คนที่โชคดี

เทศกาลกินเจที่ผ่านไปสดๆ ร้อนๆ ใครได้ไปแวะตลาดน้อย และศาลเจ้าชิกเซี้ยม่า บนถนนไมตรีจิต ใกล้กับหัวลำโพง คงจะรู้สึกว่าไม่คึกคักเหมือนแต่เก่าก่อน         

อดสงสัยไม่ได้เหมือนกันว่า เพราะอะไร?? คำตอบที่ได้คือ เด็กยุคดิจิทัลเขาไม่อินกับการกินเจ แต่เขานิยมที่จะบริโภคอาหารสุขภาพที่เรียกกันว่า ..วีแกนมากกว่า

ฟังแล้วก็ให้รู้สึกว่า แต่ละช่วงเวลาของอายุ หลายสิ่งหลายอย่างมีการเปลี่ยนแปลง แต่อย่างไรก็ตาม ในความเปลี่ยนแปลงนั้น หากมองเป็นเรื่องดี เป็นมุมบวก ก็ต้องถือว่าเราโชคดีที่ได้มีโอกาสเห็นการเปลี่ยนไปของโลกหรือสังคมไทยในแต่ละช่วงชีวิต

เหมือนอย่างที่ ดร.วาดะ ในญี่ปุ่น ที่ลุกขึ้นมาคัดค้านเรียกคนที่อายุมากกว่า 70 ปีว่า "ผู้สูงอายุ" เขายืนยันว่าต้องเรียกว่า "คนที่โชคดี" ต่างหาก เพราะกว่าจะเติบโตมาจนอายุปูนนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ อย่างแน่นอน นอกจากนั้นที่น่าสนใจคือ ดร.วาดะคนนี้ได้สรุปเคล็ดลับที่คนอายุ 70 ปี กลายเป็น "คนมีโชค" ดังนี้ 1.เดินต่อไป 2.หายใจลึกๆ เมื่อคุณรู้สึกหงุดหงิด 3.ออกกำลังกายเพื่อไม่ให้ร่างกายรู้สึกตึง 4.ดื่มน้ำมากขึ้นเมื่อเปิดเครื่องปรับอากาศในฤดูร้อน 6.ยิ่งเคี้ยวมากเท่าไหร่ ร่างกายและสมองก็จะยิ่งมีพลังมากขึ้นเท่านั้น 7.ความจำเสื่อมไม่ใช่เพราะอายุ แต่เพราะไม่ใช้สมองในระยะยาว 8.ไม่ต้องกินยาเยอะ 9.ไม่จำเป็นต้องจงใจลดความดันโลหิตและระดับน้ำตาลในเลือด 10.ทำในสิ่งที่เธอรัก ไม่ใช่สิ่งที่เธอเกลียด

11.ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น อย่าอยู่บ้านตลอดเวลา 12.กินอะไรก็ได้ ร่างกายอ้วนก็พอดี 13.ทำทุกอย่างอย่างพิถีพิถัน 14.อย่าจัดการกับคนที่คุณเกลียด 15.แทนที่จะต่อสู้กับโรคจนถึงที่สุด..จะดีกว่า..ที่จะอยู่กับมัน 16."รถต้องมีทางขึ้นเขา" คือมนต์วิเศษที่ทำให้คนแก่มีความสุข 17.ถ้าเผลอหลับห้ามฝืน 18.ทำสิ่งที่มีความสุขดีที่สุดเพื่อกระตุ้นการทำงานของสมอง 19.เลิกเรียนแล้วจะแก่ 20.อย่าโลภอยากได้ของไร้สาระ มันเป็นสิ่งที่ดีที่จะมีทุกอย่างที่คุณมีตอนนี้ 21.ยิ่งมีปัญหามากเท่าไหร่ ก็ยิ่งน่าสนใจมากขึ้นเท่านั้น 22.ทำในสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่น 23.ใช้ชีวิตอย่างมองโลกในแง่ดี 24.กฎแห่งชีวิตอยู่ในมือของคุณเอง

อ่านแล้วก็ต้องบอกว่าเห็นด้วยที่สุดค่ะ.

'ป้าเอง'

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

มาขยับร่างกายกันดีกว่า

โลกใบนี้หนอ?!? นึกๆ ไปมันก็แปลก คนที่ยังขยับได้ กลับไม่ค่อยยอมขยับ นั่งจ่อมอยู่บนเก้าอี้ บ้างก็นั่งๆ นอนๆ อยู่บนเตียง ไถมือถือ ดูทีวี ฟังวิทยุ อ่านหนังสือ ส่วนคนที่ขยับไม่ได้ ประมาณว่า ป่วยติดเตียง หรือว่าเดี้ยงโดยเหตุผลอันใดก็ตาม ก็อยากจะขยับขาขึ้นมาเดินเหลือเกิน

มนุษย์หนอ...ในยามวิกฤต

เมื่อสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางปะทุขึ้นอีกระลอก ผลกระทบไม่ได้จำกัดอยู่เพียงพื้นที่สงคราม แต่ลุกลามมาถึงเศรษฐกิจโลก รวมถึงประเทศไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะต้นทุนพลังงานและราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลต่อราคาสินค้าอุปโภคบริโภคแทบทุกชนิด

กตัญญู..มองผ่านซีรีส์

ในยุคที่ทุกคนก้มหน้าจอโทรศัพท์ จีนได้ใช้มินิซีรีส์แนวตั้ง หรือ “ดรามาสั้นแนวตั้ง” ความยาวตอนละ 1-2 นาที เป็นอาวุธลับในการฟื้นฟูค่านิยมกตัญญู อย่างเป็นระบบ

น้ำมันแพง..ได้เวลาดับไฟ?!?

ลูกหลานเจนใหม่ X Y Z คงจะนึกภาพไม่ออกกระมังว่า สถานการณ์ระส่ำระสายวุ่นวายอันเกิดจากน้ำมันขาดแคลนนั้น มันเป็นอย่างไร แต่มนุษย์ลุงป้าน้าอา เจอะเจอกันมาแล้วหลายครั้งนะ

โลกมันก็เป็นแบบนี้!!

เปิดทีวี ฟังวิทยุ หรือคลิกเข้าไปในโลกโซเชียล รู้สึกแบบมนุษย์ป้า!! ไหมคะว่า โลกทุกวันนี้เต็มไปด้วยข่าวสารที่ดูเหมือนจะหนักหน่วงขึ้นทุกวัน วุ่นวายปั่นป่วนเกินกว่าจะรับไหว ใจรู้สึกเบื่อหน่าย เหนื่อยล้า และกังวลอย่างบอกไม่ถูก และบางคนคงถึงขั้นอยากจะตะโกนบอกว่า “โลกทุกวันนี้มันช่างไม่น่าอยู่เอาเสียเลย”

เรื่องเล่าที่งดงาม "ลุงแฟรงก์กับสมาร์ทโฟน"

“ผมชื่อแฟรงก์ อายุ 73 ปี ปีที่แล้วลูกสาวซื้อสมาร์ทโฟนให้เป็นของขวัญคริสต์มาส บอกให้เลิกใช้โทรศัพท์ฝาพับเสียที” ผมไม่ได้อยากได้มัน ใช้แค่โทร.ออกเหมือนเครื่องเก่า จนวันหนึ่งเผลอเปิดแอปชุมชนชื่อ Nextdoor และเกือบลบทิ้ง กระทั่งเห็นโพสต์หนึ่งถามว่า “มีใครรู้วิธีปะถุงเท้าไหมคะ? ถุงเท้าคุณปู่จากสงครามโลกครั้งที่สองกำลังเป็นรู แต่ฉันอยากเก็บมันไว้”