เพราะใช่เลย!!..จึงขอขยายต่อๆๆๆ

พี่น้องผองเพื่อนแชร์และส่งต่อกันในห้องไลน์ทุกห้อง ตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ผ่านมา จนถึงวันนี้ก็ยังเห็นอยู่ ก็คือเรื่้องนี้..ที่ขึ้นต้นว่า ..ชีวิตลำบาก สถาบันกษัตริย์ทำรถติด..

พี่คนนึงโทร.มาหาผม เล่าเรื่องลูกให้ฟัง ปรึกษาว่าจะอธิบายยังไงให้ลูกเข้าใจ ต้องการจะให้ช่วยคุยและอธิบายกับลูกเขาทางโทรศัพท์ เอาเป็นว่าขอโพสต์ลงในนี้ พี่ก็เอาไปให้ลูกพี่อ่านแล้วกัน...

น้าไม่รู้ว่า ปีๆ นึงหนูเจอขบวนเสด็จกี่ครั้ง แต่น้าเดาได้เลยว่า หนูไม่น่าจะเจอขบวนเสด็จทุกวัน

ที่ทำงานเก่าน้า อยู่ติดกับวังสวนจิตรลดา ตลอดระยะเวลา 9 ปี น้าเจอขบวนเสด็จปีๆ นึงไม่เกิน 5 ครั้ง ปัจจุบันน้าก็ยังทำงานใจกลางกรุงเทพฯ อยู่ห่างวังสระปทุม 4 กม. ตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา น้าเจอขบวนเสด็จไม่เกิน 3 ครั้ง

ปีๆ นึงหนูเจอบวนเสด็จกี่ครั้ง หนูลำบากกี่วัน?

แต่ที่น้าต้องเจอทุกวัน ต้องทนลำบากทุกวัน กลับเป็นรถติดหน้าโรงเรียนของหนู น้าต้องเจอรถของพ่อแม่หนู ที่มาคอยรับส่งหนูหน้าโรงเรียนทุกวัน แบบนี้น้าได้รับความเดือดร้อนจากใคร แถมเป็นความเดือดร้อนที่น้าต้องเจอทุกวัน

หนูบอกขบวนเสด็จลิดรอนสิทธิเสรีภาพของหนู แล้วโรงเรียนของหนู ลิดรอนเสรีภาพของน้าและคนอื่นๆ ทุกวัน หนูคิดว่ายังไง

น้าๆ ป้าๆ ลุงๆ อาๆ ที่ได้รับความเดือดร้อนรถติดหน้าโรงเรียนหนู พวกเขาไม่เคยมีใครออกมาไล่หนู ไม่เคยมีใครไปยืนด่าพ่อแม่หนู หรือไปยืนด่าหนูที่หน้าโรงเรียน เพราะทุกคนเสียสละเสรีภาพของตน เพื่ออนาคตของหนู

แต่ถ้าหนูจะถามว่า แล้วทำไมต้องเสียสละให้สถาบันกษัตริย์ น้าก็ตอบได้เลยว่า ขนาดหนูไปเรียนหนังสือ เรียนเพื่อตัวเอง จบมาหนูก็ไม่ได้ให้อะไรพวกน้า น้ายังเสียสละให้ได้เลย แล้วสถาบันกษัตริย์ท่านออกไปทรงงานเพื่อผู้อื่น ทำไมพวกเราจะเสียสละให้ท่านบ้างไม่ได้

ถ้าหนูอ้างสิทธิความเท่าเทียมของเสรีภาพ หนูเคยสงสัยไหมว่า ทำไมถึงมีผู้ใหญ่ลุกขึ้นยืนให้หนูนั่ง ทั้งๆ ที่ผู้ใหญ่เหล่านั้นเขาก็เสียเงินค่าโดยสารเท่ากับหนู

หากมนุษย์ทุกคนอ้างสิทธิ์ เสรีภาพความเท่าเทียมกันทุกเรื่อง และทุกคน มันจะเป็นประชาธิปไตยแบบเห็นแก่ตัว ไร้ซึ่งวัฒนธรรมความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่กับเพื่อนมนุษย์

น้ามั่นใจว่า วันๆ นึง พวกเราออกจากบ้าน ไปโน่นมานี่กันแทบทุกวัน พวกเราบางคนเข้าออกวันละหลายรอบด้วยซ้ำ มากกว่าเจ้าที่ออกจากวัง ที่หนูบ่นว่าท่านทำหนูรถติด

ทุกวันนี้ช่วงบ่าย 3 โมง น้าต้องผ่านโรงเรียนของหนูๆ ถึง 3 โรงเรียน โรงเรียนแรก อยู่คู่กับสัญลักษณ์ประชาธิปไตยอันเป็นเสรีภาพที่หนูถวิลหา แต่รถติดตั้งแต่กลางสะพานปิ่นเกล้า ถนนราชดำเนินช่องทางจราจรหายไป 4 ช่องทาง โรงเรียนที่สอง อยู่ติดวัดเทพศิรินทร์ หน้าโรงเรียนนี้ หายไป 1-2 ช่องจราจร (แล้วแต่วัน) ส่วนโรงเรียนสุดท้ายโรงเรียนนี้อยู่ติดกับโรงเรียนที่ 2 แต่โรงเรียนนี้หน้าโรงเรียนกลับไร้ซึ่งรถผู้ปกครอง มีแต่ รปภ.คอยโบกรถให้น้องๆ ข้ามถนน

ขอปรบมือดังๆ ให้กับโรงเรียนสายปัญญาในพระบรมราชูปถัมภ์ น้องๆ เดินเรียบคลองไปขึ้นรถกลับบ้าน

อย่าเรียกร้องแต่ในสิทธิ์ของตน หนูจะเป็นคนที่โตมาที่ไม่รู้จักคุณค่าของคำว่า เสียสละ ในเมื่อขณะเดียวกัน ยังมีผู้อื่นที่เขาเสียสละเพื่อหนู!!!.

 'ป้าเอง'

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

รู้แล้ว..เอามาเล่าต่อ

บางวัน…เราไม่ได้อยากกินของอร่อยมากเท่าอยากกิน “ของดีต่อร่างกาย” มากกว่า เช้าวันที่เรารู้สึกว่าท้องไม่ค่อยสบาย อยากได้อะไรเบาๆ แต่ยังอิ่มท้องและดีต่อลำไส้ เครื่องดื่มอุ่นๆ สักแก้วอาจเป็นคำตอบที่ดีที่สุด และถ้าเครื่องดื่มแก้วนั้นทำจาก “ถั่วลูกไก่” ที่หลายคนรู้จักในชื่อถั่วชิกพี ก็ยิ่งน่าสนใจขึ้นไปอีก

รู้จักไหม..สปาใจ

มนุษย์ป้าเป็นคนหนึ่งนะ ที่พอทำครัวเสร็จก่อนนั่งลงกินข้าว ต้องล้างเครื่องครัว และจานทุกใบให้หมดจดไปรอบหนึ่งก่อน จากนั้นเวลากินข้าวเสร็จก็จะต้องลุกไปล้างจานทันที ก่อนที่จะทำอะไรอย่างอื่นต่อไป

ลัทธิ..บูชาความงาม!

นาทีนี้คอหนังซีรีส์ในแพลตฟอร์มต่างๆ ที่ต้องควักเงินจ่ายค่าดู หากไม่เคยปีนขึ้นไปบนกำแพงจีนนั่งดูละครแนวพีเรียดเรื่อง "ล่าหยก" ก็ถือว่า out ไม่ใช่แฟนคลับซีรีส์ หรือก็น่าจะอายุไม่ถึงเกณฑ์ที่เรียกว่า วัยเกษียณ

คำตอบจาก..ครูใหญ่

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่โรงเรียนมัธยมเป่าอันในเซินเจิ้น กำลังเป็นไวรัลและซึ้งใจชาวเน็ตจีนในขณะนี้ หลังนักเรียนชั้น ม.6 ที่กำลังเครียดกับการเตรียมสอบเข้ามหาวิทยาลัย (เกาเข่า) เขียนจดหมายร้องเรียนขอให้โรงเรียน "รื้อรังนก" เพราะเสียงนกร้องรบกวนสมาธิ แต่คำตอบของครูใหญ่นั้นกลับกลายเป็นบทเรียนชีวิตที่ล้ำค่า

มาขยับร่างกายกันดีกว่า

โลกใบนี้หนอ?!? นึกๆ ไปมันก็แปลก คนที่ยังขยับได้ กลับไม่ค่อยยอมขยับ นั่งจ่อมอยู่บนเก้าอี้ บ้างก็นั่งๆ นอนๆ อยู่บนเตียง ไถมือถือ ดูทีวี ฟังวิทยุ อ่านหนังสือ ส่วนคนที่ขยับไม่ได้ ประมาณว่า ป่วยติดเตียง หรือว่าเดี้ยงโดยเหตุผลอันใดก็ตาม ก็อยากจะขยับขาขึ้นมาเดินเหลือเกิน