ยืม..สมบัติลูกหลานมาปู้ยี่ปู้ยำ?!?

จากงานมหกรรมความยั่งยืน Sustainability Expo 2023 (SX2023) ที่ชวนไปถอดรหัสการ “ลงมือทำ” เพื่อร่วมสร้าง “สมดุลที่ดี ...เพื่อโลกที่ดี" มีรายการเสวนาที่น่าสนใจในหัวข้อ Sustainable World for All โดยบรรดาตัวแทนจากองค์กรและชุมชนจากนิวซีแลนด์และอินโดนีเซีย ตลอดจนตัวแทนจากสหประชาชาติ

มีคำถามที่น่าสนใจจากคุณสุทธิชัย หยุ่น ผู้ดำเนินการเสวนาว่า อยากจะบอกอะไรกับเยาวชนคนรุ่นใหม่บ้างเกี่ยวกับการสร้างสมดุลที่ดี เพื่อโลกที่ดี หลังจากที่ผู้เสวนาได้เล่าประสบการณ์เกี่ยวกับการลงมือทำเพื่อขับเคลื่อนสร้างความสมดุล หวังให้โลกนี้ดีกว่า หรืออย่างน้อยที่สุด ..ต้องไม่เลวร้ายไปกว่าเดิม

ผู้แทนจากชนเผ่าเมารีของประเทศนิวซีแลนด์พูดสั้นๆ ได้อย่างน่าคิดว่า ..เราต้องตระหนักรู้ว่า ตอนนี้เรายืมทรัพย์สมบัติของคนรุ่นลูกรุ่นหลานมาใช้อยู่!!! ในขณะที่ตัวแทนจากอินโดนีเซียซึ่งเป็นสตรีนักสู้บอกว่า ..อยากให้ตั้งคำถามกับตัวเองเกี่ยวกับคำว่า "Enough"

มนุษย์ป้าฟังแล้วให้รู้สึกว่ามันสะท้อนความเป็นไปในสังคมไทยแบบเหลือเชื่อ!! และถ้าพวกเราคิดตาม ก็เชื่อได้ว่า อารมณ์ หรือสถานการณ์ที่กำลังถกเถียงกันในวันนี้เกี่ยวกับ "เงินดิจิทัล 1 หมื่นบาท" จะต้องมีคำตอบที่แตกต่างออกไป และคงไม่ใช่แบบที่นักการเมืองบางคนลุกขึ้นมาชี้หน้าตั้งข้อกล่าวหากับคนที่คัดค้านการกู้เงินเพื่อมาหว่านแบบไม่ลืมหูลืมตาของรัฐบาลว่า รวยแล้วไม่เข้าใจหัวอกคนจน..อย่างแน่นอน

การมุ่งเน้นแจกเพื่อตอบแทนทางการเมือง โดยไม่สนใจว่าอนาคตข้างหน้า ลูกหลานต้องตามชดใช้หนี้สินไปอีกกี่ปี มันก็เหมือนยืมความมั่งคั่งของวันนี้ไปใช้แบบสุรุ่ยสุร่าย และอีกด้านหนึ่งก็ไม่ผิดกับการที่สร้างความไม่รู้จัก "พอเพียง" ให้กับสังคมไทย...จริงไหม?

สำหรับมนุษย์ป้าและคนรอบๆ ตัว ไม่ได้อยู่ในทะเบียนคนร่ำรวยนะคะ แต่รู้จักพอเพียง ประมาณตน และรู้รักษาวินัยในการใช้จ่ายของตนเอง เพื่อไม่ต้องเบียดเบียนใคร และไม่ทำให้ครอบครัวเดือดร้อน การคัดค้านสิ่งที่รัฐบาลกำลังทำ ถือเป็นความผิดหรือจิตใจคับแคบ...หรอ???.

'ป้าเอง'

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

มาขยับร่างกายกันดีกว่า

โลกใบนี้หนอ?!? นึกๆ ไปมันก็แปลก คนที่ยังขยับได้ กลับไม่ค่อยยอมขยับ นั่งจ่อมอยู่บนเก้าอี้ บ้างก็นั่งๆ นอนๆ อยู่บนเตียง ไถมือถือ ดูทีวี ฟังวิทยุ อ่านหนังสือ ส่วนคนที่ขยับไม่ได้ ประมาณว่า ป่วยติดเตียง หรือว่าเดี้ยงโดยเหตุผลอันใดก็ตาม ก็อยากจะขยับขาขึ้นมาเดินเหลือเกิน

มนุษย์หนอ...ในยามวิกฤต

เมื่อสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางปะทุขึ้นอีกระลอก ผลกระทบไม่ได้จำกัดอยู่เพียงพื้นที่สงคราม แต่ลุกลามมาถึงเศรษฐกิจโลก รวมถึงประเทศไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะต้นทุนพลังงานและราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลต่อราคาสินค้าอุปโภคบริโภคแทบทุกชนิด

กตัญญู..มองผ่านซีรีส์

ในยุคที่ทุกคนก้มหน้าจอโทรศัพท์ จีนได้ใช้มินิซีรีส์แนวตั้ง หรือ “ดรามาสั้นแนวตั้ง” ความยาวตอนละ 1-2 นาที เป็นอาวุธลับในการฟื้นฟูค่านิยมกตัญญู อย่างเป็นระบบ

น้ำมันแพง..ได้เวลาดับไฟ?!?

ลูกหลานเจนใหม่ X Y Z คงจะนึกภาพไม่ออกกระมังว่า สถานการณ์ระส่ำระสายวุ่นวายอันเกิดจากน้ำมันขาดแคลนนั้น มันเป็นอย่างไร แต่มนุษย์ลุงป้าน้าอา เจอะเจอกันมาแล้วหลายครั้งนะ

โลกมันก็เป็นแบบนี้!!

เปิดทีวี ฟังวิทยุ หรือคลิกเข้าไปในโลกโซเชียล รู้สึกแบบมนุษย์ป้า!! ไหมคะว่า โลกทุกวันนี้เต็มไปด้วยข่าวสารที่ดูเหมือนจะหนักหน่วงขึ้นทุกวัน วุ่นวายปั่นป่วนเกินกว่าจะรับไหว ใจรู้สึกเบื่อหน่าย เหนื่อยล้า และกังวลอย่างบอกไม่ถูก และบางคนคงถึงขั้นอยากจะตะโกนบอกว่า “โลกทุกวันนี้มันช่างไม่น่าอยู่เอาเสียเลย”

เรื่องเล่าที่งดงาม "ลุงแฟรงก์กับสมาร์ทโฟน"

“ผมชื่อแฟรงก์ อายุ 73 ปี ปีที่แล้วลูกสาวซื้อสมาร์ทโฟนให้เป็นของขวัญคริสต์มาส บอกให้เลิกใช้โทรศัพท์ฝาพับเสียที” ผมไม่ได้อยากได้มัน ใช้แค่โทร.ออกเหมือนเครื่องเก่า จนวันหนึ่งเผลอเปิดแอปชุมชนชื่อ Nextdoor และเกือบลบทิ้ง กระทั่งเห็นโพสต์หนึ่งถามว่า “มีใครรู้วิธีปะถุงเท้าไหมคะ? ถุงเท้าคุณปู่จากสงครามโลกครั้งที่สองกำลังเป็นรู แต่ฉันอยากเก็บมันไว้”