นอนหลับตื่นขึ้นอีกแค่ไม่กี่วัน เราก็จะก้าวข้ามปี 2566 ไปสู่ปี 2567
เชื่อว่าหลายคนคงวางแผนวันหยุดยาวไว้เรียบร้อยแล้วแต่เนิ่นๆ จนถึงเนิ่นนานมาก เพราะบัดเดี๋ยวนี้ หากรู้วิธีการจองตั๋วเครื่องบิน ก็จะได้ราคาถูกมากๆ แม้ในช่วงเทศกาล
อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางคนที่กำลังรอนับวันถอยหลังเพื่อไปเฮฮาปาร์ตี้หรือท่องเที่ยวนั้น เชื่อว่าจะมีคนบางกลุ่มเลือกที่จะไม่ไปไหนกับใครเขาเลย แล้วนั่งสรุปทบทวนชีวิตรอบปีที่กำลังจะผ่านไป ว่าเจอะเจออะไรมาบ้าง ประสบความสำเร็จตามที่วาดแผนไว้มากน้อยแค่ไหน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คงหลีกเลี่ยงไม่พ้นที่จะเอาสมุดบัญชีธนาคาร หรือไม่ก็สมุดบันทึกรายรับรายจ่ายออกมาคำนวณกำไรขาดทุนตลอดปีที่ผ่านมา
นอกจากนั้น อีกหนึ่งกิจกรรมที่เรามักจะได้ยินเสมอช่วงส่งท้ายปี คือ การประกาศเจตนารมณ์ ความตั้งใจ หรือปณิธานของตัวเองว่าปีใหม่ที่จะถึงนั้น จะต้องทำอะไรให้สำเร็จบ้าง หรือตั้งใจตั้งความหวังว่าอยากทำอะไรบ้าง
เกี่ยวกับการตั้งปณิธานนั้น ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อค่ะว่า มีนักจิตวิทยาของฝรั่งวิเคราะห์วิจารณ์ว่าทำให้เกิดความเครียดแบบไม่รู้ตัว!!
เหตุผลนั้นก็คือ เมื่อคนเราตั้งปณิธานแล้ว ทำไปครึ่งทาง บางคนก็ทำไม่ไหว ไปต่อไม่ได้ ก็จะรู้สึกว่าตัวเองล้มเหลว รู้สึกพ่ายแพ้ สุดท้ายก็กลายเป็นความเศร้า ความหงุดหงิด สารพัดที่จะตามมา
ดังนั้น คุณหมอด้านจิตวิทยาจึงแนะนำว่า การตั้งปณิธานนั้น สิ่งสำคัญที่สุดคือ ต้องเลือกเป้าหมายที่คุณคิดว่ามันน่าสนุก หรือสามารถหาวิธีการที่สร้างสรรค์เพื่อทำให้สนุกได้ เช่น หากคุณต้องการเริ่มนั่งสมาธิในปี 2567 ให้เลือกแอปการทำสมาธิที่คุณชอบ หรือเลือกช่วงเวลาของวันสำหรับการทำสมาธิที่สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของคุณ
หากเลือกที่จะดูแลตนเองเป็นประจำ คุณก็ควรจะเริ่มจากค่อยเป็นค่อยไป อาทิ ออกกำลังกาย เอาแค่วันละ 10 นาที แล้วก็ค่อยๆ เพิ่มเป็น 15 นาที จากอาทิตย์ละ 2 ครั้ง ก็เป็นวันเว้นวัน อะไรแบบนี้ เป็นต้น เพื่อไม่ให้กดดันตัวเองจนเกินไป
ใครที่ตั้งปณิธาน จะทำความดี ก็กำหนดไปเลยว่า แต่ละวัน หรือแต่ละสัปดาห์จะทำอะไร ค่อยเป็นค่อยไป เริ่มสัญญากับตัวเองเงียบๆ ไม่ต้องป่าวประกาศ เพราะบางครั้งเราขี้เกียจ หรือติดปัญหา เราก็สามารถผัดวันประกันพรุ่งของเราไปโดยไม่ต้องเสียเฟซ จริงไหมคะ
สุขสันต์วันปีใหม่ค่ะ.
'ป้าเอง'
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
มาขยับร่างกายกันดีกว่า
โลกใบนี้หนอ?!? นึกๆ ไปมันก็แปลก คนที่ยังขยับได้ กลับไม่ค่อยยอมขยับ นั่งจ่อมอยู่บนเก้าอี้ บ้างก็นั่งๆ นอนๆ อยู่บนเตียง ไถมือถือ ดูทีวี ฟังวิทยุ อ่านหนังสือ ส่วนคนที่ขยับไม่ได้ ประมาณว่า ป่วยติดเตียง หรือว่าเดี้ยงโดยเหตุผลอันใดก็ตาม ก็อยากจะขยับขาขึ้นมาเดินเหลือเกิน
มนุษย์หนอ...ในยามวิกฤต
เมื่อสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางปะทุขึ้นอีกระลอก ผลกระทบไม่ได้จำกัดอยู่เพียงพื้นที่สงคราม แต่ลุกลามมาถึงเศรษฐกิจโลก รวมถึงประเทศไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะต้นทุนพลังงานและราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลต่อราคาสินค้าอุปโภคบริโภคแทบทุกชนิด
กตัญญู..มองผ่านซีรีส์
ในยุคที่ทุกคนก้มหน้าจอโทรศัพท์ จีนได้ใช้มินิซีรีส์แนวตั้ง หรือ “ดรามาสั้นแนวตั้ง” ความยาวตอนละ 1-2 นาที เป็นอาวุธลับในการฟื้นฟูค่านิยมกตัญญู อย่างเป็นระบบ
น้ำมันแพง..ได้เวลาดับไฟ?!?
ลูกหลานเจนใหม่ X Y Z คงจะนึกภาพไม่ออกกระมังว่า สถานการณ์ระส่ำระสายวุ่นวายอันเกิดจากน้ำมันขาดแคลนนั้น มันเป็นอย่างไร แต่มนุษย์ลุงป้าน้าอา เจอะเจอกันมาแล้วหลายครั้งนะ
โลกมันก็เป็นแบบนี้!!
เปิดทีวี ฟังวิทยุ หรือคลิกเข้าไปในโลกโซเชียล รู้สึกแบบมนุษย์ป้า!! ไหมคะว่า โลกทุกวันนี้เต็มไปด้วยข่าวสารที่ดูเหมือนจะหนักหน่วงขึ้นทุกวัน วุ่นวายปั่นป่วนเกินกว่าจะรับไหว ใจรู้สึกเบื่อหน่าย เหนื่อยล้า และกังวลอย่างบอกไม่ถูก และบางคนคงถึงขั้นอยากจะตะโกนบอกว่า “โลกทุกวันนี้มันช่างไม่น่าอยู่เอาเสียเลย”
เรื่องเล่าที่งดงาม "ลุงแฟรงก์กับสมาร์ทโฟน"
“ผมชื่อแฟรงก์ อายุ 73 ปี ปีที่แล้วลูกสาวซื้อสมาร์ทโฟนให้เป็นของขวัญคริสต์มาส บอกให้เลิกใช้โทรศัพท์ฝาพับเสียที” ผมไม่ได้อยากได้มัน ใช้แค่โทร.ออกเหมือนเครื่องเก่า จนวันหนึ่งเผลอเปิดแอปชุมชนชื่อ Nextdoor และเกือบลบทิ้ง กระทั่งเห็นโพสต์หนึ่งถามว่า “มีใครรู้วิธีปะถุงเท้าไหมคะ? ถุงเท้าคุณปู่จากสงครามโลกครั้งที่สองกำลังเป็นรู แต่ฉันอยากเก็บมันไว้”


