สังคม...อายุยืน

อ่านเรื่องราวที่น่าสนใจ ไปเจอเข้าว่า "เด็กในวันนี้" ที่จะเป็นผู้ใหญ่ในวันหน้านั้น ต้องเตรียมตัวเตรียมใจว่า พวกเขาทั้งหลายนั้นจะมีอายุยืนถึง 100 ปี ซึ่งหมายถึงว่า ช่วงเวลาของการทำงานนั้นจะถ่างกว้างขึ้นกว่าผู้ใหญ่ในวันนี้!!

OMG ก็ไม่แน่ใจเหมือนกันนะว่า เด็กๆ จะอยากมีอายุยืนยาวถึงปานนั้นไหม แต่ที่แน่ๆ บรรดาพ่อแม่ของเด็กในวันนี้ คงเริ่มเครียดและต้องวางแผนให้กับชีวิตลูกๆ กันอย่างเอาจริงเอาจังละ เพราะแต่ไหนแต่ไรมา วัฒนธรรมแบบไทยๆ คุณพ่อคุณแม่จะ "อุ้ม" ลูกของตัวเองแทบจะเรียกว่าจนถึงวันนอนตายตาหลับนั่นแหละ

แต่สำหรับต่างประเทศนั้น เขาไม่ได้คิดแบบเรา เขาอาจจะไม่เครียดเท่าเราก็ได้

อีกอย่างหนึ่ง พ่อแม่แบบไทยอย่าเพิ่งไปเครียดล่วงหน้า หรือห่วงลูกหลานที่จะอยู่ไปถึงอายุ 100 ปีเลยค่ะ เพราะอันนี้เป็นผลวิจัยที่ระบุว่า เด็ก 5 ขวบในวันนี้ของประเทศมั่งคั่งมีแนวโน้มจะอายุถึง 100 ปี ซึ่งหมายความว่า ประเทศไทยยังไม่จัดอยู่ในสารบบ ส่วนแถวๆ นี้ที่เขาเห็นคือ ประเทศสิงคโปร์ค่ะ นอกนั้นส่วนใหญ่ก็เป็นประเทศในยุโรป

สาเหตุที่เด็กวันนี้อายุยืนยาวกว่าพ่อแม่ พี่น้อง ลุงป้าน้าอานั้น ก็คงเป็นเรื่องธรรมดา เพราะการพัฒนาทางการแพทย์นั้นดีขึ้นเรื่อยๆ อาหารการกินที่มุ่งเน้นเรื่องการดูแลสุขภาพก็มีเพิ่มมากขึ้น และให้ตัวเลือกที่หลากหลายสารพัด พร้อมๆ กับการใส่ใจต่อสุขภาพของคนรุ่นใหม่ ที่้เน้นสุขนิยม มากกว่าที่จะก้มหน้าก้มตาทำมาหากิน โดยไม่คิดที่จะเที่ยวหรือพักผ่อนหย่อนใจแบบรุ่นเรา นอกจากนั้นก็จะเป็นเรื่องของสภาพแวดล้อมที่ทุกคนตระหนักถึงการมีส่วนร่วมในการรักษาโลกให้สะอาดเพิ่มมากขึ้น

ฉะนั้น เด็กๆ ทั้งหลายก็ขอให้เตรียมตัวเตรียมใจไว้เลยว่า อนาคตข้างหน้า อายุการเกษียณจากงานนั้นไม่ใช่หยุดที่ 60 แน่นอน อาจจะเป็น 80 ซึ่งหมายถึงเด็กในวันนี้ที่จะเป็นผู้ใหญ่วัยทำงานจะต้องมีความรับผิดชอบในหน้าที่การงานยาวมากกว่า 60 ปี

สังคมอายุยืนยังส่งสัญญาณว่า ระบบการประกันชีวิตและการประกันสุขภาพก็จะเปลี่ยนไปด้วย รวมถึงนาทีสุดท้ายของการตัดสินว่า เราจะสู้ชีวิตต่อไปไหม หากเรานอนเป็นผักบนเตียงนั้น ผลวิจัยระบุว่า หากคุณหมอไม่กล้าตัดสินใจ มนุษย์ก็จะมี AI ในการช่วยตัดสินใจแทน

แค่คิดและจินตนาการตามไป มนุษย์ป้าก็รู้สึกว่า ..โชคดีที่ตายก่อนนะ.

'ป้าเอง'

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

มาขยับร่างกายกันดีกว่า

โลกใบนี้หนอ?!? นึกๆ ไปมันก็แปลก คนที่ยังขยับได้ กลับไม่ค่อยยอมขยับ นั่งจ่อมอยู่บนเก้าอี้ บ้างก็นั่งๆ นอนๆ อยู่บนเตียง ไถมือถือ ดูทีวี ฟังวิทยุ อ่านหนังสือ ส่วนคนที่ขยับไม่ได้ ประมาณว่า ป่วยติดเตียง หรือว่าเดี้ยงโดยเหตุผลอันใดก็ตาม ก็อยากจะขยับขาขึ้นมาเดินเหลือเกิน

มนุษย์หนอ...ในยามวิกฤต

เมื่อสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางปะทุขึ้นอีกระลอก ผลกระทบไม่ได้จำกัดอยู่เพียงพื้นที่สงคราม แต่ลุกลามมาถึงเศรษฐกิจโลก รวมถึงประเทศไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะต้นทุนพลังงานและราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลต่อราคาสินค้าอุปโภคบริโภคแทบทุกชนิด

กตัญญู..มองผ่านซีรีส์

ในยุคที่ทุกคนก้มหน้าจอโทรศัพท์ จีนได้ใช้มินิซีรีส์แนวตั้ง หรือ “ดรามาสั้นแนวตั้ง” ความยาวตอนละ 1-2 นาที เป็นอาวุธลับในการฟื้นฟูค่านิยมกตัญญู อย่างเป็นระบบ

น้ำมันแพง..ได้เวลาดับไฟ?!?

ลูกหลานเจนใหม่ X Y Z คงจะนึกภาพไม่ออกกระมังว่า สถานการณ์ระส่ำระสายวุ่นวายอันเกิดจากน้ำมันขาดแคลนนั้น มันเป็นอย่างไร แต่มนุษย์ลุงป้าน้าอา เจอะเจอกันมาแล้วหลายครั้งนะ

โลกมันก็เป็นแบบนี้!!

เปิดทีวี ฟังวิทยุ หรือคลิกเข้าไปในโลกโซเชียล รู้สึกแบบมนุษย์ป้า!! ไหมคะว่า โลกทุกวันนี้เต็มไปด้วยข่าวสารที่ดูเหมือนจะหนักหน่วงขึ้นทุกวัน วุ่นวายปั่นป่วนเกินกว่าจะรับไหว ใจรู้สึกเบื่อหน่าย เหนื่อยล้า และกังวลอย่างบอกไม่ถูก และบางคนคงถึงขั้นอยากจะตะโกนบอกว่า “โลกทุกวันนี้มันช่างไม่น่าอยู่เอาเสียเลย”

เรื่องเล่าที่งดงาม "ลุงแฟรงก์กับสมาร์ทโฟน"

“ผมชื่อแฟรงก์ อายุ 73 ปี ปีที่แล้วลูกสาวซื้อสมาร์ทโฟนให้เป็นของขวัญคริสต์มาส บอกให้เลิกใช้โทรศัพท์ฝาพับเสียที” ผมไม่ได้อยากได้มัน ใช้แค่โทร.ออกเหมือนเครื่องเก่า จนวันหนึ่งเผลอเปิดแอปชุมชนชื่อ Nextdoor และเกือบลบทิ้ง กระทั่งเห็นโพสต์หนึ่งถามว่า “มีใครรู้วิธีปะถุงเท้าไหมคะ? ถุงเท้าคุณปู่จากสงครามโลกครั้งที่สองกำลังเป็นรู แต่ฉันอยากเก็บมันไว้”