ขอ 3 ข้อตอบให้ได้ก่อนแจกเงินดิจิทัล

ยังคงไร้ทิศทางสำหรับโครงการแจกเงินดิจิทัล 10,000 บาทของพรรคเพื่อไทย หลังจากที่มีเหล่าคณาจารย์เศรษฐศาสตร์ นำโดยอดีตผู้ว่าฯ แบงก์ชาติถึง 2 ท่านออกมาทักท้วงถึงความได้ไม่คุ้มเสียของโครงการนี้ 

จนนำไปสู่การที่กระทรวงการคลัง นำโดย 2 รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง และผู้บริหารกระทรวงการคลัง ตั้งโต๊ะแถลงชี้แจงถึงความดีงามของโครงการ 

แต่สุดท้ายก็เหมือนพายเรือวนในอ่าง เพราะรายละเอียดจริงๆ ยังมีแค่คอนเซปต์ไอเดียเท่านั้น แต่ที่จะนำไปสู่การปฏิบัติจริงยังแทบจับต้องไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเงื่อนไข แหล่งเงินที่นำมาใช้ ซึ่งทั้งหมดจะต้องรอให้คณะกรรมการดิจิทัลวอลเล็ตสรุปออกมาให้เรียบร้อยภายในเดือน ต.ค.นี้

ประเด็นนี้ตรงกับที่ "ศิริกัญญา ตันสกุล" หัวหน้าทีมเศรษฐกิจของพรรคก้าวไกล ได้ทวีตข้อความลงบนแพลตฟอร์ม X ที่จับตาดูการแถลงข่าว ที่ระบุว่า

"ในส่วนของการแถลงข่าวความคืบหน้า digital wallet ในวันนี้นั้น... ยังไม่แน่ชัดว่ารัศมีการใช้เป็นยังไง...

ยังไม่แน่ชัดว่าจะเอาเงินจากไหน... ยังไม่แน่ชัดว่าจะแจกถ้วนหน้า หรือจะแจกเฉพาะกลุ่ม... ซึ่งหมายความว่า

ยังไม่แน่ชัดว่าจะต้องใช้เงินเท่าไหร่! สิ่งที่ชัดอย่างเดียวก็คือ พรรคเพื่อไทยไม่ได้มีการศึกษามาก่อนล่วงหน้าว่าจะนำนโยบาย digital wallet ไปปฏิบัติยังไง ทุกอย่างคือต้องรอคณะกรรมการฯ โดยขอซื้อเวลาไปจนถึงสิ้นเดือนตุลา."

ตอนนี้ต้องยอมรับว่านโยบายนี้ทำให้สังคมเกิดแรงกระเพื่อมเป็น 2 ขั้วอย่างชัดเจน คือ กลุ่มคนที่อยากให้รัฐผลักดันโครงการต่อ เพราะต้องการเงินมาใช้ กับอีกฝ่ายคือ กลุ่มที่คัดค้าน ที่มองเห็นว่าโครงการนี้เป็นการตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ และสร้างภาระให้ลูกหลานต่อไปในอนาคต ซึ่งก็เกิดการถกเถียงทางความคิดกันไปใหญ่โตทั้งสองฝั่ง

ซึ่งไม่ว่าจะอย่างไรก็ต้องฟังทั้งสองมุม และต้องโยนเผือกร้อนไปยังคณะกรรมการดิจิทัลวอลเล็ต ที่จะต้องออกแบบโครงการออกมาให้สามารถนำมาใช้ได้จริง และมีคำตอบกับสังคมในทุกมิติว่าโครงการนี้มันดีจริง ไม่ใช่แค่โครงการประชานิยมเพื่อหาเสียง

ยิ่งตอนนี้มีข้อมูลมาหลายทิศทางในเรื่องของการปรับเงื่อนไข ทั้งว่าจะไม่แจกให้ทุกคน แจกแค่คนต้องการซึ่งต้องลงทะเบียนเท่านั้น หรือการใช้จ่ายเงินก็จะขยายได้แบบครอบคลุมทั้งจังหวัด หรือแม้กระทั่งแหล่งเงินที่รัฐบาลอ้างว่าไม่มีการกู้เงิน แต่จะเป็นการเบียดงบประมาณประจำปีมาจัดใช้ในโครงการนี้ ซึ่งสุดท้ายแล้ว คำตอบจะเป็นเช่นไร คงต้องติดตามชมกัน

แต่ที่แน่ๆ หากรัฐจะผลักดันโครงการนี้ให้เกิดขึ้นจริง ต้องมีคำตอบให้กับประเด็นเหล่านี้ก่อน คือ 1.เรื่องของการพัฒนาบล็อกเชนใหม่ที่ต้องรองรับคนใช้ 56 ล้านราย จะต้องใช้เงินลงทุนระบบที่ใหญ่มาก และการลงทุนก็สูงถึงระดับหมื่นล้านบาท รัฐจะเอาเงินส่วนไหนมาพัฒนา

2.เรื่องการทำธุรกรรมผ่านบล็อกเชนนั้น จะต้องมีเวลาเคลียริง ตรวจสอบข้อมูลไขว้ไปไขว้มา ซึ่งใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 10 นาที ตรงนี้ไม่สะดวกสำหรับการค้าขาย เพราะผู้ขายจะต้องรอเงินโอนช้ากว่า 10 นาที ซึ่งถือว่าไม่เร็วพอสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน เป็นอุปสรรคและสร้างความหงุดหงิดในการใช้งาน แถมระบบยังใช้ไฟฟ้ามหาศาล

3.ความปลอดภัยของระบบมีมากแค่ไหน สามารถถูกแฮ็กได้หรือไม่ ซึ่งรัฐบาลใช้เวลาผลักดันโครงการในไม่กี่เดือน ใครจะรับประกันความปลอดภัยว่าระบบมีความสมบูรณ์แบบจริง

แค่ 3 ข้อนี้ ตอบให้ได้ก่อน แล้วค่อยคิดต่อว่าจะหาเงิน และวางเงื่อนไขแจกเงินอย่างไร

นี่ก็ฝากไว้ให้คิด.

 

ลลิตเทพ ทรัพย์เมือง

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ถอดบทเรียนแบรนด์ดังดันยอดขายด้วยData

ในยุคที่ “ข้อมูลลูกค้า” คือหัวใจในการเอาชนะความท้าทายที่ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มไทยต้องเผชิญ ทั้งพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว ต้นทุนที่สูงขึ้น และการแข่งขันที่เข้มข้น

จับตา'ส่งออกไทย’อ่วมพิษสงคราม

ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง นับเป็นปัจจัยเชิงภูมิรัฐศาสตร์ที่มีบทบาทสำคัญต่อเสถียรภาพของเศรษฐกิจโลก เนื่องจากภูมิภาคดังกล่าวเป็นแหล่งผลิตพลังงานหลักและเป็นจุดเชื่อมโยงของเส้นทางการค้าระหว่างประเทศ ความขัดแย้งทางการเมืองและความไม่มั่นคงด้านความปลอดภัยส่งผลให้เกิดความผันผวนของราคาน้ำมันดิบ อัตราแลกเปลี่ยน และต้นทุนโลจิสติกส์ระหว่างประเทศ ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญที่กำหนดทิศทางของการค้าโลก และการเคลื่อนย้ายสินค้าในระบบเศรษฐกิจระหว่างประเทศ

แปลงเกษตรสู่ฐานชีวภาพ

ในยุคที่โลกกำลังเผชิญกับความท้าทายด้านความมั่นคงทางอาหารและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิภูมิอากาศ “เกษตรกรรมแบบดั้งเดิม” กำลังถูกเขย่าด้วยกระแสเทคโนโลยีดิสรัปชัน ประเทศไทยในฐานะอู่ข้าวอู่น้ำของโลกจึงไม่อาจหยุดนิ่งอยู่กับเพียงการส่งออกวัตถุดิบขั้นต้น แต่กำลังเร่งสปีดสู่การเป็น “อุตสาหกรรมฐานชีวภาพ” (Bio-based Industry) ที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงสร้างมูลค่าเพิ่มมหาศาล

สงกรานต์ส่อแววหงอย

เมื่อเริ่มเข้าสู่เดือนเมษายนของทุกปี บรรยากาศแห่งความสุขและการรอคอยก็เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง กับเทศกาล “สงกรานต์” หรือ วันปีใหม่ไทย ถือเป็นช่วงเวลาของวันพักผ่อนหยุดยาวที่หลายคนเฝ้ารอ

ท่องเที่ยวกับการปรับเกมรับวิกฤต

เริ่มต้นเพียงไตรมาสแรกของปี 2569 ก็ดูเหมือนจะมีวิกฤตให้รับมือกันหลายอย่าง โดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยวที่มักจะมีผลกระทบจากสภาพเศรษฐกิจอยู่ตลอดจากสถานการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น

เศรษฐกิจไทยปีม้าส่อหลุดต่ำ 2%

ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จากความขัดแย้งระหว่างสหรัฐและอิหร่าน หลังสหรัฐและอิสราเอลโจมตีโครงสร้างพื้นฐานทางทหารและกลุ่มผู้นำของอิหร่าน ส่งผลให้อิหร่านตอบโต้ด้วยการยิงขีปนาวุธและโดรนโจมตีเป้าหมายหลายแห่งในภูมิภาค ทำให้เกิดความเสี่ยงที่ความขัดแย้งในระดับภูมิภาคจะขยายวงมากขึ้น