
ปิดตี 2 น่ะดีแล้ว!
นี่..ผมไม่ได้พูด หากแต่เป็นความเห็นของผู้ที่ตอบแบบสำรวจของ “นิด้าโพล” กับหัวข้อ “นโยบาย ปิดผับตี 4 มาอีกแล้ว!”
แต่ถ้านิด้าโพลถามผม..ผมก็จะบอก “ปิดผับ-บาร์ตี 2 ดีอยู่แล้ว” เหมือนกัน และจะเสนอด้วยว่า..สถานบันเทิงในจังหวัดท่องเที่ยวหลัก ไม่ต้องปิดตี 4 หรอก เปิดให้ถึงเช้าไปเลย
ไม่ได้ประชด แต่อยากให้ทดลอง เพื่อศึกษาผลกระทบในทางเสียหายกับผลประโยชน์ที่ได้รับจากการท่องเที่ยว อันไหนมาก-น้อยกว่ากัน?
และจริงไหม ที่เมื่อเปิดถึงเช้าแล้วจะยังมีนักท่องเที่ยวนั่งดื่ม-นั่งทานกันอยู่ และดูว่าเด็กเสิร์ฟจะมีเรี่ยวแรง เต็มใจให้บริการเต็มที่-เต็มกำลังอยู่ดีแค่ไหน?
ส่วนกรุงเทพฯ ผมเสนอให้ใช้ “ถนนข้าวสาร” เป็นแหล่งทดลอง ปล่อยให้ผับ-สถานบันเทิงเปิดบริการหามรุ่งหามค่ำยังกับ “ลาสเวกัส” กันไปเลย!
ลองดูครับ..ไม่ดีก็ปิด แต่หากดี ได้ประโยชน์ต่อการท่องเที่ยวจริงก็ค่อยๆ ขยับขยายกันไปตามเมืองท่องเที่ยวต่างๆ แต่กับผับ-บาร์ทั่วไป..
ขอให้ฟังเสียงส่วนใหญ่.. “ปิดตี 2 ก็ดีอยู่แล้ว” นั่นแหละ จะดีกว่า!
ครับ..พูดถึงดีแล้ว-ดีกว่า วันก่อนไปดู “สัปเหร่อ” มา ก็ต้องบอกว่า “หนังเขาสนุกดี” และคาดว่าตลอดโปรแกรม หนังน่าจะโกยเงินไม่ต่ำกว่า 600-700 ล้าน!
ซึ่งก็คงจะสร้างความทุกข์อก-ทุกข์ใจให้กับ “คุณต้องเต” ผู้กำกับภาพยนตร์เรื่องนี้อีกแหละ!
ก่อนหน้านี้ก็ทุกข์-กังวลอยู่ไม่น้อย โดยคุณต้องเตบอกกับกรรมกรข่าวว่า.. “ในช่วงหนังเข้าฉายวันแรก ตั้งใจว่าจะเตรียมยืมเงินคุณก้อง ห้วยไร่ เพื่อมาช่วยนายทุน...
และถึงแม้นายทุนจะไม่ต้องการเงินตรงนี้ แต่ก็อยากรับผิดชอบ หากขาดทุนขึ้นมาจริงๆ”
และแม้ตอนนี้หนังจะไม่ขาดทุนแล้ว แต่การที่สัปเหร่อเก็บเงินได้ 600-700 ล้านบาทนั้น คิดดูเอาเถอะ จากคนที่เตรียมจะยืมเงินผู้อื่นใช้หนี้
จู่ๆ มีเงินมากองท่วมห้องจากส่วนแบ่งเปอร์เซ็นต์กับโรงหนัง เป็นนักการเมืองก็ไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นอะไร แต่กับคุณต้องเต ผู้กำกับหนังบ้านนอกคนหนึ่ง ป่านนี้คงนั่งกุมขมับ..
กูจะทำอย่างไรกับเงินตั้ง 200-300 ล้านวะเนี่ย?
ก็..อยากบอกคุณต้องเตล่ะนะ จะทำอะไรกับเงินก็ทำไปเถอะตามแต่ใจตัวเองต้องการ จะซื้อบ้าน ซื้อรถ ซื้อเรือกสวนไร่นา ซื้อความสุขอื่นใดก็ซื้อไป
แต่ถ้าจะทำหนังเรื่องต่อไป ก็ขอเตือนอย่าได้ “มือเติบ” อย่าคิดว่ามีเงินแล้วต้องลงทุนให้หนักเรื่องละ 30-40 ล้าน เพราะการทำหนังไม่ใช่การสร้างโปรดักต์-สินค้าอย่างอื่น
ที่เมื่อติดตลาด คนบริโภคพอใจแล้วก็สามารถที่จะขยับขยายธุรกิจให้เติบโตต่อไป แต่หนัง..ลงมือทำเรื่องใหม่ก็เริ่มต้นนับ 1 ใหม่ทุกคราวไป
ไม่ใช่ “สัปเหร่อ” ได้ 600-700 ล้านแล้ว เรื่องต่อไปโดยการกำกับของคุณต้องเต จะต้องกวาดรายได้ถล่มทลายเหมือนเดิมเสียที่ไหน
ไม่งั้นป่านนี้ บริษัท-สตูดิโอผู้สร้างใหญ่ๆ คงไม่ต้องปิด หรือชะลอการสร้างหนังกันอย่างที่เห็นเป็นอยู่ในขณะนี้หรอก!
สรุป..รวยแล้วก็ให้ทำหนังด้วยทุนน้อยๆ ต่อไปอย่างนี้แหละ จำไว้..ทำหนังน่ะรวยเร็วก็จริง แต่เวลาเจ๊ง มันคือ..
การนั่งเผาแบงก์ดีๆ นี่เอง!
สันต์ สะตอแมน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
แพ้‘ชัชชาติ’ก็ยังพอทน?
“จะยังอยู่ตรงนี้เสมอ พักผ่อนให้หายเหนื่อยล้าแล้วลุกขึ้นมาสู้ต่อไป! ส่งกำลังใจให้ผู้สนับสนุน, ผู้บริหาร, สส.และทีมงาน #พรรคประชาชน ทุกคน รู้ดีว่าเส้นทางอีกยาวไกล แต่ไม่มีอะไรมาทำให้หยุดฝันได้”
‘ไทยไม่ทน’สมหวัง?
ไอยะละก๊ะ! จะไม่ให้ตกใจอย่างไงได้ เพราะนายก่อแก้ว พิกุลทอง รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย แกเล่นโพสต์..
‘ล้างเท้า’ก่อนขึ้นธรรมาสน์
“..ผมเองอยู่ในเรือนจำทั้งหมด 1 ปี 1 เดือน 3 วัน
จะอยู่เป็นเสี้ยนตําตีน?
24 มิถุนายน 2569.. ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ..แต่ในขณะที่ศิลปินร็อก.. “เสก โลโซ” ได้รับการปล่อยตัวจากเรือนจำชั่วคราวเขากลิ้ง พร้อมติดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ (EM)..ก้าวเท้าพ้นประตูคุก สู่อิสรภาพ!
ตำแหน่งใหญ่โต!
ไม่ได้สนิทแนบถึงขนาดรู้ไส้-รู้พุง! แต่..จะด้วยความไว้วางใจหรืออย่างไรไม่ทราบได้ เวลามีปัญหา (ลึกๆ) ในใจทีไร คุณหม่ำ จ๊กมก ตลกซูเปอร์สตาร์ ก็มักจะปรารภ (ไม่ได้ขอคำปรึกษา) ให้ผมฟังอยู่บ่อยครั้ง!
เปลือย.. ‘เสก โลโซ’?
“เอาที่สบายใจ จะขึ้นเทศน์ก็ล้างเท้าให้สะอาด” เนี่ย..คุณอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีท่านว่าของท่านอย่างนี้ หลังจากที่ผู้สื่อข่าวถามประเด็นที่ คุณไอซ์-รักชนก ศรีนอก โพสต์เฟซบุ๊กพาดพิง

