
วันนี้-18 มิ.ย...
จะมีคนใช้ตาดำมากกว่าตาขาว ตามที่คุณจตุพร พรหมพันธุ์ เหน็บแนมเอาไว้ เดินทางไปพบอัยการหรือไม่ เห็นจะได้รู้กัน!
ส่วนกูรู-นักวิเคราะห์-วิจารณ์ กระทั่ง “หมอดู” ที่ฟันธง ทั้งที่ “ไป” และ “ไม่ไป” พบอัยการของนายทักษิณ ชินวัตรนั้น
ถ้าผิด ใครก็อย่าได้ตำหนิ หรือเยาะหยัน เพราะอย่างที่ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ประธานที่ปรึกษาพรรคไทยภักดี ว่า..
“นักโทษ 112 มีความพลิ้วสูงมาก ปรับแผนได้ตลอด เพื่อไม่ให้ใครตามได้ทัน ต้องติดตามวันจริง 18 มิถุนายนนี้เท่านั้น” นั่นแหละ!
ครับ..นั่นเรื่องของนักโทษ คราวนี้ก็มาดูเรื่องของ “ผู้กำกับภาพยนตร์” กันบ้าง บางท่านอาจไม่คุ้นชื่อ-คุ้นหน้าถ้าเอ่ยชื่อ “คุณสืบ-บุญส่ง นาคภู่”
เขาไม่ใช่ผู้กำกับหน้าใหม่-มือใหม่ แต่ได้มีผลงานออกสู่สายตา (ดำ) มาแล้วหลายเรื่อง ซึ่งก็มีทั้งประสบความสำเร็จ และล้มเหลว!
อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนบุญจะส่งให้คุณสืบเป็นนักแสดงเสียมากกว่า เพราะนับจำนวนหนัง-ละครที่เขาเล่นมาหลายปี มีไม่น้อยกว่า 20 เรื่อง!
และด้วยประสบการณ์ทั้งในฐานะนักแสดงและผู้กำกับ วันก่อนคุณสืบได้โพสต์ข้อความ.. “หนังไม่ได้มีแบบเดียว!
คนดูเริ่มจะคุ้นชินติดยึดว่า หนังที่สนุกควรค่าต่อการซื้อตั๋วดู ต้องระทึกเร้าใจหายใจไม่ทันเท่านั้น
ก็ใช่ มันควรจะคุ้มค่าตั๋ว แต่ความคุ้มมันไม่ได้มีแค่นั้น..เข้าไปนั่งแอร์เย็นๆ เก้าอี้นุ่มๆ ฟังเสียงชัดใส และภาพชัดกริบจอใหญ่แบบเต็มตา ก็ถือว่าคุ้มเหมือนกัน
คงจะคุ้มมากนั้นอีกหลายเท่า ถ้าหนังมันเล่าเรื่องพิเศษที่เราไม่เคยได้เห็น แถมยังกระตุ้นให้เราได้คิดทบทวนแง่มุมของชีวิตตัวเราเอง หรือได้กลับไปสู่ความทรงจำก่อนเก่าที่ฝังใจเรา
และคงจะคุ้มที่สุด ที่หนังมันทำให้เราได้คิดและได้หาคำตอบเดี่ยวกับชีวิตของเราและชีวิตของคนที่เรารัก
หนังทุกเรื่องมันต้องมีความสนุกครับ เพราะถ้าไม่สนุก คนดูก็ดูไม่จบ หรือหลับ ถ้าคนดูหลับหรือดูไม่จบ สาระที่คนทำหนังตั้งใจจะสื่อสารก็ล้มเหลว
แต่ความสนุกมันไม่ได้มีแบบเดียวนะ หัวเราะ ร้องไห้ ซาบซึ้ง ตามติด สะใจ หาคำตอบ และคิดตาม ก็ล้วนแต่เป็นความสนุกทั้งหมด
เท่าที่เห็น ตอนนี้ หนังไทยโดยส่วนใหญ่ของเรา ถ้าไม่ผี ก็ตลก นานๆ ทีจะมีหนังแอ็กชันสะใจให้ได้ชมสักที
และส่วนใหญ่ก็เป็นไปในทำนองเดียวกัน คือ เน้นความสนุกแค่หัวเราะ กลัว ร้องไห้
ทำไมเราจำหนังไทยยุคเก่าๆ ได้จนถึงวันนี้ละ เช่น แผลเก่า (2520) ครูบ้านนอก (2521) ลูกอีสาน (2525) มือปืน (2526) อิสรภาพของทองพูนโคกโพ (2527) สาละวิน (2531) เป็นต้น
เพราะมันเล่าเรื่องชีวิตคนไทยในแง่มุมที่เราไม่เคยเห็น ด้วยวิธีการที่พิเศษจริงใจ และมีความสนุกในแบบเฉพาะของมัน มิใช่หรือ?
เร็วๆ นี้ จะมีหนังเล็กๆ ที่แสนจะจริงใจเรื่องหนึ่งเข้าฉายครับ "ข่อยฮักเจ้าหลาย My School" เป็นหนังอีสานน้ำดี มีอุดมการณ์ เว้าอีสานและไทย เรตทั่วไป ดูง่าย แต่กระตุกหัวใจให้ได้คิด
จะฉาย 20 มิถุนายน 2567 นี้ เขาจะฉายที่ภาคอีสานก่อน จนกว่าจะมีเสียงตอบรับที่ดี จึงจะมาฉายกรุงเทพฯ และภาคอื่นๆ (ยกเว้นบางพลีครับ ฉายพร้อมกันอีสานเลย)”
นี่..อ่านแล้วก็ได้สาระความรู้ และจากที่เปิดกูเกิลดู..อ๋อ หนังเล็กๆ ที่ว่านี้คุณสืบไม่ได้เป็นผู้กำกับ แต่ได้ทำหน้าที่ “ผู้ควบคุมการสร้าง” โดยคุณเขม เคนโคก กำกับ!
และนอกจากโปรดิวซ์ คุณสืบยังร่วมแสดง โดยรับบทเป็น “ครูใหญ่” ผมดกดำอีกด้วย ส่วนกลิ่นอายหนังก็น่าคล้ายๆ “ครูบ้านนอก” ประมาณนั้น
ก็..เป็นปกติไปแล้วที่หนังเว้าอีสานจะใช้วิธี “ตีป่าล้อมเมือง” ด้วยการฉายที่ภาคอีสานก่อน ซึ่งตอนนี้ก็มีโรงเครือเมเจอร์อยู่ทั่วทุกหัวระแหงทั้งในอำเภอและตัวจังหวัด
แต่จะว่า “ตีป่าล้อมเมือง” ก็เห็นจะไม่ถูก-ไม่ใช่เสียแล้วในปัจจุบัน เพราะภาคอีสานที่มีจำนวนประชากรมากกว่า 21 ล้านคนใน 20 จังหวัด
อย่าว่าแต่ 70-80 ล้านบาทเลย ถ้าหนังสนุก-โดนใจ ก็สามารถจะโกยเงินได้ร้อยๆ ล้าน อย่าง “สัปเหร่อ” ก็เห็นมาแล้ว!
วันนี้คนทำหนังเว้าอีสานจึงเลยไม่แคร์-ไม่ต้องงอนง้อโรงหนังในกรุงเทพฯ อีกต่อไป ทำหนังฉาย 20 จังหวัดทั่วอีสาน..
ขี้คร้านจะนั่งนับเงิน!.
สันต์ สะตอแมน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ขอโอกาสให้หนังเล็กมีเวลา
ครั้งที่ 4 แล้ว (เหรอ) นะ! ผมหมายถึงงาน “Pattaya International Film Festival 2026 เทศกาลภาพยนตร์เมืองพัทยา” ที่เป็นความร่วมมือระหว่างเมืองพัทยา วัฒนธรรมจังหวัดชลบุรี, อพท.พัทยา
ห้ามคนไทยเข้า!
เลอะเทอะแล้วๆ! นี่..เห็นจะต้องพูดกับคุณเรโด้ พิธีกรรายการ “ไทยรัฐทอล์ค” ตรงๆ อย่างนี้แหละ พลันที่เห็นเจ้าตัวโพสต์.. “รอหน่อยทองแสนมาแน่ แปดหมื่นมาก่อนปีนี้”
ฝาก'ปืนเถื่อน'กับนายกฯ
มันจะเอิกเกริก-ใหญ่โตไปไหม? ผมถามรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาฯ คุณประเสริฐ จันทรรวงทอง น่ะ เห็นท่านพูดถึงเหตุกราดยิงที่ จ.นนทบุรี เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา และมีประโยคหนึ่งว่า..
ต้องขอ ‘คารวะ’
ผมน่ะเข้าใจแต่ “กำแพงประเพณี”.. บทเพลงที่ “คุณอาณัติ พุทธมาศ” ทั้งแต่งเอง-ขับขานเอง (นักเลงพอ) เมื่อหลายสิบปีก่อนนู้น โดยตัวเขาได้อธิบายด้วยภาษากวีที่งดงาม ลึกซึ้ง กินใจ ดังขึ้นต้นว่า..
จากนายกฯถึง ‘ล่าม’
“นายกรัฐมนตรีคนใหม่ของเมืองไทยหลังคุณอนุทิน ชาญวีรกูล คือใคร”? เนี่ย..ผมไม่ได้ถาม แต่เป็นคุณน้อง “เรโด้” พิธีกรรายการ “ไทยรัฐ ทอล์ก” ที่ถาม และไม่ได้ถามผู้ชม-คนดู หากแต่ได้ถามเอากับ “หมอปลาย พรายกระซิบ”..
ไม่ต้องกังวล?
แปะ แปะ แปะ! เนี่ย..ต้องขอปรบมือ (เท่าที่จะดังได้) ให้กับปฏิบัติการทวงคืน “หาดนุ้ย” จังหวัดภูเก็ต ภายใต้การนำทัพของคุณสุชาติ ชมกลิ่น รมต.กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

