รับเชิญให้ไปบรรยายนั้นต้องคดี 112 ที่ถูกยื่นฟ้องแล้ว และมีพฤติกรรมเชิงประจักษ์ที่ไม่เหมาะสมมากมาย

ฟังการให้สัมภาษณ์ตัวแทนซึ่งเป็นผู้บริหารระดับสูงแล้ว เชื่อว่าหลายคนน่าจะรู้สึกรำคาญใจพอควร ในลีลาการสื่อสารของผู้บริหารที่ควรมีวุฒิภาวะในการแสดงออกมากกว่าที่ได้ยิน ไม่เข้าใจจริงๆ ว่าทำไมท่านจึงคิดว่าคนที่กำลังสอบถามท่านใช้อารมณ์ ด้วยการบอกให้ผู้สัมภาษณ์ทำใจร่มๆ สำนวน “ใจร่มๆ” สื่อความหมายว่าผู้ให้สัมภาษณ์กำลังใช้อารมณ์ ไม่ได้ใช้เหตุผล คนที่ได้ฟังการสัมภาษณ์ในคืนนั้น น่าจะพออนุมานได้ว่าใครคือคนที่ใช้อารมณ์มากกว่ากัน จะเป็นผู้สัมภาษณ์หรือผู้ถูกสัมภาษณ์ ผู้สัมภาษณ์ถามได้ตรงใจประชาชนส่วนใหญ่ที่มีความสงสัยว่าทำไมสถาบันจึงเลือกที่จะเชิญบุคคลดังกล่าวไปบรรยายเรื่องดังกล่าว แต่ละคำถามเป็นการแสวงหาคำอธิบายว่าทำไมจึงเลือกที่จะเชิญบุคคลดังกล่าว

  • เขามีความชำนาญในเรื่องที่พูดในฐานะนักวิชาการที่สอนหรือทำวิจัยด้านนี้?
  • เขามีผลงานเชิงประจักษ์ในเรื่องที่เขามาบรรยายมากน้อยแค่ไหน?
  • เขามีประสบการณ์ที่ได้ทำงานในเรื่องที่เขามาบรรยายจนเกิดผลสำเร็จเป็นตำนานหรือเปล่า?
  • เขาได้รับการยอมรับว่าเป็นคนเก่งในเรื่องดังกล่าวในวงกว้าง เป็นข่าวให้ได้ยินมาตลอด?
  • เขาเขียนตำราเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวจนเป็นที่นิยม ใช้อ้างอิงทางวิชาการอย่างหลากหลาย?

ถ้าเขาคนนั้นไม่ได้มีคุณสมบัติอย่างที่ว่า ก็ไม่น่าจะเชิญเขามาให้เกิดประเด็นปัญหา เพราะว่าในการหาคนมาบรรยายเรื่องดังกล่าว ถ้าผู้จัดใช้ความพยายาม และใช้ความคิดไตร่ตรองให้ถ้วนถี่กว่านี้ เราเชื่อว่าน่าจะมีตัวเลือกอีกมากมาย และน่าจะเป็นตัวเลือกที่ดีกว่า ทั้งในแง่ของความรู้ ทักษะ ประสบการณ์ และเรื่องของการเป็นบุคคลที่มีคุณสมบัติครบถ้วน หรือไม่ขัดกับข้อความที่ประกาศไว้ในราชกิจจานุเบกษาที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานของสถาบันดังกล่าว การไปกล่าวหาโดยนัยๆ ว่าคนสัมภาษณ์ใช้อารมณ์นั้น อาจจะทำให้คนตีความว่าที่พูดเช่นนั้นเพราะหาคำตอบที่ดีพอไม่ได้ เช่น คำถามที่ว่าใครเป็นคนมีดำริที่จะเชิญผู้บรรยายคนดังกล่าว หรือทำไมถึงเชิญ และในคราวหน้าจะมีการเชิญแบบนี้อีกไหม คำตอบที่เราได้ยินนั้น ไม่ได้ทำให้เรารู้สึกดีขึ้นกับการตัดสินใจเลือกวิทยากรคนดังกล่าวเป็นผู้บรรยาย และเราก็ยังมองเห็นว่าหัวข้อดังกล่าวนั้นทางสถาบันน่าจะมีตัวเลือก โดยไม่จำเป็นที่จะต้องใช้บริการของคนที่มีความนิยมแยกเป็นสองกระแสที่เรียกว่า Controversial อย่างชัดเจนเช่นนี้ และถ้าจะขอถามดังๆ อีกสักข้อว่า ในการบรรยาย เขาไม่ได้พูดในเชิงหาเสียงให้กับพรรคการเมืองหรือกลุ่มการเมืองใดเลย หรือเปล่า.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'อวิชชา'กับโลกธรรมที่ไม่เป็นไปตามความปรารถนา!!!

ตกลงท่านนายกฯ เสี่ยหนู-อนุทิน ก็ยังคงไปต่อ...หรือยังคงอยู่ได้ หลังจากศาลรัฐธรรมนูญท่านได้วินิจฉัยและตัดสินไปเป็นที่เรียบโร้ยย์ย์ย์ ว่า พ.ร.ก.กู้เงิน 400,000 ล้านของรัฐบาลไม่ขัดอะไรกับรัฐธรรมนูญ ส่งผลให้พวกที่รู้ลึก รู้มาก แต่อาจไม่รู้จักตัวเองเอาเลยก็เป็นได้ หรือพวกที่สนุกสนานอยู่กับการร่ำลือถึงนายกรัฐมนตรีสำรอง ที่มีชื่อย่อขึ้นต้นด้วยตัวอักษร ศ.ศาลา อาจถึงขั้นโศกเศร้า ศึม (ซึม) กะทือ หรือไม่? อย่างไร? ก็มิอาจคาดคำนวณได้... (2) คืออันที่จริงความพยายามควานหาว่าใคร? คือผู้ที่มีชื่อย่อขึ้นด้วยตัวอักษร ศ. มันก็อาจคล้ายๆ

ยิ่งใกล้ยิ่งฝุ่นตลบ!

นี่ซิ...ยุทธจักรโล่เงินของแท้ ศึกชิงเก้าอี้ "ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ" หรือ "ผบ.ตร." คนที่ 16 แตะมือต่อไม้ ผบ.ต่าย-พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์

ใครโง่...ใครฉลาด

สังคมไทยเป็นสังคมที่ตกอยู่ในวังวนของความแตกแยก เพราะวาทกรรมทางการเมืองของนักการเมืองที่ก่อให้เกิดจุดยืนทางการเมืองที่ต่างกัน ขอเรียกว่าจุดยืนทางการเมืองก็แล้วกันนะ ไม่ขอเรียกว่าอุดมการณ์ทางการเมือง เพราะที่แตกแยกกันอยู่ทุกวันนี้เป็นเรื่องของจุดยืนทางการเมืองที่ก่อให้เกิดกีฬาสี ที่แต่ละสีไม่อาจจะเป็นมิตรกันได้

ว่าด้วยมาตรฐานความดีและความชั่ว!!!

มีผู้นำประเทศอย่างท่านนายกฯ เสี่ยหนู อนุทิน หรือมีผู้ว่าฯ กทม.อย่าง ชัชชาติ บุรุษผู้กล้ามใหญ่ในปฐพี อันที่จริงถ้าจะว่าให้ถึงที่สุดแล้ว...มันก็น่าจะพอกล้อมๆ แกล้มๆ น่าจะพอ อยู่ๆ กันไปได้

เริ่มตั้งไข่ศูนย์บัญชาการรบ 'เอไอ'

คิวใหญ่ "กรมปทุมวัน" หากไม่มีอะไรแทรก ไม่มีอะไรคลาดเคลื่อน ปลายเดือน ก.ค.นี้น่าจะถึงคิวการแต่งตั้ง "ผบ.ตร." หรือ "ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ" คนที่ 16

ค้านด้วยเหตุด้วยผล...ย่อมดลให้เกิดประโยชน์

ในสังคมประชาธิปไตยโดยทั่วไป ก็จะมีฝ่ายรัฐบาลทำหน้าที่บริหารประเทศด้วยนโยบายที่แถลงไว้กับสภาผู้แทนราษฎร และจะทำโครงการต่างๆ เพื่อทำตามสัญญาที่หาเสียงไว้ ในขณะเดียวกันก็จะมีฝ่ายค้านทำหน้าที่ตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล