สูตรแต่งตั้งตำรวจ

กว่าจะเคาะ กว่าจะคลอด ก็นั่งนับนิ้วกันแทบหงิก เพราะ  180 วัน ตามเงื่อนไขการบังคับใช้กฎ ก.ตร.ว่าด้วยการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ พ.ศ. 2567 ซึ่งระบุเอาไว้ในข้อ 1.กฎ ก.ตร.นี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งร้อยแปดสิบวัน นับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป ซึ่ง 2567 เว็บไซต์ ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศลงวันที่ 5 เมษายน  2567 ก็จะไปครบเอาวันที่ 1 ตุลาคม 2567 นั่นก็หมายถึงว่าการแต่งตั้ง "นายพล" วาระประจำปี 2567 ต้องรอกฎ  ก.ตร.มีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 ตุลาคม 2567 เป็นต้นไป ถึงจะแต่งตั้งได้ ที่สำคัญยังทำให้ บิ๊กต่อ-พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. หากมีการส่งตัวกลับมาทำหน้าที่ "ผบ.ตร." หลังถูกคำสั่ง นายกฯ เศรษฐา ให้ไปปฏิบัติราชการที่สำนักนายกรัฐมนตรี ไม่ว่าจะวันไหนก็ตาม ก็หมดสิทธิ์แต่งตั้ง "นายพล"  วาระประจำปี 2567 เพราะ "บิ๊กต่อ" จะเกษียณอายุราชการวันที่ 30 กันยายน 2567 ไม่ทันกฎ ก.ตร.ว่าด้วยการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ พ.ศ. 2567 มีผลบังคับใช้

ส่องเกณฑ์การแต่งตั้ง "ตำรวจ" ในกฎ ก.ตร.ว่าด้วยการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ พ.ศ. 2567 หมวด 2 หลักเกณฑ์การคัดเลือกหรือแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ ข้อ 17 การคัดเลือกหรือแต่งตั้งข้าราชการตำรวจเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นตั้งแต่ระดับรอง ผบ.ตร.ลงมาถึง สว. ผู้มีอำนาจพิจารณาจากผู้ที่มีคุณสมบัติด้วยสูตร "7-5-4-4-4-3-2-1-1" โดยรอง สว.เลื่อนเป็น สว.ระยะเวลาดำรงตำแหน่งไม่น้อยกว่า 7 ปี  สว.เลื่อนเป็น รอง ผกก.ระยะเวลาดำรงตำแหน่งไม่น้อยกว่า  5 ปี รอง ผกก.เลื่อนเป็น ผกก.ระยะเวลาดำรงตำแหน่งไม่น้อยกว่า 4 ปี ผกก.เลื่อนเป็น รอง ผบก.ระยะเวลาดำรงตำแหน่งไม่น้อยกว่า 4 ปี รอง ผบก.เลื่อนเป็น ผบก.ระยะเวลาดำรงตำแหน่งไม่น้อยกว่า 4 ปี ผบก.เลื่อนเป็น รอง ผบช.ระยะเวลาดำรงตำแหน่งไม่น้อยกว่า 3 ปี รอง ผบช.เลื่อนเป็น ผบช.ระยะเวลาดำรงตำแหน่งไม่น้อยกว่า 2 ปี  ผบช.เลื่อนเป็น ผู้ช่วย ผบ.ตร.ระยะเวลาดำรงตำแหน่งไม่น้อยกว่า 1 ปี และผู้ช่วย ผบ.ตร.เลื่อนเป็น รอง ผบ.ตร.ระยะเวลาดำรงตำแหน่งไม่น้อยกว่า 1 ปี ๐

น่าจะเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ของ บิ๊กต่าย-พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ รรท.ผบ.ตร. ว่าจะเหมาะสมเป็น "ตัวจริง"  บนเก้าอี้ "ผู้นำกรมปทุมวัน" หรือไม่ หากสามารถทำได้อย่างสารที่ส่งไปถึงผู้ใต้บังคับบัญชา ที่บอกกล่าวถึงสถานการณ์ภาพลักษณ์สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในสายตา "ประชาชน" และถูกสังคมประณาม "ตำรวจถึงยุคตกต่ำที่สุด" และ "ตำรวจเป็นอาชีพที่ไม่ต่างอะไรจากโจร" ด้วยการกระตุ้นเตือน ปลุกจิตวิญญาณ "ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์" ให้กลับคืนมา ขอตำรวจทุกนายประพฤติปฏิบัติ เอาใจใส่ ดูแลประชาชนในทุกระดับเพื่อสร้างศรัทธา ปฏิบัติหน้าที่ในการปราบปรามการจับกุมสิ่งผิดกฎหมายใดๆ อย่างเข้มข้น  และไม่เข้าไปเกี่ยวข้องหรือรับผลประโยชน์โดยมิชอบ จะเป็นสิ่งที่สร้างความเชื่อมั่นและไว้วางใจต่อตำรวจ หากทำได้จริง ทำให้ "ตำรวจ" แถวตรง ทำให้ "ตำรวจ" ถือศีลได้ การจะเข้ามาทำหน้าที่ "ผบ.ตร." อย่างเต็มตัว ก็เป็นสิ่งที่เหมาะสม  ซึ่งช่วง 2-3 เดือนจากนี้จะเป็นเวลาพิสูจน์ภาวะผู้นำของ "บิ๊กต่าย"

งานเลี้ยงรับรองเนื่องในวันกองทัพอากาศจัดขึ้นเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา มี “สุทิน คลังแสง" รมว.กลาโหม เป็นประธานในพิธี มีอดีตผู้บัญชาการทหารอากาศมากันพรึ่บ  ได้แก่ พล.อ.อ.อมร แนวมาลี, พล.อ.อ.ชลิต พุกผาสุข, พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง, พล.อ.อ.ตรีทศ สนแจ้ง, พล.อ.อ.ชัยพฤกษ์ ดิษยะศริน และ พล.อ.อ.อลงกรณ์ วัณณรถ โดย “บิ๊กไก่” พล.อ.อ.พันธ์ภักดี พัฒนกุล ผบ.ทอ.ได้กล่าวแสดงปณิธานที่จะเสริมสร้างกองทัพอากาศให้แข็งแกร่ง มีประสิทธิภาพสูงสุด และมีความพร้อมในการปฏิบัติภารกิจ เพื่อปกป้องคุ้มครองผืนแผ่นดินและน่านฟ้าไทย ตลอดจนผลประโยชน์แห่งชาติ รวมถึงรักษาเอกราช ราชบัลลังก์ และอธิปไตยของชาติไว้ให้มั่นคง ที่พิเศษหลังจากงานเป็นทางการจบ มีการจัด “อาฟเตอร์ปาร์ตี้” ตัดริบบิ้นเปิดงานด้วยการที่ “บิ๊กไก่” ถอดสูทขาวด้านนอกออกเป็นสัญญาณ “ปล่อยจอย” เปลี่ยนสไตล์แบบเป็นกันเอง ว่ากันว่าเหล่าบรรดา “นายกสมาคมแม่บ้าน” หลังบ้านของ “บิ๊กทหาร” แดนซ์กันตัวปลิว แต่คนที่ครองไมค์และกลายเป็น “นักร้องเสียงทอง” ประจำงานก็ต้องยกให้ พล.ร.อ.สุพพัต ยุทธวงศ์ รองปลัดกระทรวงกลาโหม เพื่อนเตรียมทหารรุ่น 24 ของ “บิ๊กไก่” ที่ขับกล่อมจนปิดงานแบบฟีนาเล ประทับใจผู้ร่วมงานไปตามๆ กัน ๐

ข่าวลือเรื่องปรับ ครม. โดยมีชื่อ “บิ๊กทิน” อยู่ในโผที่จะหลุด ครม.เริ่มมีสัญญาณตั้งแต่วันอังคารที่ผ่านมา เมื่อนายกฯ  เรียกหน่วยงานมั่นคง ทั้ง รมว.ต่างประเทศ, ผบ.ทหารสูงสุด, ผบ.ทบ., เลขาฯ สมช.มาคุยสถานการณ์ในเมียนมาที่ทำเนียบรัฐบาล แต่กลับไม่มี “สุทิน” ร่วมวงด้วยทั้งที่เป็น รมว.กลาโหม ถึงขนาดที่สื่อต้องถามเจ้าตัวว่า "แปลกๆ มั้ย" แต่  “บิ๊กทิน” ตอบว่า “ไม่แปลก”

และช่วงหัวค่ำวันนั้น หลังจากจบงานเลี้ยง ทอ. แล้วก็มีข่าวกระเส็นกระสายว่า “บิ๊กทิน” ออกจากงานก็ขึ้นเครื่องบินเดินทางกลับบ้านที่ จ.มหาสารคราม และเหมือนจะอยู่ที่ต่างจังหวัดต่อ ยังไม่กลับ กทม. ทำให้วันรุ่งขึ้นซึ่งมีกำหนดการที่  “บิ๊กหนุ่ม” พล.อ.สนิธชนก สังขจันทร์ ปลัดกระทรวงกลาโหม เตรียมจัดกิจกรรมเนื่องในโอกาสประเพณี ที่ตึกบัญชาการสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ศรีสมาน โดยจะเป็นหัวหน้าคณะนำนายทหารชั้นผู้ใหญ่ของกระทรวงกลาโหม สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ผบ.ทหารสูงสุด  ผบ.เหล่าทัพ เข้าอำนวยพรและขอรับพร “บิ๊กทิน” ต้องแจ้งยกเลิกกะทันหันในเช้าวันรุ่งขึ้น จากเดิมที่มีการนัดหมายกันไว้ในช่วงบ่ายสองโมง ทำให้มีการวิเคราะห์ในเรื่องโผ ครม.ที่นายกฯ จะมาควบกันอย่างหนาหู ๐

เดินทางไปตรวจเยี่ยมสำนักงานผู้ช่วยทูตทหารอังกฤษ-ฝรั่งเศส แบบโล่งๆ สำหรับ พล.ร.อ.อะดุง พันธุ์เอี่ยม ผบ.ทร. หลังจากนำแถลงผลสอบเรือหลวงสุโขทัยไปแล้ว ถือว่าจบไปหนึ่งเรื่องแม้จะมีคำถามค้างคาใจของพรรคก้าวไกลอยู่บ้าง ยังเหลือเรื่องการแก้ไขปัญหา "เรือดำน้ำ และการเดินหน้าโครงการ “เรือฟริเกตสมรรถนะสูง” ส่วน “ผู้การเถื่อน” น.ท.พิชิตชัย เถื่อนนาดี ผู้การเรือหลวงสุโขทัยในช่วงเกิดเหตุการณ์ แถลงลาออกจากกองทัพเรือเพื่อแสดงความรับผิดชอบ ในฐานะที่เป็นผู้บังคับการเรือ ที่นำลูกเรือทั้งหมดในการแก้ไขสถานการณ์แล้วเกิดความสูญเสีย และเป็นการรักษาเกียรติความเป็นผู้การเรือของ ทร.เอาไว้ ด้วยเสียงที่สั่นเครือและตาแดงก่ำ เพราะหลังจากผ่านขั้นตอนตามระเบียบ กฎหมายแล้ว “ผู้การเถื่อน” ก็จะไม่ได้แต่งเครื่องแบบทหารเรืออีก คง “ใจหาย” ไม่น้อย แต่ก็เป็นทางลงที่ดีที่สุด หลังจากยอมแบกรับข้อผิดพลาดไว้เพียงผู้เดียว พร้อมยืนยันไม่มีการ “คำสั่ง” จากหน่วยเหนือแทรกแซง ๐

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

จะโทษใคร...เมื่อเขาไม่เชื่อ

หลังจากการแถลงข่าวผลการตรวจสอบคุณภาพของข้าวเก่าเก็บ 10 ปีว่ามีสารพิษที่เป็นอันตรายหรือไม่ ยังมีคุณค่าสารอาหารหรือไม่ ปรากฏข้อความบนพื้นที่ Social media

ความตายที่นำมาซึ่งความเบิกบานและกล้าหาญ

ช่วงวันวิสาขบูชา พุธที่ 22 พ.ค.ที่เพิ่งจะผ่านมา...ประมุขแห่งพระพุทธศาสนาไทยๆ แบบบ้านเรา สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ท่านอาจจะ มาแปลก

เปลี่ยนฤดูสีกากี

มีสัญญาณที่ต้องลุ้น มีสัญญาณที่ต้องติดตาม ความเคลื่อนไหวภายใน "กรมปทุมวัน" หลังจาก บิ๊กต่าย-พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ รรท.ผบ.ตร. สะบัดปากกาเซ็นคำสั่งให้ บิ๊กจวบ-พล.ต.ท.ประจวบ วงศ์สุข

ลีลาเคราะห์ในตำแหน่งนายกฯ ของคุณเศรษฐา ทวีสิน ตอนที่ 1

ในท่ามกลางความเป็นไปจะปรับใหญ่ในรัฐบาลและการบริหารราชการแผ่นดินและนโยบายระหว่าง19มิถุนายน-1ธันวาคม 2567ด้วยพระเสาร์จร(7)จะเขย่าใหญ่รัฐบาลนั้น

อย่าโหน..อย่าโยน...อย่าโยง

ชีวิตทุกชีวิตมีค่า แม้ว่าจะไม่ได้มีค่าสำหรับทุกคน แต่ก็คงมีค่ากับใครบางคน แม้ว่าจะไม่มีค่าสำหรับทุกเรื่องที่เกิดขึ้นในสังคม แต่ก็คงจะมีค่าสำหรับบางเรื่องของสังค

อโหสิกรรมและการให้อภัย

จะเป็นแต่เฉพาะ สังคมไทย หรือสังคมอื่นๆ ด้วยหรือไม่? อย่างไร? ก็ยังไม่แน่ใจ ที่เมื่อใครก็ตามซึ่งได้สิ้นชีพิตักษัยลงไปแล้ว ไม่ว่าจะคิดต่าง เห็นต่าง