
นายทักษิณติดคุก-ไม่ติดคุกไม่สำคัญ!
แต่..ความสำคัญและความน่าสนใจอยู่ตรงที่คุณนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ได้โพสต์.. “ขอคำตอบจากโฆษกสำนักงานศาลยุติธรรม
1.เมื่อวันที่ 18 มิ.ย.2567 โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด แถลงว่า เมื่อเวลา 08.56 น. ศาลอาญาได้รับฟ้องคุณทักษิณ ชินวัตร ในคดี ม.112 แล้ว
อันแสดงว่า คุณทักษิณถูกควบคุมตัวโดยอำนาจของศาลอาญา ตั้งแต่เวลา 08.56 น.
2.ต่อมาปรากฏข่าวตามสื่อทั่วไป เช่น ตามข่าว BBC.NEW ไทย ว่า เวลา 11.35 น. ได้รับการยืนยันจากฝ่ายประชาสัมพันธ์ของศาลอาญา ว่า คุณทักษิณได้ประกันตัวแล้ว,
หรือ ข่าวจากสื่อผู้จัดการออนไลน์ ระบุว่า เวลา 10.42 ศาลอาญาให้ประกันคุณทักษิณแล้ว 3.อนุมานได้ว่า คุณทักษิณน่าจะอยู่ในความควบคุมของศาล อย่างน้อยที่สุดประมาณ 1 ชม.46 นาที
4.คำถามที่ผมจะถามท่านโฆษกสำนักงานศาลยุติธรรม คือ ช่วงเวลาที่คุณทักษิณถูกควบคุมตัวประมาณ 1 ชม. 46 นาที คุณทักษิณถูกควบคุมตัวที่ห้องควบคุมของศาล
หรือถูกควบคุมตัวที่ห้องไหน เป็นการควบคุมเหมือนบุคคลทั่วไปหรือไม่ หากไม่เหมือนกัน ท่านโฆษกสำนักงานศาลยุติธรรมจะอธิบายความแตกต่างนี้อย่างไร
5.ที่กระผมสอบถาม เป็นการถามโดยอาศัยอำนาจตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 27 เรื่องความเสมอกันในกฎหมาย,
และตามหลักปรัชญาทางกฎหมาย ตามหลัก “ความเสมอภาคกันต่อหน้ากฎหมาย”
กระผมหวังว่า จะได้คำตอบจากท่านโฆษกสำนักงานศาลยุติธรรม.”
นี่..ก็คอยตามฟังว่าท่านโฆษกฯ จะตอบอย่างไร แต่ที่ตอบ ไม่ใช่สิ อธิบายให้เข้าใจจนชาวเน็ตปรบมือให้ไปแล้ว ก็เห็นจะเป็น “คุณหนิง ปณิตา” นักแสดงสาวที่เพิ่งเลิกร้างกับสามี
เธอโพสต์อย่างนี้ครับ.. "ฟ้องชู้ยังฟ้องได้นะ แค่แก้ไขกฎหมายให้เท่าเทียม กม.เก่า ภรรยาจะฟ้องชู้ที (จากประสบการณ์) ตามเก็บหลักฐานทีครึ่งปี
ฝ่ายสามีได้เปรียบมาก ภรรยามีชู้ ได้เสียกับใครโดยไม่เปิดเผย ฝ่ายสามีก็ฟ้องชู้ได้ แต่ทางฝ่ายภรรยาจะฟ้องชู้ของสามีเรียกค่าเสียหาย ไม่ใช่แค่จับได้ว่ามีชู้ได้เสียกัน
ชู้ต้องเป็นผู้หญิงเท่านั้นด้วย เพศอื่นฟ้องไม่ได้ และยังจะต้องพิสูจน์ว่าสามีเปิดเผยชู้คนนั้นต่อสาธารณะ และมีหลักฐานการเป็นชู้จริงๆ
กม.ใหม่ ทุกอย่างเท่าเทียม ชู้จะเป็นเพศไหนก็ฟ้องได้ และสามีฟ้องภรรยาได้แบบไหน ภรรยาก็ฟ้องสามีได้แบบนั้น
ใครอยากจะฟ้อง หลักฐานที่ต้องเตรียม (เอาแบบแน่นๆ ไม่ให้หลุดนะ) เตรียมสิ่งนี้
1.บุคคลที่เห็นเหตุการณ์การคบชู้, ล่วงเกินกันทางชู้สาวหรือการแสดงตนเปิดเผยต่อบุคคลภายนอก
2.ภาพถ่าย ภาพกล้องวงจรปิด ที่แสดงให้เห็นความสัมพันธ์ฉันชู้สาวหรือการล่วงเกินในทำนองชู้ชาว หรือการใช้ชีวิตร่วมกันอย่างเปิดเผย
3.สูติบัตรหรือทะเบียนบ้านของเด็กในกรณีที่ชายหญิงอยู่ด้วยกันจนมีบุตร 4.ข้อมูลการใช้โทรศัพท์ติดต่อกัน 5.รายการเคลื่อนไหวทางบัญชี กรณีที่มีการโอนเงินให้ใช้ หรืออุปการะเลี้ยงดูกัน
6.พยานหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่าชู้ ได้รู้อยู่แล้วว่าฝ่ายชายหรือฝ่ายหญิงที่ตนคบชู้หรือล่วงเกินนั้นมีครอบครัวอยู่แล้ว
7.ข้อความการสนทนาทางโทรศัพท์มือถือ แอปพลิเคชันไลน์ เว็บไซต์เฟซบุ๊ก แอปพลิเคชันหาคู่ ฯลฯ 8.หลักฐานการเข้าพักตามสถานที่ต่างๆ
9.ข้าวของเครื่องใช้เสื้อผ้าของชู้ ที่อยู่ในรถ ในบ้าน เป็นต้น???? กางเกงชั้นในที่ยังไม่ได้ซัก สามารถเอาไปตรวจ DNA ว่าคือใคร (กรณีได้มาเก็บรักษาในช่องแช่แข็ง)
10.หลักฐานการซื้อทรัพย์สินให้แก่กัน เช่น ที่ดิน บ้าน รถ หุ้น เงินฝากในบัญชี ฯลฯ 11.คลิปเสียงการสนทนา
12.คลิปวิดีโอการมีเพศสัมพันธ์ คลิปชู้สาว คลิปวิดีโอต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง 13.อื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง”
ในฐานะผู้มีประสบการณ์ตรง ควรจะได้ตัด-เซฟเก็บกันเอาไว้..
เผื่อต้องใช้ในวันข้างหน้า!.
สันต์ สะตอแมน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
แว่วยินหมอดูทัก!
จะว่าเกิดไม่ทันก็คงไม่ใช่.. ผมหมายถึง นางกาญจนี วัลยะเสวี หรือ “ติ๊งต่าง” เจ้าของฉายาไฮโซสปอร์ตคลับและแกนนำกลุ่มแม่ยกพรรคประชาธิปัตย์น่ะ!
สุดแท้แต่กรรมเวร!
เดี๋ยวนะ.. คิดดีๆ อีกที..เงินตั้ง 1,300 ล้านบาทเชียวนา ที่ ครม.มีมติอนุมัติให้ กสทช.ดำเนินการซื้อลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2026 น่ะ!
นึกว่า.. ‘คนจริง’!
“ไปจำศีลมา 8 เดือน”! นี่..ตีความได้ว่า จากนี้ นายทักษิณ ชินวัตร ก็จะละศีล พร้อมที่จะออกมาลุยในยุทธจักรการเมืองอีกต่อไปสินะ และที่บอกกับนักข่าว.. “ตอนนี้จำอะไรไม่ได้แล้ว” นั้น..
แสบยิ่งกว่าซีม่า
ไม่ใช่แผนเปิดประเด็นสร้างกระแส! แต่..เป็นความจริงที่ทำให้เกิดการถกเถียง-วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง กรณี สส.พรรคประชาชน คุณไอซ์-รักชนก ศรีนอก โพสต์เมื่อวันก่อน..
ระวัง.. ‘หมาหัวเน่า’!
เนี่ย..เพิ่งจะได้เข้าใจ! ว่า.. “กองทุนสวัสดิการของอดีต สส.และ สว.” เป็นกองทุนที่สมาชิกรัฐสภาเป็นผู้พิจารณากฎหมายและออกระเบียบกันเอง
ชาวพะงัน..อย่ารำคาญ
ปัจจุบันไม่มีตำแหน่งแห่งหน.. แต่..คุณชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร อดีตผู้อำนวยการสำนักอุทยานแห่งชาติ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช..

