เงินดิจิทัล..แก่แล้วอย่าคิดมาก

แพลมออกมาเรียบร้อยแล้ว และอย่างชัดเจนมากพอสมควร สำหรับโครงการแจกเงินดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท ตามนโยบายของรัฐบาลเศรษฐา ทวีสิน หลังจากปล่อยให้เดากันไปเดากันมากว่า 2 เดือน สุดท้ายลงเอยที่ว่า เงิน 560,000 กว่าล้านบาทนั้น จะใช้เงินกู้ ซึ่งแปลไทยเป็นไทยก็คือ ยืมเงินอนาคตมาให้ชาวบ้านใช้จ่ายก่อน แล้วหาเงินผ่อนไปในระยะเวลา 4 ปี

เงินอนาคต มาจากไหน ก็มาจากการที่รัฐบาลก็ต้องเก็บภาษีรายได้ในรูปแบบต่างๆ แล้วก็ผ่อนชำระเงินกู้ไปเรื่อยๆ ตามที่จะเขียนข้อตกลงกันไว้ อันนั้นเป็นเรื่องรายละเอียดที่ต้องว่ากันไป ซึ่งก็ยังต้องลุ้นกันอีกคำรบหนึ่งว่า จะผ่านความเห็นชอบของสมาชิกรัฐสภาหรือเปล่าหนอ?!?

แต่ประเด็นที่จะชวนมองคือ พอกฎเกณฑ์ต่างๆ ถูกปล่อยออกมาว่า เงิน 10,000 บาทที่ว่า ไม่ได้ให้ทุกถ้วนตัวคน ตามที่อวดอ้างคุยโตไว้ว่า อายุ 16 ขึ้นไปตามบัตรประชาชนจะได้รับ ...มันก็เป็นที่ฮือฮา บ่นกันระนาวสิ!! โดยเฉพาะคนที่อุตส่าห์ไปกาบัตรเลือกตั้งให้พรรคเพื่อไทย

มนุษย์ป้าไม่มีเอี่ยวทั้งขึ้นทั้งล่อง เพราะไม่ได้สนใจกับการสัญญาว่าจะให้ข้อนี้อยู่แล้ว แต่เห็นลุงป้าน้าอาพวกพ่อค้าแม่ขายบ่นกันกระปอดกระแปด ก็อดเวทนาไม่ได้ โดยเฉพาะในข้อที่บอกว่า ..คนที่มีเงินในบัญชีธนาคารรวมทุกบัญชีมากกว่า 5 แสนบาท จะไม่ได้สิทธิ์นี้ ..เขารู้สึกว่า เขาทำผิดอะไร?!?

นี่จะเรียกว่า แก่แล้ว..มันไม่ดี..กระมัง

เพราะตั้งแต่หน่วยงานรัฐบาลตีฆ้องร้องป่าวว่า ประเทศไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุโดยบริบูรณ์ พร้อมกับแนะแนวการเตรียมพร้อมรับสังคมผู้สูงอายุ เหล่าบรรดามนุษย์ลุงมนุษย์ป้าก็คำนวณตารางชีวิตตัวเอง แล้วก้มหน้าก้มตาเก็บหอมรอมริบฝากเงินในธนาคาร ประมาณว่า เมื่อเกษียณควรจะมีเงินสัก 8-10 ล้านบาท เพื่อใช้จ่ายไปจนถึงอายุประมาณ 80 ปี เงินจำนวนนี้เห็นว่าเยอะ แต่จริงๆ แล้วหากรวมค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพด้วยแล้ว ก็เรียกว่าพอดิบพอดี ไม่ทำให้ลูกหลานเดือดร้อน

พยายามเตรียมแก่ตัวลงอย่างมีคุณภาพ ..สุดท้ายถึงเวลารัฐบาลเขาให้สิทธิ์นั่นนี่ ปรากฏว่า อด!! เพราะดันมีเงินเก็บเกิน 5 แสน ..สว.เลยพากันเจ็บจี๊ดๆ นะ.

'ป้าเอง'

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

มาขยับร่างกายกันดีกว่า

โลกใบนี้หนอ?!? นึกๆ ไปมันก็แปลก คนที่ยังขยับได้ กลับไม่ค่อยยอมขยับ นั่งจ่อมอยู่บนเก้าอี้ บ้างก็นั่งๆ นอนๆ อยู่บนเตียง ไถมือถือ ดูทีวี ฟังวิทยุ อ่านหนังสือ ส่วนคนที่ขยับไม่ได้ ประมาณว่า ป่วยติดเตียง หรือว่าเดี้ยงโดยเหตุผลอันใดก็ตาม ก็อยากจะขยับขาขึ้นมาเดินเหลือเกิน

มนุษย์หนอ...ในยามวิกฤต

เมื่อสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางปะทุขึ้นอีกระลอก ผลกระทบไม่ได้จำกัดอยู่เพียงพื้นที่สงคราม แต่ลุกลามมาถึงเศรษฐกิจโลก รวมถึงประเทศไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะต้นทุนพลังงานและราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลต่อราคาสินค้าอุปโภคบริโภคแทบทุกชนิด

กตัญญู..มองผ่านซีรีส์

ในยุคที่ทุกคนก้มหน้าจอโทรศัพท์ จีนได้ใช้มินิซีรีส์แนวตั้ง หรือ “ดรามาสั้นแนวตั้ง” ความยาวตอนละ 1-2 นาที เป็นอาวุธลับในการฟื้นฟูค่านิยมกตัญญู อย่างเป็นระบบ

น้ำมันแพง..ได้เวลาดับไฟ?!?

ลูกหลานเจนใหม่ X Y Z คงจะนึกภาพไม่ออกกระมังว่า สถานการณ์ระส่ำระสายวุ่นวายอันเกิดจากน้ำมันขาดแคลนนั้น มันเป็นอย่างไร แต่มนุษย์ลุงป้าน้าอา เจอะเจอกันมาแล้วหลายครั้งนะ

โลกมันก็เป็นแบบนี้!!

เปิดทีวี ฟังวิทยุ หรือคลิกเข้าไปในโลกโซเชียล รู้สึกแบบมนุษย์ป้า!! ไหมคะว่า โลกทุกวันนี้เต็มไปด้วยข่าวสารที่ดูเหมือนจะหนักหน่วงขึ้นทุกวัน วุ่นวายปั่นป่วนเกินกว่าจะรับไหว ใจรู้สึกเบื่อหน่าย เหนื่อยล้า และกังวลอย่างบอกไม่ถูก และบางคนคงถึงขั้นอยากจะตะโกนบอกว่า “โลกทุกวันนี้มันช่างไม่น่าอยู่เอาเสียเลย”

เรื่องเล่าที่งดงาม "ลุงแฟรงก์กับสมาร์ทโฟน"

“ผมชื่อแฟรงก์ อายุ 73 ปี ปีที่แล้วลูกสาวซื้อสมาร์ทโฟนให้เป็นของขวัญคริสต์มาส บอกให้เลิกใช้โทรศัพท์ฝาพับเสียที” ผมไม่ได้อยากได้มัน ใช้แค่โทร.ออกเหมือนเครื่องเก่า จนวันหนึ่งเผลอเปิดแอปชุมชนชื่อ Nextdoor และเกือบลบทิ้ง กระทั่งเห็นโพสต์หนึ่งถามว่า “มีใครรู้วิธีปะถุงเท้าไหมคะ? ถุงเท้าคุณปู่จากสงครามโลกครั้งที่สองกำลังเป็นรู แต่ฉันอยากเก็บมันไว้”